<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/184" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/184</id>
  <updated>2026-01-18T14:33:03Z</updated>
  <dc:date>2026-01-18T14:33:03Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การจัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ) ในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2111" />
    <author>
      <name>บุษยรังสี หาสุทธิใจ</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2111</id>
    <updated>2023-11-29T08:40:42Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การจัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ) ในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Authors: บุษยรังสี หาสุทธิใจ
Abstract: งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาว่าด้วย การจัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการยกระดับ เศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้าง รากแก้วให้ประเทศ : University to Tambon Project: U2T ต่อจากนีMเรียกย่อว่า โครงการ U2T) โดยศึกษาในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาและวิธีการดำเนินการ ของโครงการ U2T และ 2) เพื่่อศึกษาการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการ U2T งานชิ้นนี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม และการ สัมภาษณ์เจาะลึกูผู้ใูห้ข้อมูลคนสำคัญ ผลการศึกษาพบว่า 1) ความเป็นมาและวิธีการดำเนินการของโครงการ U2T สำเภาล่ม ได้รับการกำหนดทิศทางจากภายนอก นำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่โดยเกิดจากหัวหน้าโครงการ เล็งเห็นถึงสภาพแวดลอ้ มและศักยภาพของตำบล ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ 2) การ จัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการ U2T ตำบลสำเภาล่ม มีภาคส่วนที่สำคัญในการ ดำเนินการ 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคสถาบันการศึกษา และภาคชุมชน โดยอาศัยรูปแบบวิธีการ จัดการปกครองแบบร่วมมือกัน ในลักษณะผสมผสานหลายรูปแบบ ตามความสัมพันธ์ระหว่างภาค ส่วน นำมาซึ่งความราบรื่นในการร่วมมือกัน และสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ในมิติของ ผลผลิต ประสบผลสำเร็จอย่างดี ส่วนในมิติของผลลัพธ์ ยังไม่อาจบรรลุเป้าหมายของความยั่งยืนได้
Description: วิทยานิพนธ์ (ร.ม. (การเมืองการปกครอง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>อุดมการณ์ทางการเมืองในบทเพลงที่ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณณานนท์</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1001" />
    <author>
      <name>จินตวิช บัวทอง</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1001</id>
    <updated>2022-05-30T02:50:50Z</updated>
    <published>2560-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: อุดมการณ์ทางการเมืองในบทเพลงที่ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณณานนท์
Authors: จินตวิช บัวทอง
Abstract: การศึกษา อุดมการณ์ทางการเมืองในบทเพลงที่ขับร้องโดย คํารณ สัมบุณณานนท์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเนื้อหาของบทเพลงในการสะท้อนสภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเพื่อศึกษา รูปแบมของอุดมการณ์ทางการเมืองจากเนื้อหาบทเพลงที่ คํารณ ขับร้อง ในช่วง พ.ศ.2481-2506 จํานวน 171 บทเพลง รวบรวมข้อมูลจากแผ่นเสียง หนังสือเพลง เอกสารอื่น ๆ การสัมภาษณ์ และ วิเคราะห์เนื้อหาบทเพลงในการสะท้อนสังคม เศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงรูปแบบอุดมการณ์ในบทเพลง&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า บทเพลงได้สะท้อนสังคม การเมือง เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา เช่น ปัญหาความยากจน ความยากลําบากในการดํารงชีพของผู้คนในสังคม พฤติกรรมการทุจริตคอรัปชั่น ของนักการเมือง การใช้อํานาจที่ไม่เป็นธรรมของผู้มีอํานาจในรัฐบาลและสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้นเป็นต้น ในส่วนของอุดมการณ์ทางการเมือง ปรากฏอุดมการณ์สังคมนิยมจํานวนมากที่สุด เกิดขึ้นในช่วงที่สังคมมีปัญหาการแบ่งชนชั้น มีเนื้อหากล่าวถึงการแบ่งชนชั้น การถูกกดขี่ ชูครีค เอารัด เอาเปรียบของผู้คนในสังคมอุดมการณ์เสรีนิยมเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชน วิพากษ์วิจารณ์การเมืองได้อย่างเสรี ในปี 2498-2500 มีเนื้อหากล่าวถึงการใช้อํานาจในทางมิชอบและ ไม่เป็นธรรมของนักการเมือง รวมถึงการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และอุดมการณ์ชาตินิยม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่มีกรณีพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร มีเนื้อหาปลุกใจ ให้คนไทยมีความรักสามัคคี ร่วมกันปกป้องประเทศชาติจากผู้รุกราน โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ อุดมการณ์ทางการเมืองในบทเพลงได้แก่ สภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคม นโยบายและการใช้อํานาจของ รัฐบาล นักประพันธ์และศิลปินผู้ขับร้อง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าบทเพลงส่วนใหญ่กล่าวถึง “ศาสนา” สอดแทรกอยู่ในทุกกลุ่มบทเพลง แสดงให้เห็นอิทธิพลของศาสนาที่มีต่อผู้คนและสังคมในยุคนั้น และ บทเพลงยังเป็น “บันทึกประวัติศาสตร์” จากมุมมองของนักประพันธ์เพลง หรือมุมมองจากชาวบ้าน ในยุคนั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการศึกษาประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือการศึกษาอื่น ๆ
Description: วิทยานิพนธ์ (รม. (สาขาวิชารัฐศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2560</summary>
    <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/732" />
    <author>
      <name>วีระยุทธ ผุยพรม</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/732</id>
    <updated>2022-03-02T04:06:31Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี
Authors: วีระยุทธ ผุยพรม
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลไทย โดยผู้ศึกษาได้เลือกที่ศึกษาการสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ในการศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทำแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างคือแฟนบอลทีมศรีสะเกษ เอฟซี จำนวน 400 คน และนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาทำการวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปผลการวิจัย การสร้างความนิยมการทางเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายมีอายุ 20 ปี อาชีพนักเรียนนักศึกษาสถานภาพโสดเหตุผลที่ชอบสโมสรเพราะเป็นสโมสรของท้องถิ่น/จังหวัดและเห็นด้วยกับการสนับสนุนให้นักการเมืองเข้ามาเป็นผู้บริหารสโมสรส่วนความพึงพอใจของแฟนบอลต่อการสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซีในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลอายุ อาชีพ สถานภาพ การสนับสนุนให้นักการเมืองเข้ามาเป็นผู้บริหารสโมสรที่แตกต่างกันมีการสร้างความนิยมทางการเมืองของผู้บริหารสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซีมีความพึงพอใจที่ไม่แตกต่างกันส่วน เหตุผลที่ชอบสโมสรความพึงพอใจที่แตกต่างกัน
Description: วิทยานิพนธ์ (ร.ม. (รัฐศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2561</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>นโยบายการแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์ของเยาวชนไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/731" />
    <author>
      <name>ฐาปกรณ์ สุขะปรเมษฐ</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/731</id>
    <updated>2022-03-02T04:02:10Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: นโยบายการแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์ของเยาวชนไทย
Authors: ฐาปกรณ์ สุขะปรเมษฐ
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการแข่งขันรถยนต์ของเยาวชนไทย และเพื่อ&#xD;
ศึกษานโยบายการแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์ของเยาวชนไทย และการสำรวจเอกสาร&#xD;
(Documentary Research) ผลการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการแข่งขันรถยนต์ของเยาวชนไทย พบว่า&#xD;
ผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งนอกสนามและในสนามนั้นเป็นผู้สนใจเกี่ยวกับการแข่งขันความเร็ว แต่กลุ่มที่อยู่&#xD;
นอกสนามส่วนใหญ่เป็นเยาวชนซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ประเด็นปัญหาการแข่งขันรถยนต์นอก&#xD;
สนามและในสนามย่อมพบว่าปัญหาดังกล่าวนั้นมักเกิดขึ้นจากการทะเลาะวิวาทแต่การแข่งขันรถใน&#xD;
สนามช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ดี และผลการศึกษาเกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาการแข่งขัน&#xD;
รถยนต์ของเยาวชนไทย พบว่า นโยบายรัฐบาล แนวทางการบริหารจัดการที่ผ่านมา รวมทั้งกฎหมาย&#xD;
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาการแข่งรถนอกสนามนั้นไม่สอดคล้องกับทัศนคติของบุคคลที่&#xD;
เกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถยนต์ โดยเฉพาะต่อความต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมการแข่งขันรถยนต์ใน&#xD;
สนาม
Description: วิทยานิพนธ์ (ร.ม. (รัฐศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2561</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

