<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/192" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/192</id>
  <updated>2026-08-11T01:59:23Z</updated>
  <dc:date>2026-08-11T01:59:23Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาความเข้าใจในการชำระภาษีของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ ในจังหวัดเพชรบูรณ์</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3278" />
    <author>
      <name>นภสร ภูอินอ้อย</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3278</id>
    <updated>2026-03-24T07:25:44Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาความเข้าใจในการชำระภาษีของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ ในจังหวัดเพชรบูรณ์
Authors: นภสร ภูอินอ้อย
Abstract: การศึกษางานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเข้าใจของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ในจังหวัดเพชรบูรณ์เกี่ยวกับการชำระภาษี ปัญหาอุปสรรคของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ในจังหวัดเพชรบูรณ์เกี่ยวกับการชำระภาษี และศึกษาแนวทางการทำความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมในการชำระภาษีของผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลคนสำคัญ ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ 15 ท่าน กรมสรรพสามิต 2 ท่าน สรรพากร 2 ท่าน และนักการเมือง 1 ท่าน รวมเป็น 20 ท่าน  ผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการชำระภาษี แต่ยังคงพบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ รวมทั้งต้องการความช่วยเหลือจากภาคราชการในการดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้อง ประกอบกับผู้ประกอบการที่มีระดับการศึกษาสูงจะมีแนวโน้มในการทำความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมเกี่ยวกับการชำระภาษีได้ดีกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่จำหน่ายผลไม้แปรรูปจะประสบปัญหาและต้องการให้มีการชี้แนะแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้องมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ดังนั้น การจัดอบรมให้ความรู้ควรแบ่งตามกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเน้นผู้ที่จบการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีเป็นหลัก
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การถอดรหัสการสื่อสารผ่านบททบทวนธรรมของแพทย์วิถีธรรม</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3277" />
    <author>
      <name>วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3277</id>
    <updated>2026-03-24T07:23:14Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การถอดรหัสการสื่อสารผ่านบททบทวนธรรมของแพทย์วิถีธรรม
Authors: วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์
Abstract: งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการสื่อสารผ่านบททบทวนธรรมตามหลักการของการแพทย์วิถีธรรม 2) เพื่อศึกษาการถอดรหัสบททบทวนธรรมของผู้ที่มาเข้าค่ายสุขภาพการแพทย์วิถีธรรมในการรักษาอาการเจ็บป่วย และ 3) เพื่อศึกษารูปแบบการรักษาสุขภาพกาย ใจ และจิตวิญญาณผ่านการถอดรหัสการสื่อสารผ่านบททบทวนธรรมของแพทย์วิถีธรรม งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิทยาการวิจัยเชิงคุณภาพ แบบกรณีศึกษา จำนวน 15 กรณี ผลการศึกษาพบว่า ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) เป็นผู้ส่งสารบททบทวนธรรม 166 ข้อ อันเป็นธรรมะที่ศึกษาจากพระไตรปิฎก โดยพากเพียรปฏิบัติจนเกิดสภาวธรรม อันเกิดจากการรู้ตามความเป็นจริง นำมาเขียนเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย และส่งสารไปยังจิตอาสาที่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ หากนำปัญญาจากบททบทวนธรรมมาปฏิบัติทางกาย วาจา และใจอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำลายทุกข์ และทำให้ปัญหาคลี่คลายไปเรื่อย ๆ จนเบาบางและหมดไปในที่สุด เมื่อสามารถดับทุกข์กายและทุกข์ใจได้ โรคภัยไข้เจ็บจะลดลง ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง เกิดปัญญา สามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้ ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนทัศน์ด้านสุขภาพ 4 ประการ ได้แก่ 1) สุขภาพกาย 2) สุขภาพจิต 3) สุขภาพสังคม หมายถึง สภาวะที่ดีของปัญญา และ 4) สุขภาพศีลธรรม โดยกรณีศึกษามีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ รูปแบบการรักษาสุขภาพกาย ใจ และจิตวิญญาณผ่านการถอดรหัสการสื่อสารผ่านบททบทวนธรรมของแพทย์วิถีธรรม ได้แก่ องค์ความรู้ผ่านบททบทวนธรรม ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม การรู้จักและตระหนักในการปรับสมดุลร้อน–เย็นของร่างกาย ผ่านเทคนิค 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด โดยฝึกปฏิบัติลด ละ และล้างกิเลส ควบคู่ไปกับการเคารพหมู่กลุ่ม และสมาคมกับหมู่มิตรที่ดี เพื่อให้สภาวธรรมปรากฏ จนสามารถนำไปสู่การพ้นทุกข์ได้ในที่สุด
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การบริหารจัดการภาวะผู้นำเป็นพิษในหน่วยทหาร</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3276" />
    <author>
      <name>พิทูร พงษ์ธะนะ</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3276</id>
    <updated>2026-03-24T07:19:41Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การบริหารจัดการภาวะผู้นำเป็นพิษในหน่วยทหาร
Authors: พิทูร พงษ์ธะนะ
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติการณ์ที่สร้างภาวะผู้นำเป็นพิษ คุณลักษณะของผู้นำเป็นพิษ ผลกระทบของภาวะผู้นำเป็นพิษ และแนวทางการบริหารจัดการภาวะผู้นำเป็นพิษในหน่วยทหาร งานวิจัยฉบับนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการค้นคว้าเอกสาร สัมภาษณ์เชิงลึกกับนายทหารในหน่วยทหารที่ตั้งปกติ ระดับชั้นยศพลทหารจนถึงนายพล และทำแบบสอบถามปลายเปิดสำหรับทหารที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 15 ท่าน  ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการบริหารจัดการภาวะผู้นำเป็นพิษในหน่วยทหาร เริ่มจากการค้นหาพฤติการณ์ที่สร้างภาวะผู้นำเป็นพิษในหน่วยทหาร ได้แก่ การศึกษา การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน ความเครียด และการผลิตซ้ำต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และเมื่อพบพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว ให้ทำการลดพฤติการณ์นั้นด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนระบบหรือสถาบันที่มีปัญหา ทั้งสถาบันครอบครัว ระบบ SOTUS การถ่ายทอดหรือการสอนเรื่องภาวะผู้นำ รวมถึงโครงสร้างสายการบังคับบัญชาและภารกิจที่ยังมีจุดบกพร่องหรือช่องว่างที่ทำให้เกิดการสร้างภาวะผู้นำเป็นพิษ นอกจากนี้ ยังต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งสถานการณ์ความไม่มั่นคง ค่านิยมทางวัฒนธรรม ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล และการสนับสนุนในระบบ งานวิจัยดังกล่าวไม่สามารถนำไปประเมินกับหน่วยราชการอื่นได้ เนื่องจากโครงสร้างและระบบของหน่วยทหารแตกต่างจากส่วนราชการอื่นมาก
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การใช้ Big Data ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2080" />
    <author>
      <name>ปราชญ์ พงศ์อุทัย</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2080</id>
    <updated>2023-11-06T06:28:04Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การใช้ Big Data ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย
Authors: ปราชญ์ พงศ์อุทัย
Abstract: วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาสภาวะพื้นฐาน ปัญหาและแนวทางแก้ไขการใช้ Big Data&#xD;
ในกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ในรูปแบบวิธีการวิจัย&#xD;
เชิงเอกสาร นำมาซึ่งข้อค้นพบด้านสภาวะพื้นฐานและปัญหาสำคัญ ดังนี้ คือ การประยุกต์ใช้ข้อมูล&#xD;
ขนาดใหญ่ในประเทศไทย รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่&#xD;
ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม โดยพบว่ามีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ 5 ด้าน&#xD;
ดังต่อไปนี้ คือ 1)โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในหน่วยงานยุติธรรมของไทยมีมาตรฐานการจัดเก็บ&#xD;
ข้อมูลที่แตกต่างกัน 2) การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติที่&#xD;
เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัด 3) หน่วยงานยุติธรรมของไทยมีนิยามการกระทำผิดซ้ำที่หลากหลาย&#xD;
4) คุณภาพของแบบคัดกรองประเมินความเสี่ยงของผู้กระทำผิดซ้ำยังมีข้อจำกัด 5) บุคลากรส่วน&#xD;
ใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่&#xD;
ข้อค้นพบด้านแนวทางแก้ไข 1) ควรจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลของหน่วยงานยุติธรรม&#xD;
2) การจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลจะทำให้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องข้อจำกัดในด้านกฎหมาย&#xD;
3) ควรกำหนดนิยามและการนับข้อมูลการกระทำความผิดซ้า ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในหน่วยงาน&#xD;
ยุติธรรม เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง 4) ควรปรับปรุงคุณภาพของแบบคัดกรองประเมิน&#xD;
ความเสี่ยงของผู้กระทำผิดซ้ำ ให้มีความชัดเจนและข้อคำถามควรจะตรงกับเรื่องที่จะทำการประเมิน&#xD;
5) ควรมีนโยบายในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูลและจัดให้มีการฝึกอบรม&#xD;
ให้กับบุคลากร
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

