<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/194" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/194</id>
  <updated>2026-06-11T09:44:00Z</updated>
  <dc:date>2026-06-11T09:44:00Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3348" />
    <author>
      <name>เกศรา สุพยนต์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3348</id>
    <updated>2026-06-09T05:45:35Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: เกศรา สุพยนต์
Abstract: การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่องงบกระแสเงินสด เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่องงบกระแสเงินสดตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการใช้สื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้งบกระแสเงินสดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการบัญชีการเงินในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 30 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินคุณภาพสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ และแบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว (One-Group Pretest-Posttest Design) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าการแจกแจงแบบที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า สื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี (𝑥̅ = 4.11) และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากเรียนด้วยสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด โดยคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 92.33/96.67 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาหนังสือ อัจฉริยะในยุค Next normal เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีในการตัดสินใจ</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3340" />
    <author>
      <name>วันฤดี สุขสงวน</name>
    </author>
    <author>
      <name>ภัทรณัชชา โชติคุณากิตติ</name>
    </author>
    <author>
      <name>พิมลวรรณ ตรีพัฒนสิทธิ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3340</id>
    <updated>2026-05-11T02:45:31Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาหนังสือ อัจฉริยะในยุค Next normal เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีในการตัดสินใจ
Authors: วันฤดี สุขสงวน; ภัทรณัชชา โชติคุณากิตติ; พิมลวรรณ ตรีพัฒนสิทธิ์
Abstract: บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาหนังสืออัจฉริยะในยุค Next normal สําหรับการ เรียนรู้แบบผสมผสาน รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่องการใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ 2) เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนนระหว่างเรียน และหลังเรียนของผู้เรียนด้วยตนเอง จากหนังสืออัจฉริยะ กับผู้เรียนที่เรียนแบบดั้งเดิม 3) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของหนังสืออัจฉริยะ รายวิชาการบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ 4) เพื่อประเมินความพึง พอใจของผู้เรียนที่มีต่อหนัง หนังสืออัจฉริยะ เพื่อการเรียนรู้แบบผสมผสาน รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ หนังสืออัจฉริยะ หนังสือแบบ ดังเดิม แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent samples ผลการวิจัยพบว่า 1) ได้หนังสือ อัจฉริยะที่ใช้งานได้จริง 2) อัตราการเปลี่ยนแปลงระหว่างเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนด้วยหนังสือ อัจฉริยะ กับหนังสือแบบดั้งเดิมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสําคัญทางสถิติ 3) หนังสืออัจฉริยะมี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ 4) ค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจของผู้เรียนอยู่ในระดับมากถึงมาก ที่สุด โดยให้ข้อเสนอแนะว่า ใช้สื่อการสอนดีมาก การ์ตูนสนุก เข้าใจง่าย น่าเรียนมาก ๆ และขอบคุณ สําหรับความรู้ที่เพิ่มขึ้นทั้งทางโลก และทางธรรม</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัย ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในฐานะปัจจัยส่งผ่านอิทธิพลของลักษณะกิจการต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน : หลักฐานเชิงประจักษ์จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3065" />
    <author>
      <name>นิ่มนวล วิเศษสรรพ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>วัฒนี รัมมะพ้อ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศิรประภา ศรีวิโรจน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3065</id>
    <updated>2025-10-29T07:22:19Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัย ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในฐานะปัจจัยส่งผ่านอิทธิพลของลักษณะกิจการต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน : หลักฐานเชิงประจักษ์จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
Authors: นิ่มนวล วิเศษสรรพ์; วัฒนี รัมมะพ้อ; ศิรประภา ศรีวิโรจน์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบอิทธิทางตรงและทางอ้อมของลักษณะทางกายภาพ และทางการเงินที่มีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีความโดดเด่นของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นปัจจัยส่งผ่าน ศึกษาจากข้อมูลบริษัทจดทะเบียน จำนวน 109 บริษัท ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยกเว้นสถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในช่วงการฟื้นฟูกิจการ เก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยจากฐานข้อมูล Bloomberg ย้อนหลัง 3 ปีตั้งแต่ปี 2564-2566 รวมทั้งใช้การสัมภาษณ์และสอบถามไปยังผู้บริหารที่รับผิดชอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน 15 แห่ง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์การถดถอยยกกาลังสองน้อยที่สุดบางส่วน โดยกำหนดช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% ในการทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าลักษณะทางการเงินเท่านั้นที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อผลการดำเนินงานของบริษัท โดยมีความโดดเด่นของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นปัจจัยส่งผ่าน และขนาดของกิจการเป็นตัวแปรควบคุมซึ่งทาให้อิทธิพลทางตรงดังกล่าวลดลง ผลการวิจัยนี้จึงให้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของลักษณะทางการเงินที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าความโดดเด่นของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาเชิงคุณภาพเกี่ยวกับปัญหาในทางปฎิบัติทางภาษีอากรของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2536" />
    <author>
      <name>นิ่มนวล วิเศษสรรพ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>วัฒนี รัมมะพ้อ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศิรประภา ศรีวิโรจน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2536</id>
    <updated>2024-09-16T07:06:34Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาเชิงคุณภาพเกี่ยวกับปัญหาในทางปฎิบัติทางภาษีอากรของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
Authors: นิ่มนวล วิเศษสรรพ์; วัฒนี รัมมะพ้อ; ศิรประภา ศรีวิโรจน์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัญหาการปฏิบัติทางภาษีอากรที่เกิดขึ้นในการประกอบ&#xD;
ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจัยเชิงสาเหตุของปัญหา และข้อเสนอแนะแนวทางการลดหรือป้องกัน&#xD;
ปัญหา โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่มและวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บรวบรวมความคิดเห็นและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติทางภาษีไม่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่สรรพากร ผู้ทำบัญชี และผู้ประกอบการธุรกิจ&#xD;
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยได้จากการถอดความและตีความข้อมูลบทสัมภาษณ์ที่เก็บรวบรวมได้และวิเคราะห์ความสอดคล้องในความคิดเห็นของผู้สัมภาษณ์ทั้งสามกลุ่ม ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงปัญหาการปฏิบัติทางภาษีไม่ถูกต้องที่เกิดจากความตั้งใจที่หลีกเลี่ยงภาษี ได้แก่ การไม่จดทะเบียนเข้าระบบภาษีมูลค่า รวมทั้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี และปัญหาการปฏิบัติทางภาษีที่เกิดจากความไม่ตั้งใจที่พบว่าการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี ได้แสดงรายได้และค่าใช้จ่ายไม่&#xD;
สอดคล้องกับความเป็นจริง การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีและการนำส่งภาษีไม่ถูกต้องและไม่&#xD;
เป็นไปตามเวลาที่กำหนด โดยมีสาเหตุจากทัศนคติที่มีต่อการเสียภาษีของผู้ประกอบการ การขาด&#xD;
ความรู้และความเช้าใจกฎหมายภาษีอากร สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ข้อเสนอแนะในการลดหรือ&#xD;
ป้องกันปัญหา ได้แก่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้หรือการจัดทำคู่มือการปฏิบัติทางบัญชีและภาษีให้กับผู้ประกอบหรือบุคลากรการทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางธุรกิจของผู้ทำบัญชี และการปรับปรุงมาตรฐานการรายงานทางการเงินให้สอดคล้องเหมาะสมลักษณะและรูปแบบธุรกิจ</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

