<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/199" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/199</id>
  <updated>2026-01-14T21:28:19Z</updated>
  <dc:date>2026-01-14T21:28:19Z</dc:date>
  <entry>
    <title>Foreigner s perspective of street-level good governance in Thai public sectors international airport</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2792" />
    <author>
      <name>Roongkan Nedtranon</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2792</id>
    <updated>2025-05-30T06:41:18Z</updated>
    <published>2023-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: Foreigner s perspective of street-level good governance in Thai public sectors international airport
Authors: Roongkan Nedtranon
Abstract: This study aimed to investigates foreigners' perceptions of street-level governance in the Thai public sector, to identify potential problems, and to investigates whether the existence of good governance has been perceived successfully. Foreigners were surveyed using qualitative research methods to determine the effectiveness of street-level good governance within the Thai public sector as a service provider. The process of gathering data included eighty-four participants, which consisted of twenty participants in the in-depth interview, six individuals in the group discussion, and fifty-eight participants in the online survey. The study examines the perspectives of foreigners on street-level good governance in Thai public sectors using OPDC principles of good governance.&#xD;
The research reveals that the participants in interviews, group discussions, and online surveys were concerned and mostly mentioned the need for improvements in four principles of good governance at the street level: accountability, transparency, rule of law, and equity. When foreigners encounter the public sectors (the Royal Thai&#xD;
Police and the Immigration Bureau), the public sectors are not accountable for their duties. They are biased based on race, wealth, and social status. Existence of inequity, laws and regulations can be overruled, and punishments can be avoided (ingrained in Thai culture). There is minimal enforcement, the rule of law is unwritten or ambiguous, and the abundance of laws and regulations makes it difficult to keep up with the current situation. Wealth and power were perceived as influencing the rule of law, resulting in unjust outcomes. Resolving these issues can help improve the quality of public service delivery and foster trust and confidence among Thai and foreign residents living in Thailand.
Description: Thesis (Ph.D. (Public Administration)) -- Rangsit University, 2023</summary>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การประศาสน์นโยบายสาธารณะในสมัยรัชกาลที่ 6 กรณีกิจการกองเสือป่า</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2791" />
    <author>
      <name>ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2791</id>
    <updated>2025-05-30T06:38:50Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประศาสน์นโยบายสาธารณะในสมัยรัชกาลที่ 6 กรณีกิจการกองเสือป่า
Authors: ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษากระบวนการดำเนินนโยบายกิจการกองเสือป่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเจ้าอยู่หัวจากมุมมองเชิงวิชาการว่าด้วยกระบวนการนโยบายสาธารณะในยุคปัจจุบัน ใช้วิธีศึกษาจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งเอกสารชั้นต้น (ต้นฉบับ) ได้แก่พระราชนิพนธ์และบันทึกพระราชกรณียกิจรายวันของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกของบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในกระบวนการนโยบายกิจการกองเสือป่า และเอกสารชั้นรอง ได้แก่งานเขียนและผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกิจการกองเสือป่า ผู้วิจัยสอบทานความถูกต้องของข้อมูลและแปลความหมายจากมุมมองของทฤษฎีและแนวคิดว่าด้วยกระบวนการนโยบายสาธารณะทางรัฐประศาสนศาสตร์ยุคปัจจุบัน&#xD;
ผลการศึกษาพบว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้ริเริ่มและควบคุมกระบวนการประศาสน์นโยบายกิจการเสือป่าด้วยพระองค์เอง แตกต่างจากการดำเนินนโยบายสาธารณะด้านอื่นๆ ที่ทรงพระราชทานให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ซึ่งสันนิฐานว่าน่าจะเป็นเพราะนโยบายกิจการกองเสือป่ามีจุดมุ่งหมายที่จะกล่อมเกลาบรรดาข้าราชการและพลเรือนทั่วไปให้มีจิตสำนึกรักชาติบ้านเมือง และมีความปรองดองสามัคคีกัน อีกทั้งบรรดาข้าราชการและพลเรือนในขณะนั้นมีการแบ่งพวก มุ่งแสวงหาประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ การดำเนินนโยบายจึงต้องอาศัยผู้นำเชิงอุดมการณ์ที่อยู่เหนือความขัดเย้งและเป็นศูนย์กลางทั้งในเชิงอำนาจและบารมีมาทำหน้าที่เป็นผู้ประศาสน์นโยบาย โดยการดำเนินนโยบายกิจการกองเสือป่านานถึง 14 ปี มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินนโยบายตามสถานการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ กองเสือป่าในช่วงเริ่มต้นเป็นกิจการอาสาสมัคร มีการจัดองค์กรเป็นแนวราบและมีขนาดกระทัดรัด เมื่อกิจการเสือป่าขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วก็มีการจัดโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นระบบราชการมากขึ้น มีการจัดชั้น ยศตำแหน่ง และมีระบบการสั่งการแบบรวมศูนย์มากขึ้น การดำเนินนโยบายกิจการกองเสือป่าจึงไม่ได้ราบรื่นโดยตลอด และจากสถานการณ์ต่างๆ อาทิ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แรงต้านจากภายในระบบราชการเองเป็นต้น ในมุมมองทฤษฎีนโยบายสาธารณะในปัจจุบัน พบว่านโยบายกองเสือป่ามีจุดมุ่งหมายกล่อมเกลาและสร้างอุดมการณ์ให้คนไทยรักชาติ ซึ่งมีความเป็นนามธรรมสูง ยากที่จะออกแบบนโยบายให้มีความสมบูรณ์ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ผู้ริเริ่มนโยบายจึงเลือกใช้วิธีการ “ทดลอง” ใช้กลยุทธ์จากประสบการณ์ คือการนำวิธีการฝึกเยี่ยงทหารมาใช้เป็นอุบายในการกล่อมเกลาให้คนมีความสามัคคีกลมเกลียว แต่ไม่ได้มีการประเมินผลการทดลอง และ ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และปรับตัว ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมเกิดความเบื่อหน่ายและเกิดการต่อต้านขึ้นจากภายในระบบชราชการ นับเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของการดำเนินนโยบายสาธารณะ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์ )) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2790" />
    <author>
      <name>วรวรรณ เอกพันธ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2790</id>
    <updated>2025-05-30T06:34:49Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
Authors: วรวรรณ เอกพันธ์
Abstract: การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินผลการดำเนินงานโครงการกรุงไทยรักชุมชนทั่วไทยตามนโยบายความรับผิดชอบสังคมต่อสังคมของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานโครงการกรุงไทยรักชุมชนทั่วไทยตามนโยบายความรับผิดชอบสังคมต่อสังคมขององค์กร และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานตามนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการเก็บข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลจาก 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ชุมชนท่ามะโอ จ.ลำปาง และชุมชน บ้านสนวนนอก จ.บุรีรัมย์&#xD;
ผลการวิจัย พบว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประสบผลสำเร็จของการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมโดยสามารถยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของชุมชนในการร่วมคิดร่วมวางแผนร่วมปฏิบัติร่วมรับผิดชอบและร่วมรับผลประโยชน์ทาให้เกิดมาตรฐานการท่องเที่ยวในแต่ละชุมชนและบริการทางการเงินในระบบธนาคารได้ส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการบริหารจัดการด้านต่างๆนำมาปรับใช้กับบริบทของชุมชนทำให้ชุมชนได้รับมาตรฐาน ปัญหาและอุปสรรคที่พบจากสาเหตุสำคัญได้แก่ปัญหาด้านทัศนคติความคาดหวังและปัญหาด้านระยะเวลาในการดำเนินโครงการซึ่งชุมชนมีประเด็นที่แตกต่างกัน แต่จุดประสงค์ของทุกกลุ่มส่งผลให้การดำเนินนโยบายสำหรับของแนวทางการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานตามนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน)ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน พบว่า 1) องค์กรควรศึกษาด้านบริบทสภาพแวดล้อมของชุมชนและควรร่วมมือกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน CSR 2) องค์กรควรศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมปัจจัยด้าน คน/บุคลากรองค์ความรู้ งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ให้มีความสอดคล้องกับริบทของชุมชนที่มีความแตกต่างกัน 3) ด้านกระบวนการดำเนินโครงการควรสนับสนุนให้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน 4) ด้านผลผลิตควรนาผลลัพธ์มาใช้เป็นตัวกำหนดวิธีการดำเนินงานให้แก่ชุมชนที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จและควรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์ )) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ในเขตปริมณฑล</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2789" />
    <author>
      <name>พิจักษณ์ จันทวิโรจน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2789</id>
    <updated>2025-05-30T06:31:06Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ในเขตปริมณฑล
Authors: พิจักษณ์ จันทวิโรจน์
Abstract: ดุษฎีนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ 2) ศึกษาปัจจัยความสำเร็จของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ 3) ศึกษารูปแบบการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ และ 4) เสนอแนวทางการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ตามแนวคิด 7s McKinsey เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัย&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะสำคัญของการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับแนวคิด 7s McKinsey คือ ด้านทักษะ ด้านกลยุทธ์ ด้านระบบ และด้านบุคลากร ส่วนปัจจัยความสำเร็จของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ คือ การจัดรูปแบบ กลยุทธ์ ทักษะ โครงสร้าง ระบบ รวมทั้งค่านิยม ซึ่งมีความสำคัญต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในขณะที่รูปแบบการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ที่สำคัญ คือ ด้านการวางแผน ด้านการจัดองค์กร ด้านการจัดการบุคลากร ด้านอำนวยการ และด้านประสานงาน โดยแนวทางการบริหารวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ สามารถใช้แนวทางในการพัฒนาโดยการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Internet of Things เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้มีความทันสมัย ด้วยการมีช่องทางในการติดตามที่หลากหลายมากขึ้น ใช้แนวทางความหลากหลายของบุคลากร ซึ่งมีความแตกต่างของทักษะ ความสามารถ ตลอดจนความคิดเห็นในหลายแง่มุมที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานโดยนำข้อได้เปรียบของแต่ละอายุมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์ เช่น ใช้ความสามารถทางเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ ใช้แนวทางการจัดการความรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชนเป็นการส่งต่อองค์ความรู้ของกลุ่ม ให้คงอยู่ต่อไป ตลอดจนใช้แนวทางการสร้างเครือข่าย โดยประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพวิสาหกิจชุมชน
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์ )) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

