<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/205" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/205</id>
  <updated>2026-01-13T07:04:03Z</updated>
  <dc:date>2026-01-13T07:04:03Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2842" />
    <author>
      <name>สิทธิกร ลือขจร</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2842</id>
    <updated>2025-09-16T02:18:09Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน
Authors: สิทธิกร ลือขจร
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน 2) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน และ3) นำเสนอรูปแบบแนวทางการป้องกันการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน เป็นการวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Methods Research) ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเขต 10 จังหวัดพังงา จำนวน 97 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ ได้แก่ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐาน ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก โดยผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน จำ นวน 14 คน และเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 และเขต 10 จำนวน 8 คนผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกระทำความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบนพบว่าเพศ ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ชุมชนที่อยู่อาศัยย่านที่มีการเสพหรือจำหน่ายยาเสพติดลักษณะเชิงบุคลิกภาพคนใต้ตอนบน ด้านสภาวะแห่งจิตใจ/สภาวะทางอารมณ์และพฤติกรรม ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์ต่อการกระทำผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน อย่างมีนัยสาำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สำหรับสถานการณ์การกระทำผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน&#xD;
พบว่าปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษเป็นฐานความผิดพบมากเป็นอันดับหนึ่งรองลงมา คือ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ สาหรับแนวทางการป้องกันการกระทาความผิดของเยาวชนในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน ควร 1) มีการป้องกันเชิงสังคม เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างองค์ความรู้ จัดกิจกรรมและโครงการเชิงสร้างสรรค์ ปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติที่ดีงาม การกากับดูแลและติดตาม เป็นต้น 2) การป้องกันเชิงกฎหมาย 3) ส่งเสริมนโยบายและบทลงโทษ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (อาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2841" />
    <author>
      <name>ภิญโญ มีเปี่ยม</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2841</id>
    <updated>2025-09-16T02:15:34Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์
Authors: ภิญโญ มีเปี่ยม
Abstract: สถานการณ์ปัญหาการแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่ม&#xD;
สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิต เผยแพร่ จำหน่าย หรือครอบครอง การวิจัยนี้จึงศึกษาสภาพปัญหาและเสนอมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการวิจัยทั้งสิ้น 18 คน โดยผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์และอภิปรายผลการวิจัยตามทฤษฎีอาชญาวิทยาและทฤษฎีการป้องกันอาชญากรรมตามแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคผลการวิจัยพบว่ามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่1) ระดับปฐมภูมิ ได้แก่ การป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ 2) ระดับทุติยภูมิ ได้แก่ การควบคุมเพื่อลดผลกระทบและตอบสนองต่อการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และ 3) ระดับตติยภูมิ ได้แก่ การรักษาเยียวยาผลกระทบที่เกิดจากการแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์และการดำเนินคดี ตลอดจนการป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำ และการกระทำความผิดซ้ำ โดยมาตรการป้องกันแก้ไขในแต่ละระดับแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านกฎหมาย ด้านผู้กระทำความผิด ด้านผู้เสียหาย ด้านผู้ให้บริการ และด้านหน่วยงานและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ ได้แก่ การบัญญัติการกระทาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อลามกอนาจารเด็กให้เป็นความผิดทางอาญา การขยายขอบเขตอำนาจในการดำเนินการต่อพยานหลักฐานทางดิจิทัลของพนักงานเจ้าหน้าที่ การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและบริหารจัดการคดีกลาง กระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ มาตรการบำบัดรักษาอาการผิดปกติทางเพศ และระบบลงทะเบียนผู้กระทำ ความผิดทางเพศเพื่อดำเนินมาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (อาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2840" />
    <author>
      <name>จิราพร พวงอินทร์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2840</id>
    <updated>2025-09-16T02:11:48Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ
Authors: จิราพร พวงอินทร์
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ประเภท&#xD;
ความผิดของอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ และเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ขั้นตอนการศึกษาดังกล่าวประกอบด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อัยการ นักจิตวิทยา ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่กรมกิจการผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร โดยขอบเขตการศึกษาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสถิติคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สูงสุด ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยการเป็นตกเหยื่ออาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ เกิดเนื่องจากผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพังขาดคนดูแลและให้คำปรึกษา พฤติกรรมโดยทั่วไป ขาดการปฏิสัมพันธ์ ไม่ติดตามข้อมูลข่าวสารไม่มีความสามารถในเรื่องการใช้เทคโนโลยี และด้วยวัยจึงมีความเสื่อมสภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งสังคมในชุมชนเป็นลักษณะสังคมเมือง ไม่มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ด้านประเภท&#xD;
ความผิดของอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ พบว่าเป็นคดีฉ้อโกง ทั้งฉ้อโกงซึ่งหน้าและ&#xD;
ฉ้อโกงออนไลน์ ส่วนแนวทางการป้องกันอาชญากรรม เกี่ยวกับทรัพย์ในผู้สูงอายุ สรุปได้&#xD;
4 ประเด็น คือ 1) การบริหารกาลังพลและการบูรณาการการทางานระหว่างหน่วยงาน 2) การ&#xD;
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ในการป้องกันอาชญากรรม 3) การประชาสัมพันธ์โดยการลงพื้นที่ และ 4) การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (อาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดการลดอันตรายจากยาเสพติด</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2839" />
    <author>
      <name>นิรมล ชื่นสงวน</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2839</id>
    <updated>2025-09-16T02:04:39Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดการลดอันตรายจากยาเสพติด
Authors: นิรมล ชื่นสงวน
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรค&#xD;
ของการดำเนินการนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการลดอันตรายจากยาเสพติดกำหนดรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการลดอันตรายจากยาเสพติด และนำเสนอแนวทางทีี เหมาะสมในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการลดอันตรายจากยาเสพติด โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการลดอันตรายจากยาเสพติด จำนวน 33 คน และการจัดสนทนากลุ่มของกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คนผลการวิจัยประกอบด้วย (1) ผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินการนโยบาย แบ่งออกเป็น ด้านการขับเคลื่อนนโยบาย กฎหมายและการบังคับใช้ ด้านการบริหารจัดการและควบคุมมาตรฐาน และด้านการบูรณาการความร่วมมือ (2) ผลการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยแนวคิดการลดอันตรายจากยาเสพติด พบว่า ประเทศไทยมีรูปแบบการลดอันตรายจากยาเสพติดแตกต่างกับต่างประเทศเป็นอย่างมาก และได้แบ่งการกำหนดรูปแบบการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเป็นดา้นกฎหมายและการบังคับใช้ ดา้ นการบริหารจัดการ และด้านการบูรณาการความร่วมมือ รวมถึง (3) ผลการนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการลดอันตรายจากยาเสพติด ควรมีการกำหนดมุมมองในการแก้ไขปัญหายาเสพติดใหม่ ควรทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ขัดต่อแนวทางการแก้ไขปัญหา มีการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ และมีการบูรณาการข้อมูล ทั้งนี้ มีการนำเสนอโมเดลหลักทริปเปิลอาร์ (Triple R)ประกอบดว้ยการทบทวน (Review), การปรับปรุงแก้ไข (Remedy) และ การเปลี่ยนโฉม (Rebrand) เพื่อใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการลดอันตรายจากยาเสพติดของประเทศไทย
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (อาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

