<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/225" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/225</id>
  <updated>2026-01-13T03:35:08Z</updated>
  <dc:date>2026-01-13T03:35:08Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรมของผู้บริโภคในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2660" />
    <author>
      <name>สุชญา นิลวัฒน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2660</id>
    <updated>2025-01-15T06:22:08Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรมของผู้บริโภคในประเทศไทย
Authors: สุชญา นิลวัฒน์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรมของผู้บริโภคใน ประเทศไทยและเพื่อ 2) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์ เลี้ยงบนอินสตาแกรมของผู้บริโภคในประเทศไทย รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือ ที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรมและพักอาศัยในประเทศไทย จ านวน 320 คน โดยการสุ่มตัวอย่าง แบบสะดวก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง ยืนยัน และโมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 ด้าน &#xD;
ได้แก่ 1) ด้านการตระหนักรู้ 2) ด้านความภักดี 3) ด้านการรับรู้คุณภาพ 4) ด้าน ความเชื่อมโยง และ5) &#xD;
ด้านความตั้งใจซื้อ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี โดยพิจารณา จากค่า CMIN/df = 1.33, ค่า GFI = 0.93, ค่า AGFI = 0.90, ค่า SRMR = 0.04, ค่า RMSEA = 0.03 และค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์  =  0.91  แสดงว่าตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวน ของความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรม  ได้ร้อยละ  91  พบว่า  ด้านความ เชื่อมโยง และด้านความภักดีมีอิทธิพลทางตรงต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบน อินสตาแกรมตามลำดับ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสามารถน าผลวิจัยไปสร้างร้านขายผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยงบนอินสตาแกรมให้ผู้บริโภคมีความทรงจ าที่คุ้นเคยกับร้านค้า  เพื่อให้เกิดความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยง
Description: วิทยานิพนธ์ (สท.ม. (เทคโนโลยีสื่อสังคม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อวัตถุมงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2659" />
    <author>
      <name>ธารทิพย์ บุตรี</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2659</id>
    <updated>2025-01-15T06:19:09Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อวัตถุมงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Authors: ธารทิพย์ บุตรี
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความตั้งใจซื้อวัตถุมงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต็อกใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ 2) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อวัตถุ มงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต็อกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รูปแบบ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เคยซื้อวัตถุมงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต็อก และพักอาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จ านวน 280 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก สถิติที่ใช้ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และโมเดลสมการ โครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่&#xD;
1) ด้านผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย 2) ด้านภาพลักษณ์ 3) ด้านอัตมโนทัศน์ และ 4) ด้านความ ตั้งใจซื้อ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี โดยพิจารณาจากค่า CMIN/df = 1.40, ค่า df = 137, ค่า GFI = 0.94, ค่า AGFI = 0.90, ค่า SRMR = 0.03, ค่า RMSEA = 0.04 และค่าสัมประสิทธิ์การ พยากรณ์ = 0.90 แสดงว่าตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจซื้อวัตถุมงคลจากร้านเจ้าหญิงทาโรต์บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ได้ร้อยละ 90 พบว่า ด้านอัตมโนทัศน์เป็น ปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อความตั้งใจซื้อ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจขายวัตถุมงคลควรคำนึงถึงการออกแบบสินค้าที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ รสนิยม และความเชื่อของผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความตั้งใจซื้อต่อไปในอนาคต
Description: วิทยานิพนธ์ (สท.ม. (เทคโนโลยีสื่อสังคม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟบนแอปพลิเคชันช้อปปี้ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2658" />
    <author>
      <name>วิทวัธ ปู่วงษ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2658</id>
    <updated>2025-01-15T06:11:46Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟบนแอปพลิเคชันช้อปปี้ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Authors: วิทวัธ ปู่วงษ์
Abstract: งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล&#xD;
ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความตั้งใจซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟบนแอปพลิเคชันช้อปปี้ ของผู้บริโภคใน&#xD;
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความต้องใจซื้อเครื่อง&#xD;
กรองน้ำเซฟบนแอปพลิเคชันช้อปปี้ ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เครื่องมือที่ใช้&#xD;
ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ที่เคยซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟบนแอป&#xD;
พลิเคชันช้อปปี้ และพักอาศัยอยใู่ นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการ&#xD;
วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี ร้อยละ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและโมเดลสมการ&#xD;
โครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่&#xD;
1) ด้านภาพลักษณ์ตราสินค้า 2) ด้านการใช้ผู้มีชื่อเสียง 3) ด้านความไว้วางใจ และ 4) ด้านความตั้งใจ&#xD;
ซื้อ และโมเดลสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี ค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์เท่ากับ 0.81&#xD;
แสดงว่า ตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความความตั้งใจซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟ&#xD;
บนแอปพลิเคชันช้อปปี้ ได้ร้อยละ 81 และปัจจัยด้านความไว้วางใจ ปัจจัยด้านการใช้ผู้มีชื่อเสียง และ&#xD;
ปัจจัยด้านภาพลักษณ์ของตราสินค้ามีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อเครื่องกรองน้ำเซฟบนแอปพลิเคชัน&#xD;
ช้อปปี้ ตามลำดับ
Description: วิทยานิพนธ์ (สท.ม. (เทคโนโลยีสื่อสังคม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพื่อสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์ของผู้บริโภคในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2041" />
    <author>
      <name>ญัสมิน บินโซดาโอะ</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2041</id>
    <updated>2023-10-25T07:45:49Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพื่อสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์ของผู้บริโภคในประเทศไทย
Authors: ญัสมิน บินโซดาโอะ
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการตัดสินใจซื้อเพื่อสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์ของผู้บริโภคในประเทศไทย เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพื่อสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์ของ ผู้บริโภคในประเทศไทย รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เป็นหรือเคยสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์และพักอาศัย อยู่ในประเทศไทย จํานวน 382 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และโมเดลสมการโครงสร้าง&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์ที่เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านรูปแบบการดําเนินชีวิต 2) ด้านอัตตนิยมวัฒนธรรม 3) ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 4) ด้าน ความตั้งใจซื้อ และ 5) ด้านการตัดสินใจซื้อ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี โดย พิจารณาจากค่าสถิติ ไค-สแควร์ (X2) = 299.06, CMIN/df = 1.38, ค่า GFI = 0.94, ค่า AGFI = 0.90, ค่า SRMR = 0.07, ค่า RMSEA = 0.03 และค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ = 0.99 แสดงว่าตัวแปรใน โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของการตัดสินใจซื้อเพื่อสมัครสมาชิกวีทูบเบอร์ของผู้บริโภค ในประเทศไทย ได้ร้อยละ 99 และพบว่า ด้านอัตตนิยมวัฒนธรรม ด้านความตั้งใจซื้อ ด้านรูปแบบ การดําเนินชีวิต และ ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ตามลําดับ
Description: วิทยานิพนธ์ (สท.ม. (เทคโนโลยีสื่อสังคม)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

