<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/227" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/227</id>
  <updated>2026-08-05T07:32:18Z</updated>
  <dc:date>2026-08-05T07:32:18Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ระบบช่วยเหลือด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับระบบบริหรจัดกรความยินยอมและระบบการแฝงข้อมูล</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3227" />
    <author>
      <name>จิรภัทร ลาภวัฒนวรกุล</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3227</id>
    <updated>2026-02-27T07:21:56Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ระบบช่วยเหลือด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับระบบบริหรจัดกรความยินยอมและระบบการแฝงข้อมูล
Authors: จิรภัทร ลาภวัฒนวรกุล
Abstract: ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจและการ วิเคราะห์ทางสังคม การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น จีดีพีอาร์ในสหภาพยุโรปและพีดีพีเอในประเทศไทยได้บังคับใช้ อย่างเข้มงวด ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ต้องพัฒนาแนวทางและวิธีการเพื่อบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไป ตามกฎหมายเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการปกป้องข้อมูลแบบเดิม เช่น การลบข้อมูลส่วนบุคคลหรือการ ทำให้ข้อมูลเป็นนิรนาม ยังคงมีข้อจำกัดและอาจถูกโจมตีเพื่อระบุตัวตนซ้ำได้ งานวิจัยนี้จึงนำเสนอ เทคนิคใหม่ในการบริหารจัดการความยินยอมและการแฝงข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็น ระบบช่วยเหลือ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการสร้างระบบที่สามารถบูรณาการสัญญาอัจฉริยะ บนบล็อกเชนเพื่อจัดการความยินยอมของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้งยังพัฒนา เทคนิคการแฝงข้อมูลที่รักษาความถูกต้องของข้อมูลพร้อมกับลดความเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็น ส่วนตัว วิธีการดำเนินงานเริ่มจากการออกแบบกรอบแนวคิดที่อิงตามข้อกำหนดทางกฎหมาย จากนั้น ใช้ชุดข้อมูลมาตรฐานและชุดข้อมูลเพิ่มเติมในการทดลองเพื่อประเมินผลกระทบและประสิทธิภาพ ของระบบ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาสามารถลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบล็อกเชนมีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นใจในความปลอดภัยและความ โปร่งใสของข้อมูล นอกจากนี้ระบบที่นำเสนอสามารถรองรับการปรับเปลี่ยนตามข้อกำหนดทาง กฎหมายที่หลากหลาย ซึ่งช่วยส่งเสริมความไว้วางใจในกระบวนการจัดการข้อมูลในยุดดิจิทัล งานวิจัย นี้เป็นรากฐานสำคัญที่สามารถพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลใน อนาคต และช่วยส่งเสริมมาตรฐานการปกป้องข้อมูลในยุคดิจิทัล
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เทคโนโลยีสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>แบบจำลองอัตโนมัติแบบผสมผสานเพื่อแบ่งกลุ่มและจำแนกประเภทลูกค้าอย่างเจาะจงของอุตสาหกรรมทางด่วนในประเทศไทยด้วยฐานปัญญาประดิษฐ์</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3226" />
    <author>
      <name>กุณเกศฌนม์ กนกงามวิทโรจน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3226</id>
    <updated>2026-02-27T07:17:01Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แบบจำลองอัตโนมัติแบบผสมผสานเพื่อแบ่งกลุ่มและจำแนกประเภทลูกค้าอย่างเจาะจงของอุตสาหกรรมทางด่วนในประเทศไทยด้วยฐานปัญญาประดิษฐ์
Authors: กุณเกศฌนม์ กนกงามวิทโรจน์
Abstract: งานวิจัยนี้นำเสนอการพัฒนาแบบจำลองอัตโนมัติแบบผสมผสานเพื่อแบ่งกลุ่มและจำแนก ประเภทลูกค้าในอุตสาหกรรมทางด่วนของประเทศไทย โดยอาศัยเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องและ อัลกอริทึมแบบผสมผสานที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแบบจำลองที่สามารถจำแนกประเภทลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น รวมถึงการเปรียบเทียบกับวิธีการเดิมและการพัฒนาให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติผ่าน แนวทางของการเรียนรู้ของเครื่องอัตโนมัติ (AutoML) กระบวนการวิจัยใช้ข้อมูลพฤติกรรมการใช้ บริการทางด่วนของลูกค้าในระยะเวลา 30 วัน และ 120 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากรถยนต์ที่ลงทะเบียนใน ระบบ ETC (Electronic Toll Collection) โดยไม่มีการรวมข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ และจำแนกกลุ่มลูกค้าโดยใช้เทคนิคการจัดกลุ่มแบบเค-มีน จากนั้นใช้แบบจำลองการจำแนก ประเภท เช่น CatBoost, Random Forest และ XGBoost ในการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาระบบ อัจฉริยะ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าแบบจำ ลองที่พัฒนาโดยใช้แนวทางของการเรียนรู้ของเครื่อง อัตโนมัติ (AutoML) และอัลกอริทึมแบบผสมผสานสามารถจำแนกประเภทลูกค้าได้อย่างแม่นยำสูง กว่าวิธีการแบบเดิม อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มการใช้บริการ ของลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงกลยุทธ์เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในอุตสาหกรรมทางด่วน เทคโนโลยีที่ พัฒนาขึ้นสามารถสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้ดีขึ้น ลดข้อผิดพลาดจากกระบวนการเดิม และช่วยให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เทคโนโลยีสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาแบบปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นของกรอบโครงร่างระบบการบริหารสารสนเทศบัณฑิตวิทยาลัย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3225" />
    <author>
      <name>บัวเรียน สูงพล</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3225</id>
    <updated>2026-02-27T07:11:51Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาแบบปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นของกรอบโครงร่างระบบการบริหารสารสนเทศบัณฑิตวิทยาลัย
Authors: บัวเรียน สูงพล
Abstract: การดำเนินงานทางธุรกิจที่เป็นประจำได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นบริการดิจิทัล ซึ่งเพิ่มแพลตฟอร์มที่ทันสมัยหลายแห่ง การปรับเข้ากันอย่างรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงาน ขยะจากฮาร์ดแวร์ และการลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนาระบบที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนซึ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานสามารถช่วยสร้างสรรค์การพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างดี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการดิจิทัล การวิจัยนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความต้องการในการปรับปรุงการใช้พลังงานในการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ในช่วงแรก เนื่องจากมีความต้องการด้านประสิทธิภาพทางเทคโนโลยีและความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าวิธีการ Agile แบบดั้งเดิมจะมีประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Iterative และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่บ่อยครั้งที่มันประสบปัญหาในเรื่องความยั่งยืนและประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาว การใช้ Agile ที่ขยายออกซึ่งรวม Agile เข้ากับสถาปัตยกรรมหลายชั้นและกรอบการมองด้านแง่มุม (ALAI) ผลการศึกษานี้ไม่ เพียงแต่เป็นทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติจริง เนื่องจากมีการสำรวจประสิทธิภาพการใช้พลังงานของวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ALAI โดยใช้ระบบบริการข้อมูลการรับสมัครนักเรียนระดับบัณฑิตศึกษา (GAISS) เป็นตัวอย่าง GAISS เป็นระบบที่ซับซ้อนที่จัดการกระบวนการรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่การส่ง ใบสมัครไปจนถึงการตัดสินใจสุดท้าย การศึกษานี้ได้คำนวณการใช้พลังงานจากหน้าแสดงรายละเอียดนักศึกษาโดยการวิเคราะห์จาก Log Microsoft IIS ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 ถึงพฤษภาคม 2024 ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้โดยตรงแสดงให้เห็นว่า GAISS ที่อิงกับกรอบ ALAI ลดการใช้พลังงานลง 10.7914% เมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ Agile แบบดั้งเดิม ALAI ใช้พลังงาน 892.80 kWh เทียบกับ 1000.80 kWh ของ Agile ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประหยัดพลังงาน ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการรวมกรอบการมองด้านแง่มุมและวิธีการหลายชั้นเข้ากับวิธีการ Agile ซึ่งมีส่วนช่วยในการสนทนาเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ยั่งยืน การศึกษานี้เน้นความสำคัญของกรอบงานที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่าง ALAI เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของระบบซอฟต์แวร์และส่งเสริมความยั่งยืนของการพัฒนาซอฟต์แวร์
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เทคโนโลยีสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ความมั่นคงชั้นกายภาพในการสื่อสารแถบความถี่กว้างยิ่งที่มีการกลับทางเวลา</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3224" />
    <author>
      <name>ธนิต สำลีวงค์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3224</id>
    <updated>2026-02-27T07:08:27Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ความมั่นคงชั้นกายภาพในการสื่อสารแถบความถี่กว้างยิ่งที่มีการกลับทางเวลา
Authors: ธนิต สำลีวงค์
Abstract: ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอระบบแถบความถี่กว้างยิ่งทางเลือกททีทำให้เกิดความมั่นคงในชั้นกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระบบนี้เครื่องส่งสัญญาณจะใช้สายอากาศหลายเสาเพื่อทำการกรองแบบพรีเรคร่วมกับการส่งแบบไดเวอร์ซิตี้ทางปริภูมิ ทำให้เกิดการโฟกัสทางเวลา และการ โฟกัสทางปริภูมิ การกรองแบบพรีเรคมีที่มาจากกระบวนทัศน์การกลับทางเวลา ซึ่งอาศัยการบันทึก รูปคลื่นทางกายภาพของสัญญาณและการประมวลผลที่ต่อเนื่องทางเวลา เครื่องรับสัญญาณที่ใช้คีย์ ร่วมกับเครื่องส่งสัญญาณต้องการเพียงตัวกรองเข้าคู่ในการถอดรหัสข้อมูล สมรรถนะความมั่นคง ของระบบที่เสนอจะถูกประเมินในรูปของความน่าจะเป็นที่เครื่องดักฟังค้นหาคีย์ได้อย่างถูกต้อง เทียบกับอัตราความผิดพลาดในการถอดรหัสของเครื่องรับดังกล่าว ในการวิจัยนี้ ใช้แบบจำลอง ช่องสัญญาณ IEEE 802.15.4a ซึ่งเป็นแบบจำลองช่องสัญญาณแถบความถี่กว้างยิ่งที่ทำให้เป็น มาตรฐาน และแบบจำลองเรย์เทรสซิ่งที่ีสังเคราะห์ได้จากโปรแกรม Wireless InSite® ระบบนี้ยัง สามารถประยุกต์ใช้กับการสื่อสารแบบร่วมมือได้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นประสิทธิผลของระบบ ภายใต้การปรับค่าพารามิเตอร์แบบต่าง ๆ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เทคโนโลยีสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

