<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/228" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/228</id>
  <updated>2026-01-20T04:32:09Z</updated>
  <dc:date>2026-01-20T04:32:09Z</dc:date>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาผลของกระบวนการผลิตชาใบไผ่ต่อสารสำคัญในเครื่องดื่มชาใบไผ่</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3061" />
    <author>
      <name>ธฤต อภิสิทธิวงศ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>วนิดา โอศิริพันธุ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ณัฐ เทพหัตถี</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3061</id>
    <updated>2025-10-29T06:57:44Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาผลของกระบวนการผลิตชาใบไผ่ต่อสารสำคัญในเครื่องดื่มชาใบไผ่
Authors: ธฤต อภิสิทธิวงศ์; วนิดา โอศิริพันธุ์; ณัฐ เทพหัตถี
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาไผ่ โดยศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมในการนึ่งเพื่อเตรียมตัวอย่างใบไผ่สำหรับการผลิตชาไผ่ด้วยวิธีการคั่วเปรียบเทียบกับการอบด้วยลมร้อนที่มีผลต่อปริมาณสารสำคัญในใบไผ่เพื่อนำสภาวะที่เหมาะสมไปผลิตชาไผ่ผลการวิจัยพบว่า สภาวะที่เหมาะสมในนึ่งใบไผ่เพื่อเตรียมตัวอย่าง คือ นึ่งเป็นเวลา 15 นาทีโดยมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด เท่ากับ 14.97 ± 0.05 mg GAE/g และเมื่อเปรียบเทียบกระบวนการคั่วและอบลมร้อนเพื่อใช้ในการผลิตชาไผ่ พบว่า ที่ระยะเวลาในการคั่ว 30 นาที มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ฟลาโวนอยด์ทั้งหมดและคาเทชินสูงที่สุด เท่ากับ 11.73 ± 0.07 mg GAE/g 9.46 ± 0.19 mg QE/g และ 19.10 ± 0.12 mg/100 g ตามลำดับ ในขณะที่การอบด้วยลมร้อน 30 นาที จะมีปริมาณโอริเอ็นทิน ไอโซโอริเอ็นทินและไอโซวิทีซินสูงที่สุด เท่ากับ 71.41 ± 0.01 ppm, 36.73 ± 0.01 ppm และ 166.61 ± 0.00 ppm ตามลำดับ โดยตรวจไม่พบวิทีซินในการทำชาไผ่ด้วยการอบและการคั่ว ผลการวิเคราะห์คุณภาพทางจุลินทรีย์ พบปริมาณของจุลินทรีย์ทั้งหมดที่ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ชาใบไผ่ เท่ากับ 1 x 102 CFU/g และตรวจไม่พบการปนเปื้อนของยีสต์และรา และตรวจไม่พบเอสเชอริเชีย โคไลในผลิตภัณฑ์ชาไผ่ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (มผช.478/2562) สำหรับคุณค่าทางโภชนาการในชาไผ่ ตรวจไม่พบไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรตทั้งหมดซึ่งรวมน้ำตาลและคาเฟอีน โดยมีปริมาณโซเดียม 2.13 มิลลิกรัมต่อน้ำชา 100 มิลลิลิตร</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวอจัย ศึกษาน้ำผลไม้ผสมแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD)</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2749" />
    <author>
      <name>วนิดา โอศิริพันธุ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศศิรินทร์ แลบัว</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2749</id>
    <updated>2025-04-04T03:12:08Z</updated>
    <published>2563-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวอจัย ศึกษาน้ำผลไม้ผสมแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD)
Authors: วนิดา โอศิริพันธุ์; ศศิรินทร์ แลบัว
Abstract: ปัจจุบันประเทศไทยนิยมใช้กัญชาทั้งทางการแพทย์อาหารและเครื่องดื่มงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) แคนาบินอล(CBN) เตตราไฮโดรแคน นาบินอล (THC) และสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำทับทิมที่เติมสาร CBD ในปริมาณเริ่มต้น 3.5, 7.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และศึกษาปริมาณสาร CBD, CBN, THC, กรดเตตราไฮโดรแคนนาบินอลิก (THCA) และสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำทับทิมที่เติมน้ําสกัดจากใบกัญชา ที่ผ่านกระบวนการแปร รูปแบบพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไรซ์ พบว่าในน้ำทับทิมที่เติมสาร CBD ปริมาณฟีนอลิคทั้งหมด และความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH หลังจากผ่านการพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไลซ์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไลซ์อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความ เชื่อมั่น 95% ในน้ำทับทิมที่เติมสาร CBD 7.0 mg/kg เมื่อผ่านกระบวนพาสเตอร์ไรซ์และสเตอริไรด์ จะมีร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสาร CBD ลดลงน้อยกว่าในน้ำทับทิมที่เติม CBD 3.5mg/kg และน้ำทับทิมที่เติม CBD 7.0 mg/kg ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ตรวจพบ THC เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 ส่วน ในน้ำทับทิมที่ผ่านกระบวนการสเตอริไรด์ จะมีร้อยละการเพิ่มขึ้นของ THC เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 แสดงว่ายิ่งเพิ่มระดับความร้อนที่มากขึ้นส่งผลให้สาร CBD เปลี่ยนเป็น THC ได้มากยิ่งขึ้น น้ำทับทิมที่เดิม CBD เมื่อผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไรซ์ ตรวจพบปริมาณ CBD และ THC อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 427 พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา หรือกัญชงส่วนน้ำทับทิมที่เติมน้ำสกัดจากใบกัญชาเมื่อผ่านกระบวนพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไลด์จะ มีร้อยละการเปลี่ยนแปลงของสาร CBN และ THCA ลดลง แต่เมื่อผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ พบว่าปริมาณ CBD และ THC เพิ่มมากขึ้นสําหรับน้ำทับทิมที่ผ่านกระบวนการสเตอริไลด์จะมีร้อยการเพิ่มขึ้นของ THC 13.71 แต่มีการลดลงของ CBD,CBN, และ THCA ร้อยละ 21.24, 84.84 และ 64.53 ตามลําดับ ระดับความร้อนที่มากขึ้นจะส่งผลเพิ่มร้อยละการลดลงของสาร THCA ทําให้ร้อย ละปริมาณการเพิ่มขึ้นของสาร THC เพิ่มตามขึ้นด้วย น้ำทับทิมที่เติมน้ําสกัดจากใบกัญชา เมื่อผ่าน กระบวนการพาสเจอร์ไรซ์และสเตอริไรซ์ ตรวจพบปริมาณ CBD และ THC มากเกินเกณฑ์ มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 427 พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติ อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชงผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของน้ำทับทิมพบว่ามีพลังงาน 43.6 กิโลแคลอรี่ ไขมันทั้งหมดร้อยละ 0.3 โปรตีนร้อยละ 0.2 คาร์โบไฮเดรตทั้งหมดร้อยละ 10.1 น้ําตาลทั้งหมดร้อย ละ 0.11 เถ้าร้อยละ 0.2 และความชื้นร้อยละ 89.3</summary>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>งานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคลายเครียดจากกล้วยน้ำว้า ฟักทอง บัวบก และขมิ้นชันที่ทำแห้งแบบโฟมแมท</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2522" />
    <author>
      <name>ศศิรินทร์ แลบัว</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2522</id>
    <updated>2024-09-16T03:37:55Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: งานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคลายเครียดจากกล้วยน้ำว้า ฟักทอง บัวบก และขมิ้นชันที่ทำแห้งแบบโฟมแมท
Authors: ศศิรินทร์ แลบัว
Abstract: ปัจจุบันมีผู้ป่วยซึมเศร้าในสังคมไทยสูงมากเกือบ 2 ล้านคนและมีผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น 2 เท่าในรอบ 6 ปี การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคลายเครียดที่เป็น Functional drink จากผักผลไม้และสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ กล้วยน้ำว้า ฟักทอง บัวบก และขมิ้นชันที่ทำแห้งแบบโฟมแมท เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว งานวิจัยนี้พบว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคลายเครียดจากกล้วยน้ำว้า ฟักทอง บัวบก และขมิ้นชันที่ทำแห้งแบบโฟมแมท ที่มีส่วนประกอบของกล้วยน้ำว้าผงร้อยละ 65 ฟักทองผงร้อยละ 30 บัวบกผงร้อยละ 5 และขมิ้นชันผงร้อยละ 2 จะได้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคลายเครียดที่มีค่า Aw ต่ำกว่า 0.4 ซึ่งเป็นค่าที่จุลินทรีย์ทุกชนิดไม่สามารถเจริญได้ ทำให้เครื่องดื่มคลายเครียดนี้มีอายุการเก็บที่นานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีค่าความสามารถในการละลายโดยเฉลี่ยร้อยละ 42 สีของเครื่องดื่มมีความสว่าง (L*) เท่ากับ 72.07± 0.55 สีแดง (a*) เท่ากับ 72.07 ± 0.55 สีเหลือง (b*) เท่ากับ 72.07 ± 0.55 มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระเท่ากับ 225.15 ± 0.00 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแอสคอร์บิคต่อลิตร (mg AAE/L) ปริมาณโพแทสเซียม 580.30 ± 0.00 mg/100g ปริมาณสาร Tryptophan 447.91 mg/100g ปริมาณวิตามิน B1 B6 B12 เท่ากับ 0.63 ± 0.00 วิตามิน B6 เท่ากับ 5.96 ± 0.00 และ วิตามิน B12 เท่ากับ 0.34 ± 0.00 mg/L โดยสาร Tryptophanเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ที่จะทำให้ร่างกายมีความสุข ช่วยส่งออกซิเจนไปยังสมองและปรับสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย สารß-carotene ช่วยเพิ่มปริมาณสาร Serotonin และ Norepinephrine ซึ่งเป็นแห่งความสุขในสมองของคนไข้ที่มีภาวะซึมเศร้า ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายทำให้ความเครียดลดลง วิตามิน B1 B6 B12 จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายให้สามารถต่อต้านความวิตกกังกล (antianxiety) และต่อต้านภาวะซึมเศร้า (antidepressant) ได้</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การใช้ประโยชน์จากธัญพืชเพาะงอกในผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2521" />
    <author>
      <name>ฐานวีร์ ลอยแก้ว</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2521</id>
    <updated>2024-09-16T03:34:23Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การใช้ประโยชน์จากธัญพืชเพาะงอกในผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพ
Authors: ฐานวีร์ ลอยแก้ว
Abstract: รายงายการวิจัย เรื่อง การใช้ประโยชน์จากธัญพืชเพาะงอกในผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพ เป็นการนำธัญพืช 3 ชนิดคือข้าวกล้อง ถั่วเขียว และถั่วขาว มาเพาะงอกเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพที่มีคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มีประโยชน์ และมีผลดีต่อสุขภาพ โดยได้ทำการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี คุณค่าทางโภชนาการ ของแป้งธัญพืชงอกและผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพที่ทำจากแป้งธัญพืชเพาะงอก รวมถึงการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งธัญพืชเพาะงอกที่พร้อมต่อยอดในทางการค้าได้&#xD;
จากการศึกษาพบว่าแป้งธัญพืชงอกมีคุณค่าทางโภชนาการ คุณลักษณทางด้านกายภาพ และการเปลี่ยนแปลงความหนืดของแป้งเมื่อวัดด้วยเครื่อง Rapid Visco Analyzer (RVA) แตกต่างจากแป้งสาลีอย่างมีนัยสำคัญ (p≤0.05) ซึ่งอาจส่งผลถึงการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ปริมาณแกมมา แอมิโนบิวทิริคแอซิด ฟีนอลิกทั้งหมด และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ของแป้งธัญพืชงอกสูงกว่าแป้งสาลี&#xD;
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมปังเพื่อสุขภาพที่ใช้แป้งธัญพืชงอก พบว่าระดับการทดแทนที่เหมาะสมคือระดับการทดแทนที่ร้อยละ 25 ทำให้ขนมปังมีคุณภาพทางประสาทสัมผัสและคุณลักษณะทางด้านกายภาพ รวมถึงเนื้อสัมผัสที่วัดด้วยเครื่อง Texture analyzer ค่าความแน่นเนื้อ (Firmness) ใกล้เคียงกับสูตรควบคุมมากที่สุด คุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ขนมปัง พบว่าขนมปังที่ทดแทนด้วยแป้งธัญพืชงอกมี แกมมา แอมิโนบิวทิริคแอซิด ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้น เมื่อเทียบกับสูตรขควบคุม และเมื่อการศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ขนมปังที่ใช้แป้งธัญพืชงอกพบว่าคะแนนคุณลักษณะทางด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่นรส รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ชอบปานกลางถึงชอบมาก และการยอมรับผลิตภัณฑ์อยู่ที่ร้อยละ 100 ในขั้นทดสอบตลาด ได้มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และฉลากสินค้าภายใต้แบรนด์ “GERMINSU” โดยจัดจำหน่ายทั้งในรูปแบบแป้งธัญพืชงอก ขนมปัง และนำมาประยุกต์ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ได้หลากหลายชนิดเพื่อทดลองจำหน่ายเป็นทางเลือกให้กับผู้สนใจและผู้ใส่ใจสุขภาพ</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

