<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/232" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/232</id>
  <updated>2026-04-17T10:46:53Z</updated>
  <dc:date>2026-04-17T10:46:53Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมเชื้อ Ralstonia Solanacearum Smith ที่เป็นสาเหตุของโรคเหี่ยวดาหลา</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3158" />
    <author>
      <name>อาซียัณ ดือราแม</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3158</id>
    <updated>2026-01-27T03:49:34Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมเชื้อ Ralstonia Solanacearum Smith ที่เป็นสาเหตุของโรคเหี่ยวดาหลา
Authors: อาซียัณ ดือราแม
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมโรค เหี่ยวของดาหลาที่มีสาเหตุจากเชื้อ Ralstonia solanacearum Smith ทำการแยกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ จากดินในแปลงปลูกดาหลาได้ทั้งหมด 97 ไอโซเลท จากนั้นทำการคัดเลือกไอโซเลทที่สามารถ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ R. solanacearum Smith ในห้องปฏิบัติการได้จำนวน 5 ไอโซเลท ซึ่งเมื่อนำมาจำแนกชนิดโดยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณยีน 16S rRNA พบว่าไอโซเลท TTYL-14, TTYL– 18 และ BTYL-5 มีความคล้ายคลึงกับ Bacillus subtilis สำหรับไอโซเลท BTYL- 4 และMGYL-1 มีความคล้ายคลึงกบั Bacillus amyloliquefaciens และ Bacillus altitudinis ตามลำดับ ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่าเชื้อปฏิปักษ์ทุกไอโซเลทมีประสิทธิภาพในการควบคุม การเกิดโรคเหี่ยวของมะเขือเทศ จากนั้นนำมาทดสอบการควบคุมโรคเหี่ยวของดาหลาในสภาพ โรงเรือนทดลอง พบว่าหลังปลูกเชื้อสาเหตุโรค 3 สัปดาห์ ต้นดาหลาเริ่มการแสดงอาการของโรค เหี่ยว เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ทั้ง 5 ไอโซเลทมีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเหี่ยวได้ ไม่แตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีดัชนีความรุนแรงของโรคตั้งแต่ 40 – 46.67 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ กรรมวิธีควบคุมที่ไม่ได้ใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ มีดัชนีความรุนแรงของโรค 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น พบว่าแบคทีเรียปฏิปักษ์นี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides, Corynespora cassiicola และ Fusarium oxysporu ที่เป็นสาเหตุของโรคแอนแทรค โนส โรคใบจุกก้างปลา และโรคเหี่ยวเหลือง ตามลำดับ ในระดับห้องปฏิบัติการได้ ทั้งนี้ ควรทำการ ทดสอบเพื่อยืนยัน ประสิทธิภาพการควบคุมโรคเหี่ยวของเชื้อปฏิปักษ์นี้ในระดับไร่นาต่อไป
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การประเมินเครื่องหมายโมเลกุล SNP ที่เกี่ยวกับยีน THCAS และ CBDAS สำหรับปรับปรุงพันธุ์ Cannabis sativa L.</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3157" />
    <author>
      <name>ธนัสสร ถวิลเชื้อ</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3157</id>
    <updated>2026-01-27T02:48:27Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประเมินเครื่องหมายโมเลกุล SNP ที่เกี่ยวกับยีน THCAS และ CBDAS สำหรับปรับปรุงพันธุ์ Cannabis sativa L.
Authors: ธนัสสร ถวิลเชื้อ
Abstract: Cannabis sativa L. มีสาร Cannabinoids ที่สำคัญหลายชนิดหนึ่งในนั้นคือ Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางจิตและสารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ Cannabidiol (CBD) ซึ่งเป็นสารประกอบที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีศักยภาพในการใช้ ทางการแพทย์ สารประกอบเหล่านี้ถูกควบคุมโดยเมแทบอลิซึมโดยยีนสองตัวได้แก่ยีน Tetrahydrocannabinolic acid synthase (THCAS) และ Cannabidiolic acid synthase (CBDAS) เครื่องหมายโมเลกุล Single nucleotide polymorphism (SNP) คือการเปลี่ยนแปลง ที่ตำแหน่งเดียวในลาดับดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต มีการใช้ SNP เป็นเครื่องหมายโมเลกุลใน การศึกษา Genotype ของสิ่งมีชีวิต และสามารถใช้เป็นเครื่องหมายช่วยคัดเลือกในการปรับปรุง พันธ์ุพืช (Marker-Aided Selection, MAS) (Jehan &amp; Lakhanpaul, 2006) การศึกษานี้เปรียบเทียบการแปรผันของนิวคลีโอไทด์ของยีน THCAS ระหว่างพืชกัญชา ที่มี THC สูง (Type I) และ CBD สูง (Type III) ผลการวิจัยพบว่า SNP 12 จาก 63 ตำแหน่งถูกเลือกและมีศักยภาพในการแยกความแตกต่างระหว่างกัญชาสองประเภทนี้ การตรวจสอบความ ถูกต้องของ SNPs 12 ตำแหน่งได้ทำการทดสอบในรุ่นลูก F1 ที่ได้มาจากการผสมข้ามระหว่าง พืช Type III (DNM) และ Type I (CHP) โดยใช้เทคนิค Pyrosequencing และในการวิเคราะห์ In silico ผลการวิจัยพบว่าตำแหน่ง SNP 869 (T/C) และ 881 (T/G) สามารถใช้เป็นเครื่องหมาย ที่มีประสิทธิภาพในการทำนายชนิด Cannabinoid ของพืชกัญชาได้อย่างถูกต้องแต่ไม่สามารถ ใช้ทำนายปริมาณสารได้ ท้ายที่สุด Tetra-primer ARMS-PCR ได้รับการออกแบบเพื่อใช้เป็น Marker-Aided Selection ในโครงการปรับปรุงพันธ์ุกัญชา
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การทำบริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติของแบคเทอริโอซินที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ผลิตจากRB01- และการนำไประยุกต์ใช้ในลาบหมูดิบ</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2754" />
    <author>
      <name>กิตติยา โชว์พานิช</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2754</id>
    <updated>2025-04-11T07:57:46Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การทำบริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติของแบคเทอริโอซินที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ผลิตจากRB01- และการนำไประยุกต์ใช้ในลาบหมูดิบ
Authors: กิตติยา โชว์พานิช
Abstract: แบคทีเรียกรดแลคติกไอโซเลท RB01-SO ซึ่งคัดแยกได้จากต้นหอมดองสามารถสร้างสารยับยั้งเชื้อ Streptococcus suis อันเป็นสาเหตุก่อให้โรคที่สำคัญต่อหมูและผู้บริโภค เมื่อจำแนกสายพันธุ์ของไอโซเลท RB01-SO ด้วยเทคนิค MALDI-TOF MS พบว่า เป็นแบคทีเรียชนิด Lactiplantibacillus plantarum โดยสามารถผลิตแบคเทอริโอซินที่มีค่ากิจกรรมการยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 ได้สูงสุดเท่ากับ400 AU/mL เมื่อเลี้ยงในอาหารเหลว MRS ที่เติม NaCl ที่ความเข้มข้นร้อยละ 1 โดยมวลต่อปริมาตร(pH 7) บ่มที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส นาน 12 ชั่วโมง จากนั้นนำแบคเทอริโอซินมาทำบริสุทธิ์ผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตกตะกอนด้วย Ammonium Sulfate ความเข้มข้นร้อยละ 20 และ 75 โดยมวลต่อปริมาตร การทำบริสุทธิ์ด้วยวิธี Cation-Exchange Chromatography และ RP-HPLC จาการทดลองพบว่า มีแบคเทอริโอซินจำนวน 2 เปปไทด์ ได้แก่ RB01-SOA และ RB01-SOB ซึ่งมีความเหมือนกับPlantaricin Wα และ Plantaricin Wβ (มวลโมเลกุลเท่ากับ 3,222 และ 3,098 ดาลตัน ตามลำดับ) แบคเทอริโอซินทั้งสองชนิดนี้ถูกทำลายด้วยเอนไซม์ย่อยโปรตีน แต่มีความเสถียรต่อตัวทำละลายอินทรีย์และสารลดแรงตึงผิว สามารถคงทนได้ที่ค่า pH 2-12 และอุณหภูมิ 80, 100, 121 องศาเซลเซียส แบคเทอริโอซิน RB01-SOA และ RB01-SOB สามารถยับยั้งได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ และมีการออกฤทธิ์แบบเสริมฤทธิ์กัน โดยมีกลไกการยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 แบบ Bactericidal เมื่อทดลองโดยเติมผงแบคเทอริโอซินหยาบความเข้มข้น 372,192 AU/ลาบหมูดิบ 300 กรัม สามารถลดปริมาณเชื้อ S. suis P1/7 ในลาบหมูลงเหลือ 2.0 log CFU/g ภายในเวลา 120 นาที ในขณะที่การเติมผงแบคเทอริโอซินที่ผ่านการทำบริสุทธิ์เบื้องต้นความเข้มข้น 1,188,642 AU/ลาบหมูดิบ 300 กรัมสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 ในเลือดหมู เนื้อหมู และลาบหมูดิบจนต่า กว่าขีดจำกัดของการวิเคราะห์ภายในระยะเวลา 40, 60 และ 60 นาที ตามลำดับ
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสพริกผัดของไทย (พริกป่นที่มีน้ำมัน)</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/516" />
    <author>
      <name>สุพิชญา สุรเสรีวงษ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/516</id>
    <updated>2022-02-18T03:05:01Z</updated>
    <published>2563-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสพริกผัดของไทย (พริกป่นที่มีน้ำมัน)
Authors: สุพิชญา สุรเสรีวงษ์
Abstract: การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริก โดยใช้โมเดลเครื่องปรุงรสพริกผัด เพื่อให้ได้&#xD;
ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค โดยสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ทัศนคติ&#xD;
และความต้องการที่มีต่อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริกจากแบบสอบถาม จำนวน 150 คน พบว่า 5 อันดับ&#xD;
ปัจจัยที่มีผลต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริกสูงสุด คือ ความสะอาดและความ&#xD;
ปลอดภัย มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ รสชาติดี และอายุการเก็บ ในการศึกษาสูตรและกรรมวิธีการผลิตเครื่องปรุงรสพริกผัด โดยศึกษาปริมาณน้ำมันที่เหมาะสมในสูตร 4 ระดับ (อัตราส่วนของแห้ง:น้ำมันเท่ากับ 2:1 1:1 1:1.5 และ 1:2) พบว่าอัตราส่วน 2:1 ได้รับการยอมรับมากที่สุด และผลการศึกษาอุณหภูมิการคั่ว (X1, 80-120°C) และเวลา (X2, 10-30 นาที ) ที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องปรุงรสพริกผัด พบว่าอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ อยู่ในช่วง 86-95 °C และ 21-25 นาที ค่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตโดยใช้สภาวะที่เหมาะสม มีปริมาณความชื้น 5.11% / aw 0.329/ ค่าสีเท่ากับ L* 21.46, a* 15.35, b* 7.11/ ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่เกิน 1×104 CFU/g มีปริมาณยีสตแ์ ละราไม่เกิน 100 CFU/g และปริมาณสารอะฟลาทอกซิน 0.36 μg/kg ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน สารให้กลิ่นรสที่สำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสพริกผัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอัลดีไฮน์และคีโตน และสารประกอบซัลเฟอร์ ซึ่งมีอยู่ในวัตถุดิบหลักที่ใช้และสารประกอบที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการคั่ว ผลิตภัณฑ์มีการยอมรับ และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค 96 และ 86% ตามลำดับ และผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสพริกผัดที่ผลิตได้มีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพระหว่างเก็บที่อุณหภูมิ 5, 20, 30, 40°C โดยระยะเวลาในการเก็บที่นานและอุณหภูมิที่สูงขึ้นทา ให้ผลิตภัณฑ์มีค่า ปริมาณกรดไทโอบาร์บิวทูริก (TBARS) เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการยอมรับของผู้บริโภค ที่มีค่าคะแนนและเปอร์เซ็นต์การยอมรับต่อผลิตภัณฑ์ลดลง ผลงานวิจัยนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริกที่มีคุณภาพและมีคุณลักษณะตรงตามที่ผู้บริโภคต้องการได้
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2563</summary>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

