<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2758" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2758</id>
  <updated>2026-04-11T11:18:54Z</updated>
  <dc:date>2026-04-11T11:18:54Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การเปรียบเทียบปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนทำงาน : กรณีศึกษาเส้นทางการเดินทางของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3156" />
    <author>
      <name>วรางคณา ทองด้วง</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3156</id>
    <updated>2026-01-22T08:50:49Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปรียบเทียบปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนทำงาน : กรณีศึกษาเส้นทางการเดินทางของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส
Authors: วรางคณา ทองด้วง
Abstract: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเปรียบเทียบปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะที่ส่งผลต่อระดับการตัดสินใจในการใช้บริการระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนทางาน กลุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มแบบชั้นภูมิจานวน 400 คน เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถาม&#xD;
ผลการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลและพฤติกรรมการเดินทางพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเจ้าของรถยนต์ ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นทางเลือกรอง กลุ่มคนทางานส่วนใหญ่ไม่มีรถยนต์ ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นทางเลือกหลัก ผลการศึกษาปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะ พบว่า (1) ปัจจัยด้านการเข้าถึง ทั้ง 2 กลุ่มให้ความสาคัญระดับมากกับการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางหลังออกจากสถานี กลุ่มผู้สูงอายุกังวลเกี่ยวกับความแตกต่างของสิ่งอานวยความสะดวกแต่ละสถานี กลุ่มคนทางานต้องการไปถึงจุดหมายด้วยความรวดเร็วเพราะมีภารกิจในการดูแลครอบครัว (2) ปัจจัยด้านเวลา ทั้ง 2 กลุ่มให้ความสาคัญระดับมากกับเวลาในการเดินทางระหว่างสถานีต้นทางถึงสถานีปลายทาง กลุ่มผู้สูงอายุต้องการเดินทางด้วยเวลาอันสั้นเพราะตระหนักในเรื่องจานวนที่นั่ง กลุ่มคนทางานตระหนักเรื่องเวลาเป็นสาคัญแม้ว่าไม่ได้ที่นั่ง (3) ปัจจัยด้านความสะดวกสบายด้านความหนาแน่นภายในรถไฟฟ้าบีเอสระหว่าง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ .05 (4) ปัจจัยด้านราคา ทั้ง 2 กลุ่มให้ความสาคัญระดับปานกลาง กลุ่มผู้สูงอายุตระหนักเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสูงกว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า กลุ่มคนทางานตระหนักถึงปัจจัยด้านอื่นมากกว่าราคา (5) ปัจจัยด้านความปลอดภัย กลุ่มผู้สูงอายุให้ความสาคัญกับมาตรการป้องกัน COVID-19 เนื่องด้วยเป็นวัยที่ร่างกายอ่อนแอ และ (6) ปัจจัยด้านข้อมูลข่าวสาร ทั้ง 2 กลุ่มให้ความสาคัญระดับปานกลาง กลุ่มผู้สูงอายุให้ความสาคัญของข้อมูลผ่านช่องทางโทรทัศน์และวิทยุมากกว่ากลุ่มคนทางาน</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ที่ 31/32 กรุงเทพ-ชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3155" />
    <author>
      <name>วรรณวนัช อุไรรัตน์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3155</id>
    <updated>2026-01-22T08:17:10Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ที่ 31/32 กรุงเทพ-ชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพ
Authors: วรรณวนัช อุไรรัตน์
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ฯ มีวัตถุประสงค์ ได้แก่ (1) เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน สถานภาพ ที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ฯ (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ฯ ที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ที่ 31/32ฯ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ฯ จานวน 400 คน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 26-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้เฉลี่ยรวม/เดือน 10,001-20,000 บาท มีสถานภาพโสด มีวัตถุประสงค์ที่เลือกใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ที่ 31/32ฯ คือ ไปท่องเที่ยวพักผ่อน มีเหตุผลที่เลือกใช้บริการ คือ ความสะอาดและทันสมัย ช่องทางในการจองตั๋ว คือ ไปจองที่สถานี ประเภทตั๋วโดยสาร คือ ตั๋วโดยสารชั้นที่ 2 เตียงล่าง ทราบข้อมูลข่าวสารหรือการประชาสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียลมิเดียต่างๆ เทคโนโลยีภายในขบวนเป็นแรงจูงใจที่ทาให้ตัดสินใจเลือกใช้บริการในระดับปานกลาง ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการรถด่วนขบวนพิเศษทักษิณารัถย์ฯ โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (𝑥̅=3.77) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ (S.D. = 0.62) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านขบวนรถโดยสารโดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด (𝑥̅ = 4.00) รองลงมาคือ ด้านจัดจาหน่ายตั๋ว (𝑥̅ = 3.73) ส่วนด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยน้อยสุดคือ ด้านข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพันธ์ (𝑥̅ = 3.60)</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเชื่อมโยงแนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกร ในระหว่างสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัท การโกศล จำกัด</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3154" />
    <author>
      <name>นุชรดี ชุดคล้าย</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3154</id>
    <updated>2026-01-22T08:00:13Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเชื่อมโยงแนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกร ในระหว่างสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัท การโกศล จำกัด
Authors: นุชรดี ชุดคล้าย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อแนวคิดทางด้านการจัดการโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคกับแนวคิดของกระบวนการจัดการด้านโลจิสติกส์มาประยุกต์ใช้ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญของแนวคิดการจัดการด้านโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ที่มีผลต่อการเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้ซื้อหรือผู้จัดจำหน่ายทั่วไป, ผู้จัดจำหน่ายแบบขายส่งและผู้จัดจำหน่ายแบบขายปลีกในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่มีความรู้และความเข้าใจในการจัดซื้อและจำหน่ายเนื้อสุกรของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา จำนวน 424 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสถิติไคสแควร์และค่าสถิติไคสแควร์เพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทั่วไป เพศหญิง อายุ 20 - 35 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น/ตอนปลาย/ปวช. สถานภาพสมรส อาชีพหลักค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว รายได้เฉลี่ยต่อเดือนและรายได้เฉลี่ยต่อครอบครัว 50,001 บาทขึ้นไป 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะส่วนบุคคลในด้านสถานภาพสมรส, ระดับการศึกษา, กลุ่มตัวอย่าง, รายได้ต่อครอบครัวและอาชีพหลัก มีความสัมพันธ์กับการเชื่อมโยงแนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา ตามลำดับ 3) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกซื้อเนื้อสุกรของผู้บริโภคในส่วนของปัญหาใดที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเลือกซื้อเนื้อสุกร, ซื้อเนื้อสุกรเพื่อให้ใครบริโภค, ทำไมถึงเลือกซื้อจากแหล่งดังกล่าว, ซื้อเนื้อสุกรเมื่อใด, นิยมซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งใด, ราคาเนื้อสุกรที่เหมาะสมและยอมรับได้มีราคาประมาณเท่าใด (ต่อกิโลกรัม) และหากเนื้อสุกรมีราคาแพงจะเปลี่ยนไปซื้อเนื้อสัตว์ชนิดอื่นทดแทนหรือไม่ ตามลำดับ มีความสัมพันธ์กับการเชื่อมโยงแนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา และ 4) การเลือกจำหน่ายเนื้อสุกรในแหล่งที่ถูกต้อง (Right Place) เป็นแนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s) ในการจำหน่ายเนื้อสุกรในสถานการณ์ COVID-19 ของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.81 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.765&#xD;
(การศึกษาค้นคว้าอิสระมีจำนวนทั้งสิ้น 166 หน้า)&#xD;
คำสำคัญ: แนวคิดทางโลจิสติกส์ (หลักการ 7R’s), สถานการณ์ COVID-19</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครเปรียบเทียบระหว่างรถตู้กับรถไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3014" />
    <author>
      <name>พรรษนพ เศาณานนท์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3014</id>
    <updated>2025-10-17T08:41:17Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครเปรียบเทียบระหว่างรถตู้กับรถไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
Authors: พรรษนพ เศาณานนท์
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการ&#xD;
ตัดสินใจเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร เปรียบเทียบระหว่างรถตู้กับรถไฟฟ้ า&#xD;
และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยในการเลือกการเดินทางอันได้แก่ ราคา ระยะเวลาการเดินทาง&#xD;
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ประชาชนที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จา นวน 400 คน&#xD;
สถิติที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทา การทดสอบสมมติฐานหา&#xD;
ความสัมพันธ์โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (Anova, F-Test) และวิเคราะห์การ&#xD;
ถดถอยโลจิสติก (Binary Logistic Regression Analysis) เพื่อสร้างแบบจา ลองในการเลือกตัดสินใจ&#xD;
จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกันมีผลต่อการ&#xD;
ตัดสินใจเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครที่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสา คัญที่ 0.05&#xD;
และจากการวิเคราะห์แบบจา ลองการตัดสินใจเลือกใช้บริการ พบว่า ถ้าผู้ใช้บริการมีความคุ้นเคยใน&#xD;
การใช้บริการรถตู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีการตัดสินใจเลือกใช้รถตู้มากขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้า&#xD;
ผู้ใช้บริการมีความคุ้นเคยในการใช้บริการรถไฟฟ้ า จะตัดสินใจเลือกใช้บริการรถต้นู ้อยลง รวมไปถึง&#xD;
ปัจจัยทางด้านจุดประสงค์ในการเดินทาง ทางผู้ใช้บริการมีจุดประสงค์ในการเดินทางเพื่ออื่นๆ เช่น&#xD;
เดินทางเพื่อไปซื้อของ สันทนาการ และอื่นๆ จะตัดสินใจเลือกใช้บริการรถตู้มากกว่าจุดประสงค์&#xD;
อื่นๆ</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

