<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/39" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/39</id>
  <updated>2026-09-05T02:10:11Z</updated>
  <dc:date>2026-09-05T02:10:11Z</dc:date>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย อุปกรณ์หน่วงลดระยะชักเพื่อการประกวด 2566</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3494" />
    <author>
      <name>สุวัฒน์ พิพิธวณิชธรรม</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3494</id>
    <updated>2026-09-03T08:24:22Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย อุปกรณ์หน่วงลดระยะชักเพื่อการประกวด 2566
Authors: สุวัฒน์ พิพิธวณิชธรรม
Abstract: โครงการวิจัยนี้ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิตเปิดโอกาสให้มีงบประมาณสนับสนุนให้เกิดสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมเพื่อเข้าสู่เวทีประกวด เป็นเหตุให้ชื่อโครงการไม่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์จำเป็นต้องผลิตแนวคิดหรือวิธีการใหม่ให้สอดคล้องกับหัวข้อการประกวดในแต่ละเวที จึงต้องใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เกิดชิ้นงานจากแนวคิด แล้วปรับปรุงให้พร้อมนำเสนอในเวทีต่าง ๆ จากที่ได้ดำเนินการโดยใช้ความคิด การหาทีมงาน การสร้าง การผลิตสื่อ การนำเสนอ จนได้ผลลัพธ์สามผลงาน จากโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “Thailand New Gen Inventors Award” ระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นเวทีระดับประเทศ ดังนี้ ผลงาน ปลอกม้วนขยาย ได้รับรางวัลเหรียญทอง ปี 2567 ผลงาน อุปกรณ์หน่วงลดระยะชัก ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ปี 2567 ผลงาน อุปกรณ์กักเก็บพลังงานน้ำโดยลูกสูบไร้แรงเสียดทาน ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ปี 2568 ในผลงาน ปลอกม้วนขยาย และผลงาน อุปกรณ์กักเก็บพลังงานน้ำโดยลูกสูบไร้แรงเสียดทาน ส่งประกวดที่ประเทศเกาหลีได้รับรางวัลเหรียญทอง ผลงาน ปลอกม้วนขยาย ได้มีโอกาสนำเสนอต่อสาธารณะมาก เป็นที่ประทับใจของผู้คนที่เข้าใจ โดยเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ต้นทุนต่ำ แต่แนวทางเห็นผลจริง ผลงานทั้งสามได้ดำเนินการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรในนามมหาวิทยาลัยรังสิต</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาคุณภาพน้ำและการจัดทำระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติในคลองเปรมประชากร</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3062" />
    <author>
      <name>รวิชญ์ ทวีทรัพย์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มนภร กี้ประเสริฐทรัพย์</name>
    </author>
    <author>
      <name>แอนจิรา เจริญวงศ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3062</id>
    <updated>2025-10-29T07:07:30Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาคุณภาพน้ำและการจัดทำระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติในคลองเปรมประชากร
Authors: รวิชญ์ ทวีทรัพย์; มนภร กี้ประเสริฐทรัพย์; แอนจิรา เจริญวงศ์
Abstract: รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาคุณภาพน้ำและการจัดทำระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติในคลองเปรมประชากร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มุ่งศึกษาให้ทราบคุณภาพน้ำในคลองเปรมประชากร โดยใช้การวิเคราะห์คุณภาพน้ำในรายการความเป็นกรดและด่าง อุณหภูมิ ออกซิเจนละลาย บีโอดี แอมโมเนียแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม และดัชนีคุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษ โดยเก็บตัวอย่างน้ำในคลองเปรมประชากรในพื้นที่เทศบาลตำบลหลักหก จำนวน 4 จุด ความถึ่เดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึง 2565 และจัดทำระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติในรายการความเป็นกรดและด่าง อุณหภูมิ ออกซิเจนละลาย ที่มีความแม่นยำ สามารถนำไปติดตั้งใช้งานในบริเวณโครงการบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากรผลจากการวิจัย พบว่า คลองเปรมประชากรมีค่าดัชนีคุณภาพน้ำอยู่ในระดับเสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก เทียบได้กับมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินประเภท 4 และ 5 ตามลำดับ คุณภาพน้ำในคลองมีความเสื่อมโทรมมากขึ้นจากด้านต้นน้ำไปท้ายน้ำ ในช่วงฤดูแล้งมีค่าดัชนีคุณภาพน้ำสูงกว่าฤดูฝน อาจเป็นผลมาจากการควบคุมระดับน้ำในคลองเพื่อการระบายน้ำ ระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่นำไปติดตั้งในใช้งานบริเวณทางระบายน้ำหน้าอาคารวิษณุรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถทำงานและรายงานผลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไปยังผู้ใช้งานได้ โดยผลการตรวจวัดมีความคลาดเคลื่อนต่ำกว่า 1% ในค่าความเป็นกรดและด่าง อุณหภูมิ และต่ำกว่า 1.5% ในค่าออกซิเจนละลาย</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การพัฒนาชุดวัดแรงบิดชนิดไดนาโมมิเตอร์แบบสายพานด้วยโปรแกรมแลปวิว</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2573" />
    <author>
      <name>พงษ์ศิลป แก้วรัตนศรีโพธิ์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2573</id>
    <updated>2024-09-18T02:03:25Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การพัฒนาชุดวัดแรงบิดชนิดไดนาโมมิเตอร์แบบสายพานด้วยโปรแกรมแลปวิว
Authors: พงษ์ศิลป แก้วรัตนศรีโพธิ์
Abstract: รายงานการวิจัย เรื่องการพัฒนาชุดวัดแรงบิดชนิดไดนาโมมิเตอร์แบบสายพานด้วยโปรแกรมแลปวิว เป็นการวิจัยและพัฒนาเชิงทดลอง มุ่งศึกษาเพื่อพัฒนาชุดวัดแรงบิด (Rope Dynamometer) ซึ่งประมวลผล และแสดงค่าบนคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม LabVIEW และวัดความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อชุดวัดแรงบิดที่สร้างขึ้น โดยใช้การทดสอบชุดวัดแรงบิดที่สร้างขึ้น และแบบวัดความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อชุดวัดแรงบิดวิธีดาเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้นำชุดวัดแรงบิดที่สร้างขึ้นมาทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการปฏิบัติงานช่างด้วยตนเอง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงประกอบด้วยผู้ที่เรียนเก่ง ปานกลางและอ่อนอย่างละ 10 คนเมื่อทดลองใช้เสร็จแล้ว จึงให้กลุ่มตัวอย่าง ทำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อชุดวัดแรงบิดที่สร้างขึ้น และนำมาวิเคราะห์ผลผลการวิจัยพบว่า ชุดวัดแรงบิดที่สร้างขึ้นใช้วัดแรงบิดได้ไม่เกิน 10 Nm โดยมีค่าผิดพลาดสูงสุด ±2.20% กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจเฉลี่ยต่อชุดวัดแรงบิด อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเฉลี่ยเท่ากับ 0.52</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศแบบปรับน้ำยาแปรผัน(VRF) ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์ม</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2572" />
    <author>
      <name>ญาณวุฒิ สุพิชญางกูร</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2572</id>
    <updated>2024-09-17T08:52:00Z</updated>
    <published>2563-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศแบบปรับน้ำยาแปรผัน(VRF) ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์ม
Authors: ญาณวุฒิ สุพิชญางกูร
Abstract: ระบบปรับอากาศของ สำนักงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์&#xD;
มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ เครื่องปรับอากาศแบบควบคุมปริมาณการจ่ายสารทำ&#xD;
ความเย็นแปรผัน ดังนั้น งานวิจัยนี้ได้ มีแนวคิดในการ ออกแบ บ และจัดทำ ดิจิทัลแพลตฟอร์มระบบจัดการพลังงาน ที่มี เชื่อมต่อ กับ ชุดส่งสัญญาณการเชื่อมต่ออัตโนมัติ ด้วยอุ ปกรณ์ตรวจวัดพลังงานดิจิตอลมิเตอร์ ที่สามารถตรวจสอบ ติดตามการใช้พลังงานของ ระบบปรับอากาศแบบปรับน้ำยาแปรผัน แบบทันที ตามเวลาจริง และ ประเมิน การใช้พลังงาน เทียบกับ เครื่องปรับอากาศ รุ่นเก่าที่เคยติดตั้ง พร้อมทั้งวิเคราะห์คาดการณ์การใช้พลังงานล่วงหน้า 3 ปี ด้วยสมการพยากรณ์การใช้พลังงาน รวมถึง การวิเคราะห์คุณภาพอากาศ เปรียบ เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศภายใน อาคาร&#xD;
ผลการ วิจัย พบว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ระบบบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากา ศ แบบ&#xD;
ปรับน้ำยาแปรผัน สามารถประมวลผล และติดตามข้อมูลพลังงาน มาทำการวิเคราะห์ด้านต่างๆได้ตาม&#xD;
วัตถุประสงค์ การใช้พลังงานระบบปรับอากาศ ประกอบด้วย กำลังไฟฟ้า , กระแสไฟฟ้า , แรงดันไฟฟ้า , ความถี่ , หน่วยไฟฟ้าและตัวประกอบกำลังไฟฟ้า โดยแสดงผลไปยังดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ สามารถจัดเก็บเป็น ฐานข้อมูลการใช้พลังงาน ที่ มหาวิทยาลัยได้ ทั้งแสดงผล หน่วยการใช้พลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันและย้อนหลัง เป็นแบบ ทันที ตามเวลาจริง , รายวัน , รายเดือน และ รายปี และแสดง ผลปริมาณการใช้พลังงาน สะสมและผลประหยัดพลังงาน พร้อมทั้ง สามารถ นำข้อมูลออก ไปใช้ประมวลผลด้านอื่นๆ ได้ส่วน ด้านการ ประเมินผลประหยัดพลังงาน ระหว่าง เครื่องปรับอากาศแบบควบคุมปริมาณการจ่ายสารทำความเย็นแปรผัน และ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ในปัจจุบัน และเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนรุ่นเก่าที่เคยติดตั้ง พบว่า เครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมปริมาณการจ่ายสารทำความเย็นแปรผันสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากกว่า เครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วนรุ่นเก่าที่เคยติดตั้ง เป็นจำนวน 6666,427.97 kWh/ปี และเปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เท่ากับ 76.94% มีระยะเวลาคืนทุน 2 ปี 3 เดือน และความคุ้มค่าของการเปลี่ยนมา ใช้เครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมปริมาณการจ่ายสารทำความเย็นแปรผัน มี อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน ( B/C) เท่ากับ 3.08 แสดงได้ ว่า สามารถ ตัดสินใจในการลงทุน ได้ และ ผลการ ประเมิน คุณภาพอากาศ ภายในห้อง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศภายในอาคาร ของ มาตรฐาน ASHRAE 55 และ มาตรฐาน ASHRAE62.1 และ จาก ข้อมูลการใช้พลังงานรายเดือนย้อนหลัง 2 ปี 6 เดือน สามารถ วิเคราะห์คาดการณ์ค่าการใช้พลังงานล่วงหน้า 3 ปี ได้ สมการพยากรณ์การใช้พลังงาน ดังนี้ y = 0.4301x2 - 7.1906x + 1266.4 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อน การใช้พลังงานไฟฟ้า เท่ากับ 2.8 % และค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยสัมบูรณ์เท่ากับ 1.31 % แสดงว่า การพยากรณ์ การใช้ พลังงานไฟฟ้า ในอนาคต สามารถเชื่อมั่นได้</summary>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

