<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/411" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/411</id>
  <updated>2026-06-23T16:54:27Z</updated>
  <dc:date>2026-06-23T16:54:27Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3353" />
    <author>
      <name>ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท</name>
    </author>
    <author>
      <name>คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พล.อ.อ.</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3353</id>
    <updated>2026-06-09T06:26:09Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท; คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พล.อ.อ.
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพร้อมของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินของนักบินฝึกหัดตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรนักบินพาณิชย์ของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมุ่งประเมินด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่และศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกบินระดับภูมิภาค การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตภาคสนามจากผู้เกี่ยวข้อง 25 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสนามบิน ครูการบิน และนักบินฝึกหัด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงธีมและการวิเคราะห์เนื้อหา  ผลการวิจัยพบว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานนครราชสีมามีความพร้อมในระดับสูง โดยรันเวย์ ลานจอด อาคาร และระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO อีกทั้งไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ประจำ ทำให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการฝึกบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในเรื่องระบบสื่อสารภาคพื้นที่ยังไม่เชื่อมโยงแบบดิจิทัล และขาดแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่เป็นระบบ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมขังและเศษวัสดุบนรันเวย์  ด้านความปลอดภัย พบว่าการควบคุมจราจรทางอากาศมีมาตรฐานสูงและเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งาน แต่อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาความถี่และความสมจริงของการฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติม รวมทั้งเพิ่มกำลังคนด้านกู้ภัยและความปลอดภัย  ด้านการบริหารจัดการพื้นที่และปัจจัยสิ่งแวดล้อม พบว่าสนามบินมีภูมิประเทศและสภาพอากาศเหมาะสมต่อการฝึกบินตลอดปี ยกเว้นบางช่วงฤดูฝน ทั้งยังมีระบบประสานงานที่ดีระหว่างสนามบิน โรงเรียนการบิน และหน่วยงานควบคุมการบิน  ผลการวิเคราะห์ศักยภาพชี้ว่าสนามบินมีความสามารถในการพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกบินในอนาคต หากมีการพัฒนาระบบสื่อสารเป็นดิจิทัล จัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพิ่มกำลังบุคลากรด้านกู้ภัย และปรับโครงสร้างค่าเช่าพื้นที่ให้เหมาะสมกับภารกิจด้านการศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพการฝึกบินให้สอดคล้องกับหลักสูตรนักบินพาณิชย์และมาตรฐานสากล</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2266" />
    <author>
      <name>พูนลาภ เอี่ยมเจริญ, พลอากาศโท</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศุภกฤต อริยะปรีช, พลอากาศโท</name>
    </author>
    <author>
      <name>พินิจ ชาติไทย, พลอากาศโท</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2266</id>
    <updated>2024-03-21T02:19:06Z</updated>
    <published>2552-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน
Authors: พูนลาภ เอี่ยมเจริญ, พลอากาศโท; ศุภกฤต อริยะปรีช, พลอากาศโท; พินิจ ชาติไทย, พลอากาศโท
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้เครื่องฝึกบินจำลองของนักศึกษาสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต ในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางการฝึกบินและประเมินผลการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองของสถาบันการบินต่อไป &#xD;
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ ชั้นปีที่ 2 ของสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต จำนวน 80 คน นักศึกษาจะได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้และความสามารถในการบินกับเครื่องฝึกบินจำลอง เมื่อจบภาคการศึกษาจะมีการตรวจสอบฝีมือบินตามแบบฟอร์มที่กำหนด โดยตั้งสมมติฐานว่านักศึกษาที่มีชั่วโมงการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองมาก สามารถทำคะแนนการประเมินได้ดีกว่านักศึกษาที่มีชั่วโมงฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองน้อย
Description: ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต</summary>
    <dc:date>2552-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของนักศึกษาสถาบันการบิน สำหรับโรงเรียนการบิน</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2258" />
    <author>
      <name>ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท</name>
    </author>
    <author>
      <name>คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พลอากาศเอก</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2258</id>
    <updated>2024-03-20T07:51:15Z</updated>
    <published>2554-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของนักศึกษาสถาบันการบิน สำหรับโรงเรียนการบิน
Authors: ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท; คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พลอากาศเอก
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของ&#xD;
นักศึกษาสถาบันการบินสำหรับโรงเรียนการบิน ข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลิกภาพของ&#xD;
นักศึกษาแต่ละคนให้ได้ตามเกณฑ์ของแพทย์เวชศาสตร์การบินและการตรวจความถนัดในการบินเพื่อการ&#xD;
ประกอบอาชีพเป็นนักบินพาณิชย์ กลุ่มประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักศึกษา&#xD;
จำนวน 104 คน เป็นชาย 94 คน และหญิง 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในชั้นปี ที่ 1 และชั้นปี ที่ 2 ใน&#xD;
ระดับปริญญาตรีสาขาวิชานักบินพาณิชย์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ&#xD;
NEO ของ Paul T. Costa and Robert R. McCrae (1992)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบบุคลิกภาพ 10 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านการเข้ากับผู้อื่น ด้าน&#xD;
การมองโลกในแง่ดี ด้านจินตนาการ ด้านความกระตือรือร้น ด้านอารมณ์ความรู้สึก ด้านความวิตก&#xD;
กังวล ด้านความตื่นเต้น ด้านความรับผิดชอบ ด้านความมั่นคงทางอารมณ์ และด้านโลกทัศน์แคบ ซึ่ง&#xD;
ผลการวิจัยในครั้งนี้คล้อยตามทฤษฎีบุคลิกภาพของ McCrae และ Costa ที่นักศึกษาสถาบันการบินมี&#xD;
องค์ประกอบทางบุคลิกภาพหลายองค์ประกอบ เนื่องจากนักศึกษาที่เลือกประกอบอาชีพนักบินพาณิชย์&#xD;
ควรต้องมีบุคลิกภาพที่ดีในหลายองค์ประกอบ ซึ่งนักศึกษาสถาบันการบินทุกคนก่อนทำการฝึกบินใน&#xD;
ชั้นปีที่ 3 ต้องได้รับใบรับรองแพทย์จากเวชศาสตร์การบิน</summary>
    <dc:date>2554-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการไม่พึงประสงค์ขณะทำการบินของนักศึกษาการบิน ในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1687" />
    <author>
      <name>ชนนนาถ เทพลิบ, พล.อ.ท</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1687</id>
    <updated>2023-06-08T03:35:45Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการไม่พึงประสงค์ขณะทำการบินของนักศึกษาการบิน ในประเทศไทย
Authors: ชนนนาถ เทพลิบ, พล.อ.ท
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัย 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย (Physical Health) ด้านจิตใจ (Mental Health) ด้านการจูงใจของครูการบิน (Instructor’s Motivation) และพฤติกรรมการปรับตัวของนักศึกษาการบินในประเทศไทย ที่มีผลต่ออาการไม่พึงประสงค์ขณะทำการบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย (Physical Health) ด้านจิตใจ (Mental Health) ด้านการจูงใจของครูการบิน (Instructor’s Motivation) และพฤติกรรมการปรับตัวของนักศึกษาการบินในประเทศไทย กับอาการไม่พึงประสงค์ขณะทำการบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Method Research) โดยใช้แบบสอบถามนักศึกษาการบินที่เข้าเรียนตามหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี ปีการศึกษา 2564 ที่เคยมีอาการไม่พึงประสงค์ จำนวน 222 คน จากการใช้ตารางสาเร็จรูปของ ทาโร ยามาเน่ ใช้วิธีการคัดเลือกแบบกำหนดโควต้า และสัมภาษณ์ตัวแทนนักศึกษาการบิน จำนวน 7 คน&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการศึกษาปัจจัยทั้ง 4 ด้าน พบว่า พฤติกรรมการปรับตัวของนักศึกษาการบิน (Students Pilot’s Adjustment) อยู่ในระดับมาก (  x̄= 3.94, S.D. = 0.703) รองลงมา คือ ปัจจัยด้านร่างกายของนักศึกษาการบิน (Physical Health) ( x̄= 3.91, S.D. = 0.727) การจูงใจของครูการบิน (Instructor’s Motivation) ( x̄= 3.70, S.D. = 0.752) และปัจจัยด้านจิตใจของนักศึกษาการบิน (Mental Health) ( x̄= 3.56, S.D. = 0.764) ตามลำดับ และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย 4 ด้าน กับอาการไม่พึงประสงค์ขณะทำการบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย พบว่า ความกดอากาศมีผลต่อการทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ วิธีในการป้องกันคือ การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นบินทุกครั้ง โดยการทำกิจกรรมเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย อีกทั้งแรงจูงใจของครูการบินยังช่วยให้นักศึกษาการบินปรับตัวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นได้</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

