<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/64" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/64</id>
  <updated>2026-01-18T14:32:29Z</updated>
  <dc:date>2026-01-18T14:32:29Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การสร้างแบบจำลองโมเลกุลอย่างง่ายสำหรับการสอนเรื่องรูปร่างโมเลกุล เพื่อส่งเสริมผลการเรียนรู้วิชาเคมีของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2506" />
    <author>
      <name>สายทิพย์ ณ เวียงจันทร์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2506</id>
    <updated>2024-07-31T06:06:43Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การสร้างแบบจำลองโมเลกุลอย่างง่ายสำหรับการสอนเรื่องรูปร่างโมเลกุล เพื่อส่งเสริมผลการเรียนรู้วิชาเคมีของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี
Authors: สายทิพย์ ณ เวียงจันทร์
Abstract: งานวิจัยนี้ทดลองสอนโดยใช้สารพอลิเมอร์ที่เตรียมขึ้นจําลองเป็นอะตอมกลางและไม้ตะเกียบเป็นแขนพันธะ เพื่อสาธิตการสอนเคมีเรื่องรูปร่างโมเลกุล กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2557 จํานวน 2 ห้องเรียน ทั้งหมด 85 คน ผลการวิจัยพบว่าแบบจําลองทําให้นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ระดับมาก อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจากแบบฝึกหัดและคะแนนหลังเรียนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 ซึ่งอาจเนื่องจาก นักเรียนต้องการองค์ความรู้ร่วมเรื่องอื่นเช่น สูตรลิวอิส ที่ยังไม่ได้เรียน ผลโดยรวมของการใช้ แบบจําลองสามารถเพิ่มผลการเรียนรู้และกระตุ้นความสนใจอยากเรียนรู้ในบทเรียนที่นามธรรมได้ดี</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ช่วยสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตเพื่อเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 : กรณีศึกษาของ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1940" />
    <author>
      <name>ปฐมาวดี ยาแสง</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1940</id>
    <updated>2023-08-23T07:52:30Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ช่วยสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตเพื่อเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 : กรณีศึกษาของ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: ปฐมาวดี ยาแสง
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบทดลองก่อน-หลังกลุ่มเดียว เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ก่อนและหลัง การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ช่วยสอนวิชาชีววิทยา เรื่องการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ศึกษาเจตคติทางวิทยาศาสตร์ และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โดยการสุ่มตัวอย่างนักเรียนแบบแบ่งกลุ่มจำนวน 41 คน ที่เรียนวิชาชีววิทยา ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2557 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ช่วยสอนวิชาชีววิทยา เรื่องการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต จำนวน 5 แผน 2) แบบทดสอบผลการเรียนรู้ 3) แบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้ T-Test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนผลการเรียนรู้ของนักเรียนภายหลังสูงกว่าก่อนใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ช่วยสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ค่าเฉลี่ยเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนอยู่ในระดับสูง (3.50 – 4.49) มากที่สุด จำนวน 16 คน (ร้อยละ 39) และ 3) ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อจากคานอะคาเดมี่ทั้งด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล ด้านเนื้อหา และด้านสื่ออยู่ในระดับพึงพอใจมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 3.82 ± 0.82, 3.97 ± 0.82, และ 3.59 ± 0.99 ตามลำดับ
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การสอนวิทยาศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2557</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การใช้สื่อประสมจากอินเทอร์เน็ตเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยาเรื่อง พื้นฐานของเซลล์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1720" />
    <author>
      <name>พิเชษฐ์ กางโหลน</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1720</id>
    <updated>2023-06-22T07:23:14Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การใช้สื่อประสมจากอินเทอร์เน็ตเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยาเรื่อง พื้นฐานของเซลล์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: พิเชษฐ์ กางโหลน
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลการเรียนรู้ รายวิชาชีววิทยา เรื่อง พื้นฐานของเซลล์ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ในการใช้สื่อประสมจากอินเทอร์เน็ตประกอบการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววิทยา เรื่อง พื้นฐานของเซลล์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต จำนวน 17 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น มีทั้งหมด 3 แผนดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการรักษาดุลยภาพของเซลล์ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสื่อสารระหว่างเซลล์ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการแบ่งเซลล์ 2) แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา เรื่อง พื้นฐานของเซลล์ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน 4) สื่อประสมจากอินเตอร์เน็ต เรื่อง พื้นฐานของเซลล์ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วย T-Test for Dependent Sample หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน&#xD;
จากการวิจัยสรุปได้ว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อประสมจากอินเทอร์เน็ต ประกอบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาชีววิทยา เรื่องพื้นฐานของเซลล์ มีผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (P-value &lt; 0.05) 2) นักเรียนที่ได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อประสมจากอินเทอร์เน็ต ประกอบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาชีววิทยา เรื่อง พื้นฐานของเซลล์ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 จากระดับคะแนนเต็ม 5 คะแนน
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม (การสอนวิทยาศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2557</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาชุดปฏิบัติการเรื่อง การทำสบู่เหลวผสมสารสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1268" />
    <author>
      <name>อาภาภรณ์ ปานมี</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1268</id>
    <updated>2022-08-26T06:43:40Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาชุดปฏิบัติการเรื่อง การทำสบู่เหลวผสมสารสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี
Authors: อาภาภรณ์ ปานมี
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิธีการสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชันและวิธีการทำสบู่เหลวผสมสารสกัดจากดอกอัญชันเพื่อสร้างและพัฒนาบทปฏิบัติการเคมี เรื่อง การทำสบู่เหลวผสมสารสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิชา เคมี เรื่อง สารละลาย เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้วิชา เคมี เรื่อง สารละลาย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้เรียนบทปฏิบัติการเคมี เรื่อง การทำสบู่เหลวผสมสารสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชันและสร้างเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้เรียนบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ทีาพัฒนาขึ้นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2557 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จำนวน 54 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ซึ่งการวิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1) การเตรียมพัฒนาบทปฏิบัติการโดยการทดลองในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 2) การพัฒนาและวิเคราะห์คุณภาพของบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 บท ได้แก่ การเตรียมสารละลายสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน, การเตรียมสารละลาย และการทำสบู่เหลวผสมสารสกัดแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน และ 3) ใช้บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการจัดการเรียนการสอนเรื่อง สารละลายผลการวิจัย พบว่า จากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปพัฒนาบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมากและมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 95.06/90.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 นักเรียนที่เรียนด้วยบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มีผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทีระดับ.01 และนักเรียนที่เรียนด้วยบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(การสอนวิทยาศาสตร์)) --  มหาวิทยาลัยรังสิต, 2557</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

