<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/936" />
  <subtitle />
  <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/936</id>
  <updated>2026-04-09T20:50:06Z</updated>
  <dc:date>2026-04-09T20:50:06Z</dc:date>
  <entry>
    <title>นโยบายอำนาจละมุนของจีนต่อไทยและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1807" />
    <author>
      <name>กมลทิพย์ สุขแก้ว</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1807</id>
    <updated>2023-07-20T08:21:41Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: นโยบายอำนาจละมุนของจีนต่อไทยและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน
Authors: กมลทิพย์ สุขแก้ว
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้คือ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้านการทูต วัฒนธรรม และการศึกษาในอดีต 2) เพื่อศึกษาวิเคราะห์นโยบายอำนาจละมุนของจีนต่อไทย ด้านการทูต วัฒนธรรม และการศึกษาในปัจจุบัน และ 3) เพื่อศึกษาผลจากการใช้นโยบายอำนาจละมุนของจีนต่อไทยในด้านการทูต วัฒนธรรม และการศึกษาว่ามีต่อการเสริมสร้างหรือเป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนในปัจจุบันและอนาคตมากน้อยเพียงใด&#xD;
วิธีการศึกษาใช้ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยรวบรวมข้อมูลเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทย และจีนที่เกี่ยวข้องกับการใช้นโยบายอำนาจละมุนของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีต่อประเทศไทยในด้านการทูต วัฒนธรรม และการศึกษา ผลการศึกษาพบว่าจากการใช้นโยบายอำนาจละมุนของจีนทำให้ไทยได้ประโยชน์ ด้านการทูตที่ทำให้บทบาทของไทยมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในประชาคมโลก และกลุ่มอาเซียน ทั้งนี้ด้วยการยุติการสนับสนุนการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต และการสงเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งภาครัฐ นับตั้งแต่ราชวงศ์ ผู้นำรัฐบาล และข้าราชการระดับสูง ตลอดจนภาคธุรกิจ และภาคประชาชน สำหรับด้านวัฒนธรรม ฝ่ายจีนประสบความสำเร็จด้านการใช้นโยบายอำนาจละมุนสร้างภาพลักษณ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีในหมู่คนไทย โดยอาศัยการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการแสดงฯลฯ ส่วนด้านการศึกษา ฝ่ายจีนได้ใช้นโยบายอำนาจละมุนผ่านการสนับสนุนช่วยเหลือด้วยการให้ทุนบุคลากรและนักเรียนนักศึกษาไทยไปศึกษาดูงานในประเทศจีน และส่งบุคลากรและนักศึกษาจีนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเทศไทย ทั้งนี้โดยอาศัยสถาบันขงจื้อเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญ นอกจากนโยบายอำนาจละมุนของจีนจะนำไปสู่ความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนแล้ว ยังส่งผลดีให้สาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถขยายความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศต่างๆในอาเซียนให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมีศักยภาพอีกด้วย รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางการค้า และการเข้ามามีบทบาทในอาเซียนเพิ่มขึ้นตามมา
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (จีนในระบบเศรษฐกิจโลก)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติที่มีต่อจีนระหว่างนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนและเรียนในสถาบันขงจื่อในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1806" />
    <author>
      <name>พัชรี มากระจันทร์</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1806</id>
    <updated>2023-07-20T08:16:53Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติที่มีต่อจีนระหว่างนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนและเรียนในสถาบันขงจื่อในประเทศไทย
Authors: พัชรี มากระจันทร์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทัศนคติที่มีต่อจีนระหว่างนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนและเรียนในสถาบันขงจื่อในประเทศไทย&#xD;
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 4 สาขาวิชาภาษาจีน ปีการศึกษา 2556 จำนวน 186 คน ของมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ที่เปิดสถาบันขงจื่อโดยแบ่งออกเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตสุพรรณบุรี ด้วยการตอบแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจงความถี่ คำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ด้วยโปรแกรมสาเร็จรูปทางสถิติ&#xD;
ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นในภาพรวมทุกด้านพบว่านักศึกษาที่ไม่ได้เรียนและเรียน ในสถาบันขงจื่อในประเทศไทยไม่มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อแยกตามรายด้านจะพบว่า ทัศนคติด้านศาสนา ความเชื่อและวัฒนธรรมของนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนและเรียนในสถาบันขงจื่อในประเทศไทย มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (จีนในระบบเศรษฐกิจโลก))-- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>บทบาททางเศรษฐกิจและัสังคมของศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1805" />
    <author>
      <name>นุกูล ธรรมจง</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1805</id>
    <updated>2023-07-20T08:09:47Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: บทบาททางเศรษฐกิจและัสังคมของศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
Authors: นุกูล ธรรมจง
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่องบทบาททางเศรษฐกิจและสังคมของศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมือง โพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและกระบวนการดำเนินงานของศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และ 2) เพื่อศึกษาบทบาททางเศรษฐกิจและสังคมของศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สำหรับขอบเขตการศึกษาวิจัยเรื่องนี้กำหนดเฉพาะกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธารามที่มาประกอบกิจกรรมและพิธีกรรมต่างๆ ที่ศาลเจ้าจีนในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นแรกเริ่มทยอยกันเสียชีวิตลง และขณะนี้ สังคมก้าวสู่ยุคศตวรรษที่ 21 ชาวจีนรุ่นที่ 2 ก็อายุมากขึ้น บ้างก็เริ่มล้มป่วย และบ้างก็เสียชีวิต จนทำให้ศาลเจ้าในเขตเทศบาลเมืองโพธารามขาดสภาพคล่อง เนื่องจากเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาน้อยลง ด้วยเหตุนี้ ศาลเจ้าจึงต้องลดต้นทุนโดยการจับคู่ศาลเจ้าที่แบ่งตามกลุ่มภาษาจัดงานประจำปีขึ้น เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองโพธารามทางอ้อม สำหรับการสื่อสารกัน ในหมู่สังคมชาวจีนโพธารามนั้น ส่วนใหญ่ใช้ภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งก็คงเป็นเพราะว่าชุมชนชาวจีน โพธารามส่วนมากเป็นชาวจีนแต้จิ๋วนั่นเอง สำหรับด้านเศรษฐกิจนั้น บทบาทของศาลเจ้าจีนในปัจจุบัน หลังจากความทันสมัยเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ปรากฏว่ากลับไม่ค่อยมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก เนื่องจากว่าศาลเจ้ามีการบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมการที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป จึงทำให้นโยบายแต่ละยุคสมัยแตกต่างกันจนขาดความต่อเนื่อง ทำให้เกิดมิติการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ&#xD;
ส่วนบทบาททางสังคมของศาลเจ้าจีนในปัจจุบัน ปรากฏว่าหลังจากความทันสมัยเข้ามามีอิทธิพลต่อชุมชนโพธาราม ได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างชัดเจน กล่าวคือการไปศาลเจ้าเพื่อขอพรให้เกิดความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัวและเกิดความสงบสุขทางด้านจิตใจนั้น&#xD;
ส่วนใหญ่นิยมปฏิบัติกันเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือวัยกลางคน และวัยผู้ใหญ่บางคนเท่านั้น ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีลงมา ซึ่งคนกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มตัวแปรสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมแต่กลับละเลย จึงอาจทำให้วัฒนธรรมทางภาษาจีนแต้จิ๋วและการไหว้เจ้าเลือนหายไปในอนาคตอันใกล้ ทั้งๆ ที่มีความเชื่อและศรัทธาองค์เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์ภายในศาลเจ้าอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ สาเหตุสำคัญนอกจากการขาดการปลูกฝังและถูกปล่อยปละละเลยจากผู้สูงวัยแล้ว อาจเป็นเพราะยุคนี้เป็นยุคการปฏิวัติข้อมูลข่าวสารของโลกออนไลน์ จึงทำให้เกิดการเสพติดกับวัตถุสิ่งของทั้งในรูปของนวัตกรรมและเทคโนโลยีในหมู่วัยรุ่น จนเกิดเป็นค่านิยมผิดๆ และส่งผลให้พฤติกรรมการเข้าศาลเจ้าเพื่อไหว้เจ้าของคนกลุ่มดังกล่าวลดน้อยลง พฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลให้ในวันข้างหน้า ศาลเจ้าจะกลายเป็นเพียงอนุสรณ์สถานที่เคยใช้ประกอบกิจกรรมโดยชาวจีนโพธารามเท่านั้น และสังคมชาวจีนโพธารามก็จะสูญเสียอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ และถูกกลืนกลายจนไม่เหลือลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมของตน
Description: วิทยานนิพนธ์ (ศศ.ม. (จีนในระบบเศรษฐกิจโลก))-- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่ส่งผลต่อละครโทรทัศน์ไทยในเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน</title>
    <link rel="alternate" href="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1804" />
    <author>
      <name>วันวิสา สันทวิจิตรกุล</name>
    </author>
    <id>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1804</id>
    <updated>2023-07-20T08:00:51Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่ส่งผลต่อละครโทรทัศน์ไทยในเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
Authors: วันวิสา สันทวิจิตรกุล
Abstract: การศึกษาเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อละครโทรทัศน์ไทยในเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ประกอบการละครไทยได้พัฒนาละครโทรทัศน์ไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมในประเทศจีน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ประชากรเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 400 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานที่ต่างๆในเมืองกวางโจว จำนวน10 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย สวนสาธารณะ และห้างสรรพสินค้า ใช้วิธีการวิเคราะห์ด้วยค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test, ANOVA และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson Correlation)&#xD;
ผลการศึกษาพบว่าด้านปัจจัยส่วนบุคคลผู้รับชมละครโทรทัศน์ไทยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 88.9 อายุระหว่าง 21-30 ปี ร้อยละ 69.6 มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 44.1 การศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ 69.2 และมีเงินเดือน 2,000-3,999 หยวน ร้อยละ 37.2 ผู้ชมส่วนใหญ่นิยมชมละครโทรทัศน์ไทยประเภทตลกขบขัน เหตุผลในการรับชมเพื่อความบันเทิง โดยช่วงเวลาที่นิยมรับชมคือช่วงหลังข่าวภาคคํ่า (20.20-22.30 น.) ความถี่ในการรับชม 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อนๆ เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการเปิดรับชม สำหรับปัจจัยด้านความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่ระดับค่าเฉลี่ย 3.90 ส่วนปัจจัยที่ด้านเศรษฐกิจพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสนใจซึ่งได้แก่สินค้าไทยและการท่องเที่ยวเมืองไทย เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุด ที่ระดับค่าเฉลี่ย 4.24 และด้านวัฒนธรรมซึ่งได้แก่ ปัจจัยด้านการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยและประเพณีไทย เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุด ที่ระดับค่าเฉลี่ย 4.13 และด้านสังคม ได้แก่ ปัจจัยด้านละครโทรทัศน์ไทยสามารถทำให้เข้าใจคนไทยได้มากขึ้น เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด ที่ระดับค่าเฉลี่ย 4.16 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ทั้งนี้จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนจีนส่วนใหญ่ที่นิยมชมละครโทรทัศน์ไทย เป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่พอใจทั้งรูปแบบและเนื้อหาของละครโทรทัศน์ที่สอดคล้องกับความต้องการของคนจีนที่ประทับใจแบบทันสมัยคล้ายกับคนไทยเพิ่มมากขึ้น&#xD;
ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ชมเมืองกวางโจว สาธารณประชาชนจีน โดยรวมเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อละครโทรทัศน์ไทย ยกเว้นปัจจัยด้านอาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ 0.05 ส่วนค่าความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยความพึงพอใจกับปัจจัยที่ส่งผลต่อละครไทยทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคมอยู่ในระดับตํ่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
Description: วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(จีนในระบบเศรษฐกิจโลก)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

