<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/155">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/155</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2504" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-07T20:43:37Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071">
    <title>A survey of English skills and marketing activities among Chinese marketers</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071</link>
    <description>Title: A survey of English skills and marketing activities among Chinese marketers
Authors: Yuejia Liu
Description: Thesis (M. Arts (English for Professions)) -- Rangsit University, 2024</description>
    <dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนที่ปรากฏในซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ผ่านมุมมองการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมจีน-ไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนที่ปรากฏในซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ผ่านมุมมองการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมจีน-ไทย
Authors: ณัฐฌาภรณ์ เดชราช
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนในซีรีส์"แปลรักฉันด้วยใจเธอ" ผ่านมุมมองการสื่อสารข่ามวัฒนธรรมจีน-ไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) กลุ่มตัวอย่างคือ 1) ซีรีส์ที่มีคำบรรยายภาษาจีนจากเว็บไซต์ฝู่จี้ว์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกจาก 2) ผู็เกี่ยวข้องจากสถานที่ถ่ายทำในภูเก็ต 10 คน ผลวิจัยพบว่า 1. อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาจีน 3 ประเภท คือ ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษาถิ่น (ฮกเกี้ยน) 2. อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน 5 ด้าน คือ 1) ค่านิยมเรื่องการรักครอบครัว รักเกียรติรักศักดิ์ศรี 2) ความเชื่อ เรื่องโชคลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การตั้งโต๊ะไหว้เจ้าใน บ้าน 3) การแต่งกายชุดบาบ๋า ย่าหยา ซึ่งเป็นชุดประจำชาวจีนฮกเกี้ยน 4) สถาปัตยกรรม แบบชิโนโปรตุกิสซึ่งผสมผสานระหว่างจีน-ยุโรป และศาลเจ้าจีน (อ๊าม) 5) อาหารท้องถิ่น อย่างบะหมี่ฮกเกี้ยนและโอ้เอ๋ว 3. บทบาท ของซีรีส์ในบริบทการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน พบว่ามี 6 ประการ คือ 1) การนำเสนอ วัฒนธรรมจีนโพ้นทะเลอย่างละเอียด 2) การผสมผสานวัฒนธรรมจีน ไทย และมลายู 3) การสร้างความเข้าใจ และยอมรับในความแตกต่าง 4) การเผยแพร่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 5) การสร้างการรับรู้และความสนใจในวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล 6) การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574">
    <title>Rapport de recherche final Vitalite de la langue française dans les foyers franco-thais en Thaïlande  utilisation du français et besoins d apprentissage  Final research report Vitality of French language in binational FrenchThai families in Thailand  the use of French language and the needs of French language learning</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574</link>
    <description>Title: Rapport de recherche final Vitalite de la langue française dans les foyers franco-thais en Thaïlande  utilisation du français et besoins d apprentissage  Final research report Vitality of French language in binational FrenchThai families in Thailand  the use of French language and the needs of French language learning
Authors: Moronval, Frederic
Abstract: รายงานการวิจัยเรื่อง “การสืบทอดภาษาฝรั่งเศสในครอบครัวฝรั่งเศส-ไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย : การใช้ภาษาฝรั่งเศสและความต้องการที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศส” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณทางด้านภาษาศาสตร์สังคม โดยมีการเก็บข้อมูลจากการเขียนตอบแบบสอบถาม จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาการเรียนภาษาฝรั่งเศสและการใช้ภาษาฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทยในครอบครัวสองสัญชาติฝรั่งเศส-ไทยที่พานักอยู่ในประเทศไทย เป็นการมุ่งเน้นที่จะศึกษาว่าคู่สมรสชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือไม่ และภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารภายในครอบครัวหรือไม่ หากมีการเรียนภาษาฝรั่งเศสและมีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในครอบครัว มีวิธีการอย่างไร และหากไม่ได้เรียนและไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในครอบครัว เป็นเพราะเหตุผลใด นอกจากนั้นแล้วยังได้ศึกษาว่าพ่อแม่ได้มีการตั้งชื่อลูกเป็นภาษาฝรั่งเศสเพื่อคงตัวตนของความเป็นฝรั่งเศสไว้หรือไม่ งานวิจัยฉบับนี้ยังได้ศึกษาด้วยว่าคู่สมรสชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยมีความตั้งใจที่จะเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือจะเรียนภาษาฝรั่งเศสต่อไปในอนาคตหรือไม่ และหากจะเรียน ประสงค์จะเรียนโดยวิธีการใด ข้อมูลในการวิจัยได้มาจากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างจานวน 100 คนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ชาวฝรั่งเศสและชาวไทย และเป็นเด็กสองสัญชาติ ฝรั่งเศส-ไทยที่พานักอยู่ในประเทศไทย&#xD;
ผลที่ได้จากการวิจัยสรุปได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้มากที่สุดในการสื่อสารระหว่างคู่สมรสฝรั่งเศส-ไทย โดยกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวเกือบทั้งหมดมีระดับความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในระดับสูง แต่ทั้งนี้มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสควบคู่ไปกับการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีการใช้ภาษาไทยอยู่บ้างด้วยเช่นกัน พ่อแม่ชาวฝรั่งเศสมีแนวโน้มสูงที่จะพูดเฉพาะภาษาฝรั่งเศสกับลูกที่เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย ในขณะที่พ่อแม่ชาวไทยก็มีแนวโน้มที่จะสื่อสารเป็นภาษาไทยเท่านั้นกับลูก จากผลการวิจัยพบว่า ลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยสามารถพูดได้ทั้ง 3 ภาษา โดยระดับความสามารถในการสื่อสารภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับว่าเด็กเรียนอยู่ในสถานศึกษาประเภทใด เป็นที่น่าสังเกตว่า พ่อแม่ที่มีการสมรสข้ามวัฒนธรรมให้ความสาคัญในการตั้งชื่อหรือชื่อเล่นของลูกที่แสดงให้เห็นตัวตนของการที่เป็นคนสองวัฒนธรรม ในงานวิจัยยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยเกือบทั้งหมด มีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศส โดยจะเลือกรูปแบบการเรียนจากข้อเสนอที่มีหลากหลายสาหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย</description>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2504">
    <title>โครงการวิจัย เรื่อง ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นความสนใจของนักศึกษาในระดับก่อนขั้นกลางของ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2504</link>
    <description>Title: โครงการวิจัย เรื่อง ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นความสนใจของนักศึกษาในระดับก่อนขั้นกลางของ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: พนิตนาฏ ชูฤกษ์
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่อง ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะอ่านภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นความสนใจของนักศึกษาในระดับก่อนชั้นกลางของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาทักษะการอ่านของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อคัดเลือกและรวบรวมเนื้อเรื่อง และ เรื่องสั้นที่เป็นที่สนใจสําหรับนักศึกษา และทดสอบประสิทธิภาพของแบบฝึกที่ผู้วิจัยทดลองทําขึ้นนอกจากนั้นยังทําการสํารวจทัศนคติของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมที่ผู้วิจัยดําเนินการวิจัยสําหรับการดําเนินการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิจัยเชิงทดลอง โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 2 ( Foundation English II : ENG102 ) กลุ่ม 20, 25, 37, 42 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2545 จํานวนทั้งสิ้น 127 คน ผู้วิจัยได้นําแบบทดสอบก่อนการเรียน (Pre-test) ไปทําการทดสอบกลุ่มตัวอย่างก่อน การทดลองสอน เพื่อวัดความสามารถในการอ่านของนักศึกษาก่อนได้รับการฝึกอ่าน โดยใช้แบบ ฝึกที่ ผู้วิจัยเตรียมไว้ โดยใช้เวลาในการทําการทดสอบ 45 นาที หลังจากนั้นจึงทําการทดลอง สอน กลุ่มตัวอย่างโดยใช้เวลา 30 นาทีต่อครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นการสอน ผู้วิจัยทําการทดสอบ หลัง การสอน (Post-test) เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียน พร้อมทั้งศึกษาทัศนคติของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมโดยใช้แบบสอบถามวัดทัศนคติประมวลผล ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสําเร็จรูป SPSS for Window หลังจากนั้นได้ทําการผู้วิจัยได้ใช้สถิติ t-test pair เพื่อทดสอบสมมติฐานการวิจัย ผลการทดสอบสมมติฐาน การวิจัยนั้น เป็นไปตามสมมติฐานที่กําหนดไว้ คือ คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียน (Post - test) ของกลุ่มตัวอย่าง เมื่อเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะอ่านภาษาอังกฤษที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สูงกว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียน ( Pre – test ) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ณ ระดับ 0.05 กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนของกลุ่มตัวอย่างมีการพัฒนาทักษะอ่านภาษาอังกฤษ ในทางที่ดีขึ้น เมื่อได้ ทําการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะอ่านภาษาอังกฤษที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนอกจากนี้ผลการสํารวจทัศนคติของนักศึกษา ยังแสดงให้เห็นว่า นักศึกษามีทัศนคติที่ดี มากต่อกิจกรรมการฝึกอ่านถึง ร้อยละ 95.3 ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่าการเรียนการสอนที่ใช้แบบฝึก ทักษะอ่านภาษาอังกฤษที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เหมาะสมที่จะใช้เพื่อพัฒนาการทักษะอ่านของนักศึกษา</description>
    <dc:date>2545-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

