<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/155">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/155</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3486" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-09-23T02:32:50Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3486">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การสร้างสมดุลของภาวะการเป็นบุญคุณในบริบทการสนทนาของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่ปรากฏการเสนอช่วยเหลือ</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3486</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การสร้างสมดุลของภาวะการเป็นบุญคุณในบริบทการสนทนาของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่ปรากฏการเสนอช่วยเหลือ
Authors: วรวรรณ เฟื่องขจรศักดิ์
Abstract: “บุญคุณ” และ “การตอบแทน” กล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดที่ได้รับการให้คุณค่าในหลายสังคม รวมทั้งในสังคมไทยและสังคมญี่ปุ่นที่มีมุมมองทางวัฒนธรรมใกล้เคียงกันหลายประการ การที่ฝ่ายหนึ่งมีบุญคุณกับอีกฝ่ายหนึ่งย่อมเท่ากับว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายมีความไม่สมดุลเกิดขึ้น ฝ่ายที่ติดหนี้บุญคุณจึงต้องพยายามที่จะตอบแทนบุญคุณในทางใดทางหนึ่งเพื่อสร้างสมดุลของภาวะการเป็นบุญคุณกลับคืนมา ในการศึกษานี้ผู้วิจัยศึกษากระบวนการสร้างความสมดุลของภาวะการเป็นบุญคุณของชาวไทยและชาวญี่ปุ่น โดยการวิเคราะห์รูปแบบการสนทนาโต้ตอบในบริบทของการเสนอช่วยเหลือ เก็บข้อมูลจากละครโทรทัศน์ไทยและญี่ปุ่น ประเทศละ 5 เรื่อง ผู้วิจัยนำเสนอผลการศึกษาโดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่การเสนอช่วยได้รับการตอบรับ กรณีที่การเสนอช่วยเหลือได้รับการตอบรับแบบมีการต่อรองระหว่างคู่สนทนา และกรณีที่การเสนอความช่วยเหลือถูกปฏิเสธ แต่ละกรณีแสดงให้เห็นถึงกระบวนการการสร้างความสมดุลที่เป็นลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไปของแต่ละภาษา ภาษาญี่ปุ่นพบว่ารูปแบบของผลัดการสนทนามีความซับซ้อน มีการใช้รูปภาษาที่แสดงความกังวลต่อการเป็นภาระ และมีการกระตุ้นให้ผู้เสนอยืนยันความตั้งใจ ในขณะที่ภาษาไทยมีรูปแบบการสนทนาที่สั้นและกระชับกว่า โดยเน้นกระบวนการบรรเทาการรบกวนเพื่อลดระดับความไม่สมดุลให้มีน้อยลง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองภาษามีจุดร่วมที่สำคัญคือความร่วมมือกันระหว่างผู้เสนอช่วยเหลือและผู้รับในการฟื้นฟูดุลยภาพของความเป็นบุญคุณให้มีความสมดุลดังเดิม โดยมีแนวคิดเรื่องความเกรงใจเป็นกลไกทางสังคมพื้นฐานที่ทั้งสองวัฒนธรรมยึดถือร่วมกัน</description>
    <dc:date>2569-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071">
    <title>A survey of English skills and marketing activities among Chinese marketers</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3071</link>
    <description>Title: A survey of English skills and marketing activities among Chinese marketers
Authors: Yuejia Liu
Description: Thesis (M. Arts (English for Professions)) -- Rangsit University, 2024</description>
    <dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนที่ปรากฏในซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ผ่านมุมมองการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมจีน-ไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3069</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนที่ปรากฏในซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ผ่านมุมมองการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมจีน-ไทย
Authors: ณัฐฌาภรณ์ เดชราช
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาและวัฒนธรรมจีนในซีรีส์"แปลรักฉันด้วยใจเธอ" ผ่านมุมมองการสื่อสารข่ามวัฒนธรรมจีน-ไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) กลุ่มตัวอย่างคือ 1) ซีรีส์ที่มีคำบรรยายภาษาจีนจากเว็บไซต์ฝู่จี้ว์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกจาก 2) ผู็เกี่ยวข้องจากสถานที่ถ่ายทำในภูเก็ต 10 คน ผลวิจัยพบว่า 1. อัตลักษณ์วัจนปฏิบัติภาษาจีน 3 ประเภท คือ ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษาถิ่น (ฮกเกี้ยน) 2. อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน 5 ด้าน คือ 1) ค่านิยมเรื่องการรักครอบครัว รักเกียรติรักศักดิ์ศรี 2) ความเชื่อ เรื่องโชคลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การตั้งโต๊ะไหว้เจ้าใน บ้าน 3) การแต่งกายชุดบาบ๋า ย่าหยา ซึ่งเป็นชุดประจำชาวจีนฮกเกี้ยน 4) สถาปัตยกรรม แบบชิโนโปรตุกิสซึ่งผสมผสานระหว่างจีน-ยุโรป และศาลเจ้าจีน (อ๊าม) 5) อาหารท้องถิ่น อย่างบะหมี่ฮกเกี้ยนและโอ้เอ๋ว 3. บทบาท ของซีรีส์ในบริบทการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน พบว่ามี 6 ประการ คือ 1) การนำเสนอ วัฒนธรรมจีนโพ้นทะเลอย่างละเอียด 2) การผสมผสานวัฒนธรรมจีน ไทย และมลายู 3) การสร้างความเข้าใจ และยอมรับในความแตกต่าง 4) การเผยแพร่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 5) การสร้างการรับรู้และความสนใจในวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล 6) การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574">
    <title>Rapport de recherche final Vitalite de la langue française dans les foyers franco-thais en Thaïlande  utilisation du français et besoins d apprentissage  Final research report Vitality of French language in binational FrenchThai families in Thailand  the use of French language and the needs of French language learning</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2574</link>
    <description>Title: Rapport de recherche final Vitalite de la langue française dans les foyers franco-thais en Thaïlande  utilisation du français et besoins d apprentissage  Final research report Vitality of French language in binational FrenchThai families in Thailand  the use of French language and the needs of French language learning
Authors: Moronval, Frederic
Abstract: รายงานการวิจัยเรื่อง “การสืบทอดภาษาฝรั่งเศสในครอบครัวฝรั่งเศส-ไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย : การใช้ภาษาฝรั่งเศสและความต้องการที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศส” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณทางด้านภาษาศาสตร์สังคม โดยมีการเก็บข้อมูลจากการเขียนตอบแบบสอบถาม จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาการเรียนภาษาฝรั่งเศสและการใช้ภาษาฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทยในครอบครัวสองสัญชาติฝรั่งเศส-ไทยที่พานักอยู่ในประเทศไทย เป็นการมุ่งเน้นที่จะศึกษาว่าคู่สมรสชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือไม่ และภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารภายในครอบครัวหรือไม่ หากมีการเรียนภาษาฝรั่งเศสและมีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในครอบครัว มีวิธีการอย่างไร และหากไม่ได้เรียนและไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในครอบครัว เป็นเพราะเหตุผลใด นอกจากนั้นแล้วยังได้ศึกษาว่าพ่อแม่ได้มีการตั้งชื่อลูกเป็นภาษาฝรั่งเศสเพื่อคงตัวตนของความเป็นฝรั่งเศสไว้หรือไม่ งานวิจัยฉบับนี้ยังได้ศึกษาด้วยว่าคู่สมรสชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยมีความตั้งใจที่จะเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือจะเรียนภาษาฝรั่งเศสต่อไปในอนาคตหรือไม่ และหากจะเรียน ประสงค์จะเรียนโดยวิธีการใด ข้อมูลในการวิจัยได้มาจากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างจานวน 100 คนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ชาวฝรั่งเศสและชาวไทย และเป็นเด็กสองสัญชาติ ฝรั่งเศส-ไทยที่พานักอยู่ในประเทศไทย&#xD;
ผลที่ได้จากการวิจัยสรุปได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้มากที่สุดในการสื่อสารระหว่างคู่สมรสฝรั่งเศส-ไทย โดยกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวเกือบทั้งหมดมีระดับความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในระดับสูง แต่ทั้งนี้มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสควบคู่ไปกับการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีการใช้ภาษาไทยอยู่บ้างด้วยเช่นกัน พ่อแม่ชาวฝรั่งเศสมีแนวโน้มสูงที่จะพูดเฉพาะภาษาฝรั่งเศสกับลูกที่เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย ในขณะที่พ่อแม่ชาวไทยก็มีแนวโน้มที่จะสื่อสารเป็นภาษาไทยเท่านั้นกับลูก จากผลการวิจัยพบว่า ลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยสามารถพูดได้ทั้ง 3 ภาษา โดยระดับความสามารถในการสื่อสารภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับว่าเด็กเรียนอยู่ในสถานศึกษาประเภทใด เป็นที่น่าสังเกตว่า พ่อแม่ที่มีการสมรสข้ามวัฒนธรรมให้ความสาคัญในการตั้งชื่อหรือชื่อเล่นของลูกที่แสดงให้เห็นตัวตนของการที่เป็นคนสองวัฒนธรรม ในงานวิจัยยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างชาวไทยและลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทยเกือบทั้งหมด มีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศส โดยจะเลือกรูปแบบการเรียนจากข้อเสนอที่มีหลากหลายสาหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย</description>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

