<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/165">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/165</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3297" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3296" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3295" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3294" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-21T01:51:17Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3297">
    <title>เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติกับโคกหนองนาและธนาคารน้ำเพื่อเกษตรยั่งยืนในจังหวัดสุรินทร์</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3297</link>
    <description>Title: เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติกับโคกหนองนาและธนาคารน้ำเพื่อเกษตรยั่งยืนในจังหวัดสุรินทร์
Authors: พระมหาสุวีระ วัฒนศิลป์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาเกษตรยั่งยืนในมิติของโคก หนอง นา ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อศึกษาการจัดการธนาคารน้ำของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์ และ 3) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการจัดการธนาคารน้ำผ่านโคก หนอง นา ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวนผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งสิ้น 20 คน 2 รูป โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรที่ได้เข้าร่วมโครงการโคก หนอง นา แกนนำเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์ ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่น และพระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของเครือข่าย แนวคิดที่ใช้เป็นกรอบในการศึกษา ได้แก่ 1) ทฤษฎีเกษตรกรรมยั่งยืน 2) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) ทฤษฎีธนาคารน้ำ 4) ทฤษฎีเครือข่ายทางสังคม และ 5) แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาจากการลงพื้นที่และเก็บข้อมูลในจังหวัดสุรินทร์สะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินโครงการโคก หนอง นา และธนาคารน้ำใต้ดินมิได้เป็นเพียงนวัตกรรมเชิงเทคนิคของการจัดการน้ำและพื้นที่เกษตรเท่านั้น หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบชีวิต การผลิต และความสัมพันธ์ทางสังคมของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้ง ความยากจน และการพึ่งพิงระบบเศรษฐกิจภายนอกอย่างเปราะบาง ในการอภิปรายผลครั้งนี้สามารถพิจารณาได้ในสามมิติหลัก ได้แก่ มิติทางนิเวศเศรษฐกิจ มิติของการจัดการองค์ความรู้ในชุมชน และมิติของการจัดการเครือข่ายสังคมเพื่อความยั่งยืน ความเชื่อมโยงระหว่างโคกหนองนา ในมิติของเกษตรกรรมยั่งยืน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการธนาคารน้ำ พลังของเครือข่ายทางสังคมในการขับเคลื่อนธนาคารน้ำและโคก หนองนา ในจังหวัดสุรินทร์ และโคกหนองนา ธนาคารน้ำ กับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3296">
    <title>รูปแบบการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธ</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3296</link>
    <description>Title: รูปแบบการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธ
Authors: พระเสริมพร แก้วมะ
Abstract: งานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธ” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธ 2) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการวัดของเจ้าอาวาสและความศรัทธาของชาวพุทธ และ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารจัดการวัดของเจ้าอาวาสและความศรัทธาของชาวพุทธ โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบเฉพาะเจาะจงจาก 4 กลุ่ม จำนวน 22 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา การตีความ และการสังเคราะห์เพื่อสร้างข้อสรุป ผลการวิจัยพบว่า (1) การบริหารจัดการวัดมีหลักการบริหารโดยแบ่งโครงสร้างออกเป็นส่วนงานต่าง ๆ ตามกิจกรรมของวัด มีการจัดลำดับขั้นการบังคับบัญชา และการดำเนินงานตามหลักการบริหารจัดการตามทฤษฎี ขณะที่การบริหารด้านศรัทธามีความแตกต่างกันไปตามกิจกรรมของวัดที่มุ่งให้ประชาชนเข้ามาร่วมทำบุญหรือบริจาค (2) ปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธ แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ ปัญหาภายใน เช่น ภาวะผู้นำของเจ้าอาวาส การขาดแคลนพระสงฆ์ และปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมของวัด และปัญหาภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงวัด พระสงฆ์ และพระพุทธศาสนาลดลง (3) รูปแบบการบริหารจัดการวัดและความศรัทธาของชาวพุทธสามารถสังเคราะห์เป็นแนวคิด “5D” ได้แก่ 1. วัดดี 2. พระดี 3. กฎดี 4. ใจดี และ 5. ปัญญาดี ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารจัดการวัดและเสริมสร้างความศรัทธาของชาวพุทธ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3295">
    <title>เศรษฐกิจหมุนเวียนกับนวัตกรรมในระบบห่วงโซ่การผลิตข้าวในประเทศไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3295</link>
    <description>Title: เศรษฐกิจหมุนเวียนกับนวัตกรรมในระบบห่วงโซ่การผลิตข้าวในประเทศไทย
Authors: ณัฐหทัย รัตนสุขศรี
Abstract: การศึกษาเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนกับนวัตกรรมในระบบห่วงโซ่การผลิตข้าวในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานโยบายของรัฐในการแทรกแซงการผลิตข้าวในประเทศไทย และวิเคราะห์การนำเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG Model) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตข้าวในประเทศไทย ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 20 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) การแทรกแซงกลไกตลาดของรัฐยังส่งผลกระทบทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณค่าของเกษตรกร ซึ่งผู้วิจัยมองว่าเป็น “ทศวรรษที่สูญเปล่า” (The Lost Decade) ของชาวนาไทยอย่างแท้จริง เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวสูงขึ้น คุณภาพข้าวลดลง ราคาขายตกต่ำ ชาวนาไม่มีที่นาของตนเอง การปลูกข้าวแบบผสมไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาด และขาดแคลนทรัพยากรน้ำในการเพาะปลูก ผู้วิจัยยังมองว่าเป็นภาวะของ “การพัฒนาที่ปราศจากการพัฒนา” (Development without development) โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและกลุ่มเกษตรกรรายย่อย 2) การนำแนวคิด BCG Model ไปประยุกต์ใช้ในแต่ละประเทศนั้น บทบาทของผู้นำและกลไกของรัฐมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อน ผ่านการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ สำหรับประเทศไทย ข้าว BCG มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดระดับบนหรือข้าวพรีเมียมที่มีราคาสูง และสอดคล้องกับกลุ่มเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง อีกทั้งในระยะยาวยังมีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตได้ 3) ข้าว BCG สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อื่นได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปลายทาง เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง น้ำมันรำข้าว พลังงานชีวมวล การผลิตปุ๋ย และพลาสติกชีวภาพ
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3294">
    <title>แนวทางการจัดการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3294</link>
    <description>Title: แนวทางการจัดการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย
Authors: บุญสิทธิ์ พึ่งสุข
Abstract: การวิจัยเรื่อง แนวทางการจัดการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำสถานบันเทิงครบวงจรถูกกฎหมาย 2) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ การเมือง และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการสถานบันเทิงครบวงจรถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน และนำมาวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า มีความเป็นไปได้ในการสร้างสถานบันเทิงครบวงจรถูกกฎหมาย ด้วยกลไกการขับเคลื่อนจากภาครัฐผ่านร่างกรรมาธิการในรัฐสภา โดยมีผลกระทบจากการสร้างสถานบันเทิงครบวงจรในด้านบวก คือ การสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้น มีการจ้างงานประชาชนเพิ่มมากขึ้น เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่วนผลกระทบด้านลบ คือ อาชญากรรมด้านต่าง ๆ เช่น การฟอกเงิน และปัญหาทางสังคม รวมถึงการเสพติดการพนันในประชาชนบางกลุ่ม ข้อสรุป แนวทางการจัดการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยเป็นประเด็นที่ซับซ้อน ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งในด้านผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แนวทางการดำเนินการที่เสนอในงานวิจัยฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นกรอบการทำงานสำหรับการพัฒนาและการดำเนินงานของสถานบันเทิงครบวงจรอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

