<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1828">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1828</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3037" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3036" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2577" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2576" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-08T13:18:21Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3037">
    <title>การศึกษาความสัมพันธ์ของการตลาดเชิงประสบการณ์ คุณค่าและความภักดี ของลูกค้าเจเนอเรชั่นวายในธุรกิจโรงแรม</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3037</link>
    <description>Title: การศึกษาความสัมพันธ์ของการตลาดเชิงประสบการณ์ คุณค่าและความภักดี ของลูกค้าเจเนอเรชั่นวายในธุรกิจโรงแรม
Authors: สุธินี ธีรานุตร์
Abstract: บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการตลาดเชิงประสบการณ์ คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ และความภักดีของลูกค้าเจเนอเรชั่นวาย ในธุรกิจโรงแรม 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการตลาดเชิงประสบการณ์ และความภักดี ของลูกค้าเจเนอเรชั่นวายในธุรกิจโรงแรม และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณค่าที่ลูกค้าได้รับและความภักดี ของลูกค้าเจเนอเรชั่นวายในธุรกิจโรงแรม จากการเก็บข้อมูล โดยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้เข้าพักโรงแรมที่ได้รับรองมาตรฐานโรงแรม ระดับ 4 - 5 ดาวอายุระหว่าง 22 – 41 ปี หรือกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย ส่วนใหญ่ มีระดับความคิดเห็นในด้านการตลาดเชิงประสบการณ์ มากที่สุด โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัส (Sense) (X̅= 4.52/S.D.=.549) ที่โรงแรม&#xD;
ทาให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี และเกิดความประทับใจจากการเข้าพักในด้านคุณค่าที่ลูกค้าได้รับของลูกค้าเจเนอเรชั่นวาย ส่วนใหญ่ มีระดับความคิดเห็นในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านคุณค่าเชิงคุณภาพ (Quality Value) (X̅= 4.47/S.D.=.519) โดยการเข้าพักโรงแรมมาตรฐานระดับ 4 – 5 ดาว ทาให้ลูกค้ารู้สึกได้รับคุณค่าจากการบริการที่ดี ที่มีมาตรฐานของโรงแรม และในด้านความภักดีของลูกค้าเจเนอเรชั่นวาย มีระดับความคิดเห็นด้านทัศนคติ (Attitudinal Approach) โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (X̅= 4.22/S.D.=.493) ซึ่งลูกค้าเจเนอเรชั่นวายส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะกลับมาใช้บริการโรงแรมมาตรฐานระดับ 4 – 5 ดาว อีกในอนาคต&#xD;
ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัยสรุปได้ว่า การตลาดเชิงประสบการณ์ และคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ มีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางกับความภักดีของลูกค้าเจเนอเรชั่นวายในทิศทางเดียวกัน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านคุณค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Value) ด้านคุณค่าเชิงสังคม (Social Value) ด้านคุณค่าเชิงอารมณ์ (Emotional Value) และด้านคุณค่าเชิงคุณภาพ (Quality Value) มีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางในทิศทางเดียวกัน กับความภักดีของลูกค้าเจเนอเรชั่นวาย (sig. = 0.000) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3036">
    <title>Research Report workation destination attractiveness : a supply and demand analysis</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3036</link>
    <description>Title: Research Report workation destination attractiveness : a supply and demand analysis
Authors: Navaphun Khongsawatkiat</description>
    <dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2577">
    <title>ความคาดหวังของผู้โดยสารต่อคุณภาพการบริการของสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบหลังโควิด  19</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2577</link>
    <description>Title: ความคาดหวังของผู้โดยสารต่อคุณภาพการบริการของสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบหลังโควิด  19
Authors: พาริส หงษ์สกุล
Abstract: บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความคาดหวังของผู้โดยสารที่มีต่อคุณภาพการบริการของสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบหลังโควิด-19 และเปรียบเทียบความคาดหวังคุณภาพบริการโดยจำแนกตามพฤติกรรมการเดินทาง ด้านความถี่และจำนวนครั้งที่เคยใช้บริการ และวัตถุประสงค์การเดินทาง จากการเก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามจากตัวอย่าง 400 คน พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในกระบวนการเดินทางระหว่างเที่ยวบิน (During flight) และมีระดับความคาดหวังต่อคุณภาพการบริการด้าน Employees พนักงานที่ให้บริการ มากที่สุด (x̅=6.09 / S.D.=.596) ในเรื่องพนักงานแต่งกายด้วยเครื่องแบบ ที่สะอาดสะอ้าน มีการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี มีความรู้ในผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของสายการบิน และใช้ศิลปะในการพูด ทักษะการสื่อสารที่ดีเยี่ยม ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมุติฐานการวิจัยสรุปได้ว่า 1) กิจกรรมของกระบวนการเดินทางในภาพรวม มีความสัมพันธ์กับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้โดยสารที่เคยใช้บริการสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ด้านเพศ ด้านระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กัน 2) ผู้โดยสารที่มีความถี่และจำนวนครั้งที่เคยใช้บริการที่แตกต่างกัน มีผลต่อระดับความคาดหวังต่อคุณภาพบริการหลังโควิด-19 ที่แตกต่างกัน ด้าน Employees พนักงานที่ให้บริการ (sig.=.017) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) ผู้โดยสารที่มีวัตถุประสงค์การเดินทางที่แตกต่างกัน มีผลต่อระดับความคาดหวังต่อคุณภาพบริการหลังโควิด-19 ที่แตกต่างกัน ด้าน Tangibles ความเป็นรูปธรรมของการบริการ ความรู้สึกที่สัมผัสและจับต้องได้ (sig.=.008) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2576">
    <title>รายงานวิจัย(ฉบับสมบูรณ์) แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2576</link>
    <description>Title: รายงานวิจัย(ฉบับสมบูรณ์) แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก
Authors: อิทธิพันธ์ พัฒนานุพงษ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 2) เพื่อพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของแรงจูงใจที่มีผลต่อการท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก 3) เพื่อศึกษาแรงจูงใจที่มีอิทธิพลเชิงสาเหตุที่มีต่อการท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก โดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายก กาหนดกลุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ ซูแมคเกอร์ และโลแมกซ์ (Schumacker, R.E. and Lomax, R.G, 2010, p.49) ได้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
1. ระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก พบว่า โดยภาพรวมความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก&#xD;
2. การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของแรงจูงใจที่มีผลต่อการท่องเที่ยวผจญภัย จังหวัดนครนายก โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้องกลมกลืน ดังนี้ x²  = 0.000, df = 1, p-value = 0.9975, CFI = 1.000, TLI = 1.006, RMSEA = 0.000, SRMR = 0.000 และ x² &#xD;
2/df = 0.000 และ อิทธิพลทางตรง ได้แก่ แรงจูงใจ ความคาดหวัง และทัศนคติ มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อผลความพึงพอใจต่อการท่องเที่ยวผจญภัย ที่ระดับ 0.01</description>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

