<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/216">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/216</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2737" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2531" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2530" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2417" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-01-18T14:31:26Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2737">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ประติมากรรมร่วมสมัย : การศึกษาความเป็นเมืองในจังหวัดปทุมธานี</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2737</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ประติมากรรมร่วมสมัย : การศึกษาความเป็นเมืองในจังหวัดปทุมธานี
Authors: ธิติพงษ์ เนื่องพิมพ์
Abstract: ประติมากรรมร่วมสมัย : การศึกษาความเป็นเมืองในจังหวัดปทุมธานี เป็นการวิจัย เชิงสร้างสรรค์&#xD;
ศิลปะ เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดจินตภาพของความเป็นมนุษย์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ใ นจังหวัดปทุมธานีผ่านผลงานประติมากรรม โดยทำการศึกษาข้อมูลภาคเอกสารที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านนการพัฒนามาสู่ความเป็นเมืองของจังหวัดปทุมธานี รวมถึงการศึกษาภาคสนามจากพื้นที่ 4 อำ เภอคือ อำเภอคลองหลวง, อำเภอลำลูกกา, อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอลาดหลุมแก้วซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากกว่าร้อยละ 10 ประกอบกับการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวนอำเภอละไม่เกิน 3 คนการศึกษาภาคเอกสารพบวา่ ความเป็นเมืองของจังหวัดปทุมธานีนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการขยายตวัของความเจริญจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยสำคัญที่สามารถสืบย้อนไปได้ 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงที่ 1 ในรัชกาลที่ 4-5 ประเทศไทยมีความต้องการข้าวเพื่อเป็นสินค้าส่งออกมากขึ้น ซึ่งสืบเนื่องมาจากสนธิสัญญาเบาวริ่ง ทำให้เกิดการขุดคลองและปรับปรุงพื้นที่ทุ่งหลวงเพื่อใช้เป็นที่ทำนา ส่งผลใหมี้การริเริ่มใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในภาคการเกษตร และมีผู้คนอพยพเข้ามาอาศยั อย่เูป็นจำนวนมากขึ้น และช่วงที่ 2 ภายหลังการเปลี่ยนการปกครอง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและองค์&#xD;
ความรู้จากประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2504เกิดเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรกขึ้น และทำให้เศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมเติบโตและแพร่กระจายออกไป จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากร อยู่ใกล้เมืองหลวง มีเส้นการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ จึงเป็นปัจจยั สำคัญทำให้จังหวัดปทุมธานีกลายมาเป็นแหล่งงานและที่อยู่อาศัยซึ่งทำให้มีความเป็นเมืองมากขึ้นเป็นลำดับมาจนถึงปัจจุบนัการศึกษาภาคสนามพบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงด้านความเจริญและความเป็นเมืองที่กำลังเกิดขึ้นกับพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์จึงเป็นลักษณะของความเป็นห่วงและความกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ที่จะทำให้ความดีงามและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมสูญหายไป และจะสร้างให้เกิดปัญหาสังคมในด้านต่าง ๆ ตามมา หลายชุมชนที่ได้ลงพื้นที่ก็พบความพยายามในการแก้ปัญหากันเองภายในชุมชน ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อใช้สร้างเครือข่ายของผู้คนที่อาศัยที่ได้รับสู่การสร้างสรร์ผู้วิจัยสนใจในลักษณะที่ยังเป็นพื้นที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างสังคมชนบทแบบเกษตรกับสังคมเมืองสมัยใหม่ของจังหวัดปทุมธานี การปะทะกัน ระหว่างสองขั้วตรงข้ามทำให้เกิดความแปลกแยกขึ้นระหว่างผู้คนกับพื้นที่ และส่งต่อไปถึงกลุ่มผู้อาศยั เก่าและกลุ่มผู้อาศัยใหม่ ในภาพรวมของปรากฎการณ์ทั้งหมดนี้ได้บ่งบอกถึงความเป็นมนุษยที่อยู่ร่วมกันเป็นหน่วย แต่ไร้ทิศทางและไม่มีความมั่นคง จึงเกิดเป็นแนวทางในการสร้างสรรคที่ต้องการเชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามและพิจารณาถึงการดำรงอยู่ร่วมกันผ่านผลงานประติมากรรม โดยเน้นไปที่กระบวนการประกอบสื่อวัสดุให้เกิดเป็นรูปทรงและการเลือกพื้นที่เฉพาะสำหรับนำเสนอผลงานสำหรับการใช้สื่วัสดุ อันได้แก่ ไม้อัดเคลือบฟิลม์ดำจานดินเผา ปูนซีเมนต ์และกระจก ทั้งหมดถูกนำมาประกอบเข้าร่วมกันโดยสร้างเป็นรูปทรงของโต๊ะสนามที่แสดงเฉพาะเส้นโครงสร้าง ที่มีสิ่งของอย่างจานดินเผาและกระจกวางอยู่ด้านบนอย่างกระจัดกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อ นแต่ละหน่วยย่อยจะมีความคลา้ยคลึงกันแต่ดำรงอยู่อย่างไม่สัมพันธ์กัน ผลงานจะถูกนำไปติดตั้งที่โถงด้านหน้าของหอนิทรรศน์ปทุมธานี ซึ่งแต่เดิมเป็นศาลากลางประจำ จังหวัด ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยผู้วิจัยหวังว่าความหมายของสื่อวัสดุ รูปทรง วิธีการประกอบรูปทรงในผลงานประติมากรรม และความหมายของสถานที่ติดตั้งจะสามารถทำงานร่วมกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามต่อชีวิตในปัจจุบันและอนาคตที่จะผู้คนในพื้นที่นี้จะต้องเผชิญต่อไปได้</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2531">
    <title>Virtual reality as an art exhibition platform in the age of pandemic</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2531</link>
    <description>Title: Virtual reality as an art exhibition platform in the age of pandemic
Authors: Piyanon Somboon; Gomesh Karnchanapayap</description>
    <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2530">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชิงความคิดผ่านสื่อภาพถ่าย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2530</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชิงความคิดผ่านสื่อภาพถ่าย
Authors: อนุพงศ์ เจริญมิตร
Abstract: รายงานวิจัยเรื่อง กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชิงความคิดผ่านสื่อภาพถ่าย (Conceptualart creation process through photographic media.) เป็นโครงการวิจัยที่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมในรูปแบบภาพถ่าย โดยศึกษาด้านการประวัติศาสตร์ภาพถ่ายในฐานะสื่อร่วมสมัยนำเสนอเนื้อหาในมุมมองที่แปรผันตามบริบททางสังคม เพื่อพัฒนารูปแบบของสื่อภาพถ่ายในฐานะ “ภาพถ่ายเชิงความคิด” และรวมไปถึงการมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการให้ความหมายในภาพถ่ายผ่านรูปของสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารเนื้อหา และ ชักชวนให้เกิดการตีความกระบวนการวิจัยในโครงการนี้ผู้วิจัยค้นคว้าข้อมูลด้านประวัติของภาพถ่าย ในฐานะภาพที่สื่อแทนความคิดของศิลปิน การรับรู้ และการสื่อให้เห็นความงาม (aesthetic) ในมุมมองที่ต่างไปจากภาพถ่ายแนวประเพณีภาพดังเดิม จากการปรากฏการณ์ หักเหทางสุนทรียะ (aesthetic refraction) ที่ละทิ้งความงามในเชิงกายภาพ ไปสู่การมองความงามในเชิงความนึกคิด ซึ่งหักเหทางสุนทรียะนี้มีพัฒนาการคู่ขนานไปพร้อมกับเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ เทคโนโลยีด้านการพิมพ์ วัสดุพิมพ์สื่อภาพถ่าย รวมถึงกระบวนการทดลอง(experimental) เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในสื่อภาพถ่าย โดยประเด็นด้านเนื้อหาในโครงการนี้ ได้นำเสนอมุมมองของสังคมที่มีต่อกลุ่มเด็กแว้นและเด็กสก๊อย ในฐานะแบบจำลองหนึ่งในการมองผ่านร่างกายและภาพเหมารวม โดยผลงานสร1างสรรค์ในรูปแบบสื่อภาพถ่ายเชิงความคิดในโครงการนี้ ได้นำเสนอในรูปแบบภาพถ่ายโปร่งแสงติดตั้งบนตู้ไฟ (transparency in light box) จัดวางในพื้นที่ (installation)</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2417">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย โครงการวิจัยเพื่อสร้างงานศิลปะภาพเคลื่อนไหว 2 มิติ ชุด “ขวานำ ซ้ายตาม ขวาชิด” เพื่อนำเสนอภาพการผลิตซ้ำของการศึกษา ผ่านชุดความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับการศึกษาภายใต้กระบวนทัศน์การศึกษาหลังสมัยใหม่ของประเทศไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2417</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย โครงการวิจัยเพื่อสร้างงานศิลปะภาพเคลื่อนไหว 2 มิติ ชุด “ขวานำ ซ้ายตาม ขวาชิด” เพื่อนำเสนอภาพการผลิตซ้ำของการศึกษา ผ่านชุดความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับการศึกษาภายใต้กระบวนทัศน์การศึกษาหลังสมัยใหม่ของประเทศไทย
Authors: ภัทร นิมมล
Abstract: รายงานการวิจัย เรื่อง โครงการวิจัยเพื่อสร้างงานศิลปะภาพเคลื่อนไหว 2 มิติ ชุด “ขวานำ ซ้ายตาม ขวาชิด” เพื่อนำเสนอชุดวาทกรรมการผลิตซ้ำในแวดวงการศึกษาสมัยใหม่ ภายใต้ระบบทุนนิยม ในสังคมไทย เป็นงานวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งประดิษฐ์ และมองหาวิธีการประยุกต์งานแอนิเมชันเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัย โดยศึกษากระบวนทัศน์การเล่าเรื่องผสมผสานกับเทคนิคทดลอง เนื้อหาของงานศิลปะนั้นอยู่ภายใต้แนวความคิด และอ้างอิงถึงกระบวนการศึกษาของไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก ในยุคล่าอาณานิคม ที่ยังคงส่งผลกระทบมาสู่การเรียนการศึกษาสมัยใหม่ นำไปสู่ใช้บริบทของแอนิเมชันในการสร้างภาพแทน (represent) กระบวนการวัดผล เช่นการทำข้อสอบ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมย้อนกลับไปตั้งคำถามต่อการวัดผล และทบทวนถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาภาคบังคับ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

