<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/237">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/237</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3030" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3029" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3028" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3027" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-02-02T01:37:52Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3030">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ผลของระยะห่างในการฉายแสงที่มีต่อการเกิดพอลิเมอร์ของกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดดัดแปลงด้วยเรซิน</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3030</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ผลของระยะห่างในการฉายแสงที่มีต่อการเกิดพอลิเมอร์ของกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดดัดแปลงด้วยเรซิน
Authors: ดวงหทัย อภิลักขิตกุล; นลพรรณ ลือวิสุทธิชาติ; วิมพ์สิริ มนตรีโพธิ์; ฤดีมาศ โลเกศกระวี; กุลภัสสร เมตตา; กิตติชัย สิงหรัตน์; ปกรณ์ ชื่นจิตต์
Abstract: วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือ การตรวจสอบผลของระยะห่างระหว่างปลายของเครื่องฉายแสงกับผิวของซีเมนต์กลาสไอโอโนเมอร์ชนิดดัด แปลงด้วยเรซิน (RMGIC) ต่อระดับ การเกิดพอลิเมอร์ (DC) และความเข้มแสง การศึกษานี้เป็นการทดลองเชิงปริมาณที่ดำเนินการในสภาวะห้องปฏิบัติการที่ควบคุม โดยที่ตัวอย่าง RMGIC ถูกฉายแสงด้วยระยะห่างที่แตกต่างกันระหว่างปลายเครือ่งฉายแสงและพื้นผิวของวัสดุ ได้แก่ 0 มม., 4 มม., และ 8 มม.&#xD;
ผลการวิจัยแสดงใหเ้ห็นว่าถึง แม้ความเข้มแสงจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมือ่ระยะห่างเพิ่ม ขึ้นแต่ระดับการเกิดพอลิเมอร์ไม่ได้แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในระยะทีท่ดสอบ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการฉายแสงเพื่อ ให้ RMGIC แข้งตัวอย่างมีประสิทธิภาพยังสามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าจะเพิ่มระยะห่างในการฉายแสงก็ตาม อย่างไรก็ตาม การลดลงของความเข้มแสงที่ระยะห่างที่มากขึ้นอาจะมีผลกระทบต่อสมบัติทางกลอื่นๆ ของวัสดุ เช่นความแข็ง และความทนทานต่อการสึกหรอ&#xD;
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ผู้ปฏิบัติงานทางคลินิกอาจมีความยืดหยุ่นบางอย่างในการ&#xD;
เลือกระยะห่างในการฉายแสงโดยไม่ทำให้ระดับการเกิดพอลิเมอร์ลดลง แต่การรักษาระยะห่างที่น้อยที่สุดดยังคงเป็นสิ่งที่แนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวสำหรับการบูรณะ ฟื้นฟูทางทันตกรรม การวิจัยเพิ่มเติมจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อประเมินผลของพารามิเตอร์การฉายแสงต่อสมบัติอื่นๆ ของ RMGIC รวมถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีการฉายแสงและระยะเวลาการฉายแสงที่แตกต่างกันเพื่อปรับปรงุ ประสิทธิภาพทางคลินิกให้ดีทีีสุด</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3029">
    <title>The effect of surface finishing on translucency and color stability of Polymer-infiltrated ceramic network material</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3029</link>
    <description>Title: The effect of surface finishing on translucency and color stability of Polymer-infiltrated ceramic network material
Authors: Phakphum Srinuan; Mintra Sujjapong; Noppasorn Kiattikheeree; Sumittra Taweepornkitkun; Pornpimol Phonglumjeak; Panyanat Yingcharoenwattana; Jantanee Leelanarathiwat
Abstract: ปัญหาที่พบ : ความโปร่งแสงกับความเสถียรภาพของสีเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญต่อความสวยงามของวัสดุทางทันตกรรมอย่างยิ่ง ซึ่งการขัดวัสดุทางทันตกรรมจะมีผลต่อคุณสมบัติดังกล่าว แต่ยังมีการศึกษาเพียงเล็กน้อยที่ศึกษาถึงผลของการเคลือบ และการขัดผิวที่ส่งผลต่อค่าความโปร่งแสงกับความเสถียรภาพของสีของวัสดุที่เพิ่งพัฒนามาอย่างพอลิเมอร์อินฟิวเตรตเซรามิกเน็ตเวิร์ค&#xD;
วัตถุประสงค์ : เพื่อเปรียบเทียบค่าความโปร่งแสง และความแตกต่างของสี (ΔE) ของพอลิเมอร์อินฟิวเตรตเซรามิกเน็ตเวิร์คกับการปรับสภาพผิวที่แตกต่างกันวิธีการทดลอง และวัสดุอุปกรณ์ : ชิ้นทดสอบทั้งหมดจำนวน 36 ชิ้น ทำจากพอลิเมอร์อินฟิวเตรตเซรามิกเน็ตเวิร์คที่เรียกว่า วิตา อีนามิค ซึ่งชิ้นทดสอบมีรูปร่างสี่เหลี่ยมขนาด 2x10x12 มิลลิเมตร ใช้ทดสอบหา&#xD;
ค่าความโปร่งแสง และค่าสัดส่วนความคมชัด ชิ้นทดสอบทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะการปรับสภาพพื้นผิวได้แก่ กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการปรับสภาพพื้นผิว, กลุ่มที่ปรับสภาพพื้นผิวโดยการขัดอย่างเดียว และกลุ่มที่ปรับสภาพพื้นผิวโดยการขัดร่วมกับการเคลือบผิว การขัดผิวจะใช้เครื่องจับหัวขัดร่วมกับชุดขัดของ วิตา อีนามิค การเคลือบผิวจะทำตามที่บริษัทแนะนำโดยใช้ 5 เปอร์เซ็นต์ กรดโฮโดรฟลูออริกในการกัดพื้นผิว จากนั้นทำไซเลนต่อด้วยการเคลือบผิว และฉายแสง ค่าอัตราส่วนความคมชัด และค่าคามแตกต่างของสี จะใช้เครื่องสเปคโตรโฟโตมิเตอร์เป็นตัวช่วยในการบันทึกค่า ซีไออีเอลเอบี (CIELAB) ซึ่งค่าความแตกต่างของสีจะคำนวณจากค่าที่ทำการบันทึกก่อนการแช่ไวน์ (T0) และหลังการแช่ไวน์ไปแล้ว 14 วัน (T14) และ 28 วัน (T28) ในส่วนของค่าอัตราส่วนความคมชัดจะทำการ&#xD;
บันทึกค่าก่อนการแช่ไวน์ (T0) และหลังการแช่ไวน์ไปแล้ว 7 วัน (T7), 14 วัน (T14) และ 28 วัน (T28)ในระหว่างกระบวนการแช่ไวน์ จะมีการนำชิ้นทดสอบขึ้นมาล้าง และเปลี่ยนไวน์ทุกๆ7 วัน&#xD;
ผลการวิจัย : ในทุกกลุ่มการทดลองจะมีค่าอัตราส่วนความคมชัดเพิ่มมากขึ้นหลังจากการแช่ไวน์แดง แต่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบค่าอัตราส่วนความคมชัดระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ขัดพื้นผิวหลังจากแช่ในไวน์แดง 14 วัน และ28 วัน รวมไปถึงการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มควบคุม และกลุ่มที่เคลือบพื้นผิวหลังจากแช่ในไวน์แดง 28 วัน ในส่วนของค่าความแตกต่างของสีพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มควบคุม และกลุ่มขัดพื้นผิวหลังจากแช่ในไวน์แดง 28 วันนอกเหนือจากนี้พบว่าไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำ คัญ&#xD;
สรุปผลการวิจัย : ค่าความแตกต่างของสี เเละค่าอัตราส่วนความคมชัดของวัสดุกลุ่มที่ขัดพื้นผิวร่วมกับการเคลือบผิว และกลุ่มที่มีการขัดพื้นผิวเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเเตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวัดที่วันที่ 14 เเละ 28 หลังจากเเช่ในไวน์แดงส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางคลินิก : การขัดผิวเซรามิก เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาซึ่งการปรับสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกันก็จะมีผลต่อค่าความโปร่งแสงกับความเสถียรภาพของสีของพอลิเมอร์อินฟิวเตรตเซรามิกเน็ตเวิร์คซึ่งสำคัญในการเลือกการขัดพื้นผิวของพอลิเมอร์อินฟิวเตรตเซรามิกเน็ตเวิร์คเพื่อให้ได้ความ&#xD;
สวยงามอันคงทนของวัสดุและลดค่าใช้จ่ายรวมถึงเวลาที่ใช้ในขั้นตอนดังกล่าว</description>
    <dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3028">
    <title>Expression of NOTCH mRNA in human dental pulp cells subjected to mechanical compressive force</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3028</link>
    <description>Title: Expression of NOTCH mRNA in human dental pulp cells subjected to mechanical compressive force
Authors: Hataichanok Charoenpong
Abstract: ในหลายๆครั้ง เซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์สามารถถูกแรงกดได้ ซึ่งแรงกดสามารถทำ ให้เกิดผลต่างๆต่อเซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์ได้ แต่กลไลการตอบสนองของเซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์ต่อแรงกดนั้นยังไม่ทราบชัดเจน การศึกษานี้จึงทำ ขึ้นเพื่อศึกษาการแสดงออกของเอ็มอาร์เนเอของยีนส์เป้าหมายของนอทช์ไดแก่ HES1 และ HEY1 รวมถึงการแสดงออกของเอ็มอาร์เนเอของตัวรับของนอทช์ไดแก่ NOTCH1, NOTCH2, NOTCH3 and NOTCH4 ในเซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์ที่ได้รับแรงกด โดยใช้วิธีการให้แรงกดโดยตรงและการให้แรงกดผ่านแรงดันน้ำผลการศึกษาพบว่าเอ็ม อาร์เนเอของ HES1 เพิ่มขึ้นในเซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์ที่ได้รับแรงกดทั้งสองแบบหลังให้แรงไป 2 ชั่วโมง โดยการผ่านแรงดันน้ำ สามารถพบการเพิ่มขึ้นของทั้ง HES1และ HEY1 ที่ 6 ชั่วโมงด้วย แต่เมื่อให้แรงกดต่อไปจนถึง 24 ชั่วโมงปรากฎว่าไม่พบการเพิ่มขึ้นของยีนส์เป้าหมายทั้งสองของนอทช์แล้ว สำหรับตัวรับของนอทช์นั้นพบว่ามีเฉพาะ NOTCH2 ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพบการเพิ่มขึ้นที่ 6 ชั่วโมงหลังให้แรงกดด้วยแรงดันน้ำ โดยสรุปแล้ว แรงกดสามารถเพิ่มแสดงออกของเอ็มอาร์เนเอของของยีนส์เป้าหมายของนอทช์ในเซลล์โพรงประสาทฟันมนุษย์ โดยการกดผ่านแรงดันน้ำเพิ่มการแสดงออกของ HEY1 และ NOTCH2 ด้วย อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของยีนส์เป้าหมายของนอทช์นี้พบเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้จะให้แรงกดต่อเนื่อง</description>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3027">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ผลของยาสีฟันที่มีและไม่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่อความหยาบผิวของวัสดุบูรณะสีเหมือนฟัน</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3027</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย ผลของยาสีฟันที่มีและไม่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่อความหยาบผิวของวัสดุบูรณะสีเหมือนฟัน
Authors: วิรชา วชิรมน
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของยาสีฟันที่มีและไม่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่อความหยาบผิวของวัสดุบูรณะสีเหมือนฟันโดยเปรียบเทียบความหยาบผิวของวัสดุบูรณะก่อนและหลังการแปรง วัสดุบูรณะสีเหมือนฟัน จำนวน 90 ชิ้น ถูกเตรียมและแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามชนิดของวัสดุบูรณะ กลุ่มละ 30 ชิ้น ได้แก่ เรซินคอมโพสิต อัลคาไซต์ และเรซินมอดิฟายด์กลาสไอโอโนเมอร์ที่บ่มตัวด้วยแสง กลุ่มวัสดุบูรณะแต่ละชนิดถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 10 ชิ้นตามชนิดของยาสีฟัน 2 กลุ่ม โดยมี 1 กลุ่มควบคุมที่แปรงด้วยน้ากลั่น ชิ้นงานทุกชิ้นถูกวัดค่าความหยาบพื้นผิวก่อนและหลังการแปรง นำชิ้นงานมาตรวจสอบสภาพพื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราด ทดสอบค่าความหยาบพื้นผิวด้วยสถิติทดสอบความแปรปรวนสองทาง สถิติการทดสอบทีแบบคู่ และการเปรียบเทียบข้อมูลภายหลังที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซนต์&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ยาสีฟันที่มีและไม่มีส่วนผสมของสมุนไพรทำให้เกิดความหยาบพื้นผิวของวัสดุบูรณะสีเหมือนฟัน โดยความหยาบพื้นผิวของวัสดุบูรณะเรซินมอดิฟายด์กลาสไอโอโนเมอร์ชนิดบ่มตัวด้วยแสงมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายหลังจากแปรงด้วยยาสีฟันทั้งสองชนิด ดังนั้นการขัดแต่งวัสดุบูรณะที่ระยะเวลาติดตามผลการรักษาจะทาให้พื้นผิวของวัสดุมีความเรียบมากขึ้น ลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ ทำให้วัสดุมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น</description>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

