<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/247">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/247</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3470" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3469" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3468" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3467" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-09-07T05:23:42Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3470">
    <title>การเตรียมสิ่งตัวอย่างเสมือนจริงสำหรับการตรวจหมู่เลือดเอบีโอและแอนติเจนอาร์เอชดีโดยวิธีหลอดทดลองและวิธีคอลัมน์แอกกลูติเนชั่นเทคนิค</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3470</link>
    <description>Title: การเตรียมสิ่งตัวอย่างเสมือนจริงสำหรับการตรวจหมู่เลือดเอบีโอและแอนติเจนอาร์เอชดีโดยวิธีหลอดทดลองและวิธีคอลัมน์แอกกลูติเนชั่นเทคนิค
Authors: เจนจิรา รินรส, ธิดารัตน์ โสดสงค์; นาราภัทร บุญประคอง, นิชากร มาเพ็ง; มณิชญา นวลสาย
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเตรียมซีรัมเสมือนจริงที่มีสีเหลืองเสมือนกับซีรัมจริงที่ได้จากเลือดมนุษย์ เพื่อใช้ในการตรวจหมู่เลือด ABO และแอนติเจน RhDโดยวิธี CTT (conventional tube test) และ CAT (column agglutination technique) การเลือกใช้เซลล์มาตรฐานสำหรับหมู่เลือด A RhD positive, B RhD positive, O RhD positive และ O RhD negative ทางด้าน cell grouping ใช้ 3% A cells, B cells และ O cells สำหรับการตรวจทางด้าน serum grouping ใช้ 3% panel cells ที่ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีแอนติเจนจา เพาะและไม่จำเพาะต่อน้ำยาแอนติบอดีที่เติมลงในซีรัมเสมือนจริง ได้แก่ anti-D, anti–M, anti-D + anti-M, anti-C, anti-E และ anti-C + anti-E การเปรียบเทียบค่า OD (optical density) และค่า Sp.Gr. (specific gravity) ของซีรัมเสมือนจริงก่อนเติมแอนติบอดีและหลัง เติมแอนติบอดีโดยใช้สถิติทดสอบ Kruskal-Wallis H test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.000) และเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างซีรัมเสมือนจริงทั้ง 2 สูตร โดยใช้สถิติทดสอบ Mann-Whitney U test พบว่าค่า OD มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.000) และค่า Sp.Gr. ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 1.000) ผลที่ได้จากงานวิจัยนี้ พบว่าวิธี CTT สามารถออกผลการทดสอบได้ครบทุกหมู่เลือด อย่างไรก็ตามวิธี CAT ไม่สามารถออกผลการทดสอบในบางหมู่เลือด ซึ่งต้องมีการศึกษาการเตรียมสิ่งตัวอย่างและการเลือกใช้เซลล์มาตรฐานสาหรับการตรวจหมู่เลือด ABO ทางด้าน serum grouping โดยวิธี CAT ต่อไป&#xD;
 </description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3469">
    <title>การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในกะปิจากแหล่งผลิตในประเทศไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3469</link>
    <description>Title: การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในกะปิจากแหล่งผลิตในประเทศไทย
Authors: กมลฉัตร ลือชัย, กีรติ แย้มสีบัว; ชนัญชิดา สุวรรณนะ, บัณฑิตา ศุภเศรษฐสิทธิ์; มุนินท์ เลิศจันทรางกูร, วรินชญา หลานเศรษฐา</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3468">
    <title>การศึกษาการดื้อยาเพอร์เมทรินระดับโมเลกุลในเหาจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่อาศัยในจังหวัดปทุมธานี</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3468</link>
    <description>Title: การศึกษาการดื้อยาเพอร์เมทรินระดับโมเลกุลในเหาจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่อาศัยในจังหวัดปทุมธานี
Authors: บุรฉัตร สัมมากิจ, ปาณิสรา อำพะสุโร; พรกนก จำปีคง, พิมกวิน มากสุข; หทัยรัตน์ อ่อนมาสาย, สิรินทรา ถิ่นสิรคุณ
Abstract: โรคเหาที่ศรีษะ (Pediculosis capitis) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบบ่อยในเด็ก วัยเรียนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ปัจจุบันการรักษาเหามักจะใช้ยาหรือแชมพูที่มีส่วนประกอบของยาเพอร์เมทริน อย่างไรก็ตามปัจจุบันเริ่มมีรายงานการดื้อยาเพอร์เมทรินในเหาศีรษะซึ่งทำให้รักษาโรคเหาที่ศีรษะล้มเหลว การศึกษาข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกลายพันธุ์แบบknockdown resistance (kdr) ของยีน voltage-sensitive sodium chanel (VSSC) ที่มีตำแหน่ง T917I ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดื้อยาเพอร์เมทรินในเหาศีรษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาใน ตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี โดยเก็บตัวอย่างเหาศีรษะ จากนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาในตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี จำนวน 100 ตัวอย่าง นำมาวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์แบบ T917I ในร้อยละ 48 โดยสามารถแบ่งเป็นจีโนไทป์แบบ wild type (SS) ร้อยละ 41,heterozygous (RS) ร้อยละ 22, และ homozygous resistance (RR) ร้อยละ 37 นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธุ์ ความสัมพันธุ์ระหว่างการกลายพันธุ์แบบ kdr ที่ตำแหน่ง T917I ในเหาศีระและการเคยสัมผัสยาเพอร์เมทรินพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกที่พบการดื้อยาของเหาศีรษะในจังหวัดปทุมธานี ดังนั้นการพบเชื้อดื้อยานี้แสดงให้เห็นว่าควรระมัดระวังการใช้ยาเพอร์เมทรินในประเทศไทย&#xD;
 </description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3467">
    <title>การศึกษาลักษณะซีสต์และระบุชนิดทางพันธุกรรมของอะแคนทามีบา จากแหล่งน้ำในสิ่งแวดล้อม จากชุมชนตาบลเมืองเก่า จังหวัดสระบุรี</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3467</link>
    <description>Title: การศึกษาลักษณะซีสต์และระบุชนิดทางพันธุกรรมของอะแคนทามีบา จากแหล่งน้ำในสิ่งแวดล้อม จากชุมชนตาบลเมืองเก่า จังหวัดสระบุรี
Authors: ปฏิภาณ เพชรน้อย, พรชิตา สว่างศรี,; อภิญญา เวบส์เตอร์, อัจจิมา ทิตตเมธา; อโณมา เรืองจาเนียร, สิรวิชญ์ อภินันท์ธนากร
Abstract: อะแคนทามีบา (Acanthamoeba) เป็นโปรโตซัวชนิดเซลล์เดียวที่เคลื่อนที่ด้วยขาเทียม (pseudopodia) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำ ดิน และฝุ่น เชื้อนี้สามารถก่อโรคในคนแบบติดเชื้อโดยบังเอิญ และเป็นสาเหตุสำคัญของ โรคกระจกตาอักเสบ (Acanthamoeba keratitis) และโรคสมองอักเสบแบบแกรนูโลมา (GAE) การศึกษานี้ดำเนินในพื้นที่ บึงโง้ง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี โดยตรวจหาเชื้อ Acanthamoeba spp. จากน้า จำนวน 30 ตัวอย่าง ด้วย 3 วิธี ได้แก่ การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ การเพาะเลี้ยง และการตรวจแบบ Conventional PCR พบว่า น้า มีอุณหภูมิเฉลี่ย 25.8°C และ pH 8.1&#xD;
	ผลตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ไม่พบเชื้อ แต่ การเพาะเลี้ยงพบเชื้อร้อยละ 30 โดยมีลักษณะคล้ายกลุ่ม Astronyxid และ Polyphagid ซึ่งพบในสิ่งแวดล้อมและอาจก่อโรคในมนุษย์ ส่วนการตรวจด้วย PCR ไม่พบชิ้นส่วนดีเอ็นเอของเชื้อ อาจเกิดจากปริมาณดีเอ็นเอต่ำ หรือมีสารรบกวนสรุปได้ว่าการตรวจหาเชื้อ Acanthamoeba spp. ในแหล่งน้ำ ควรใช้ทั้งวิธีเพาะเลี้ยงและเทคนิคอณูชีววิทยาร่วมกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และความไวในการตรวจหาเชื้อจากสิ่งแวดล้อม&#xD;
 </description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

