<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/313">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/313</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2000" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1994" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1993" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1992" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-25T10:58:42Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2000">
    <title>ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์กาแฟอะราบิกาจากมูลนิธิโครงการหลวงโดยใช้เทคนิค genotyping-by-sequencing (GBS)</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2000</link>
    <description>Title: ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์กาแฟอะราบิกาจากมูลนิธิโครงการหลวงโดยใช้เทคนิค genotyping-by-sequencing (GBS)
Authors: อัญญรัตน์ เตชะนันท์
Abstract: กาแฟอะราบิกาเป็นพืชสำคัญชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในพื้นที่สูงทางภาคเหนือของประเทศไทย มีการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาทางการเกษตรและความต้านทานต่อโรคราสนิม เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ดีเด่น อย่างไรก็ตาม พบว่ากาแฟอะราบิกาที่มูลนิธิโครงการหลวงอนุรักษ์ไว้ มีข้อมูลความหลากหลายทางพันธุกรรมค่อนข้างน้อย ดังนั้นงานวิจัยนี้ได้ใช้เทคนิค Genotyping-by-Sequencing (GBS) ศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของกาแฟอะราบิกา 23 พันธุ์ ผลการศึกษาพบว่า จำนวนเฉลี่ยของการอ่านลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพคือ 1,945,389 Reads ต่อตัวอย่าง ซึ่งนำมาเปรียบเทียบกับจีโนมอ้างอิงได้เฉลี่ยร้อยละ 95.83 สำหรับจำนวน SNPs และ InDels ทั้งหมดที่ตรวจพบในจีโนมคือ 1,180,245 และ 115,112 ตำแหน่ง ตำมลาดับ เมื่อใช้ชุดข้อมูล SNPs ในการวิเคราะห์ค่าความแตกต่างทางพันธุกรรมด้วยการเปรียบเทียบความคล้ายคลึงแบบคู่ระหว่างประชากรตามวิธี p-distance ให้ค่าแตกต่างทางพันธุกรรมที่แคบอยู่ในช่วง 0.14 ถึง 0.56 จากนั้นสร้างแผนภูมิความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมโดยใช้ชุดข้อมูลจาก SNPs ซึ่งสามารถแบ่งกาแฟอะราบิกาออกเป็น 3 กลุ่ม แสดงถึงบรรพบุรุษร่วมกันของแต่ละพันธุ์ นอกจากนี้คัดเลือก SNPs และ InDels ที่ให้ความแตกต่างระหว่างพันธุ์กาแฟ ทำการยืนยันความถูกต้องและพัฒนาเป็นเครื่องหมายโมเลกุลสำหรับการศึกษาพันธุศาสตร์ของกาแฟและประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์กาแฟได้
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1994">
    <title>การศึกษาฤทธิ์การยับยั้งเชื้อ Helicobacter Pylori ของแบคเทอริโอซินที่ผลิตจากเชื้อ Lactobacillus Pentosus MRK2-3 และสารสกัดสมุนไพร</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1994</link>
    <description>Title: การศึกษาฤทธิ์การยับยั้งเชื้อ Helicobacter Pylori ของแบคเทอริโอซินที่ผลิตจากเชื้อ Lactobacillus Pentosus MRK2-3 และสารสกัดสมุนไพร
Authors: นิพนธ์ สนหอม
Abstract: แบคเทอริโอซิน MRK2-3 ที่ผลิตจากเชื้อ Lactobacillus pentosus MRK2-3 มีขนาดโมเลกุล 1848.255 ดาลตัน สามารถยับยั้งเชื้อ Helicobacter pylori ได้จำนวน 11 สายพันธุ์ เชื้อ Escherichia coli จำนวน 5 สายพันธุ์ และเชื้อ Salmonella Typhimurium จำนวน 1 สายพันธุ์ โดยยับยั้งเชื้อ H. pylori 3949 ได้ดีที่สุดที่ค่าความเข้มข้นต่าสุดที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ (minimum inhibitory concentration, MIC) 6.56 ไมโครโมลาร์ แบคเทอริโอซิน MRK2-3 ทาให้ผนังเซลล์เชื้อ H. pylori 3949 เกิดรูพรุนแต่ไม่แตกสลาย จากการทดสอบในแบบจำลองกระเพาะอาหารพบว่าสามารถลดปริมาณเชื้อ H. pylori ได้มากกว่า 5 Log CFU/ml ภายในเวลา 2 ชั่วโมง นอกจากนี้พบว่าสารสกัดหยาบจากสมุนไพรไทยจำนวน 12 ชนิด สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทดสอบได้ โดยสารสกัดกระชายมีฤทธิ์ในการยับยั้งกลุ่มเชื้อ H. pylori ดีที่สุดโดยมีค่า MIC ในช่วงความเข้มข้น 0.048-0.39 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ในขณะที่สารสกัดหยาบโกฐน้ำเต้ามีฤทธิ์ในการยับยั้งกลุ่มเชื้อ E. coli และ S. Typhimurium ได้ดีที่สุดโดยมีค่า MIC ในช่วงความเข้มข้น 0.19-0.78 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ความเร็วในการฆ่าเชื้อของสารสกัดหยาบกระชายสามารถฆ่าเชื้อ H. pylori ATCC 43504 และ H. pylori BK482 ได้มากกว่า 5 Log CFU/ml ภายใน 2 ชั่วโมง และสารสกัดหยาบโกฐน้ำเต้าสามารถฆ่าเชื้อ E. coli และ S. Typhimurium ได้มากกว่า 2 log CFU/ml ภายในเวลา 12 ชั่วโมง
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1993">
    <title>ฤทธิ์ทางชีวภาพและปกป้องตับของสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากดอกเห็ดแครง (schizophyllum commune)</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1993</link>
    <description>Title: ฤทธิ์ทางชีวภาพและปกป้องตับของสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากดอกเห็ดแครง (schizophyllum commune)
Authors: ปรายุมาศ อ้นศรีสวัสดิ์
Abstract: เห็ดแครง (Schizophyllum commune) เป็นเห็ดที่รับประทานได้ มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้านมะเร็ง วัตถุประสงค์ของงานวิจัยเพื่อศึกษาฤทธิ์ในการปกป้องเซลล์ตับของสารสกัดดอกเห็ดแครง นำผงดอกเห็ดแครงแห้งมาสกัดด้วยตัวทำละลายที่แตกต่างกัน 4 ชนิด (เฮกเซน คลอโรฟอร์ม เอทิลอะซิเตด และเมทานอล) และสกัดโดยการต้มน้ำ ตกตะกอนด้วยเอทานอล เพื่อให้สารสกัดหยาบพอลิแซ็กคาไรด์ แล้วนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีดีพีพีเอช สารสกัดแต่ละตัวหาปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดและปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด ด้วยวิธีโฟลิน ซิโอแคลทูและวิธีอะลูมิเนียมคลอไรด์ คัลเลอริเมทริกตามลำดับ ทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งตับของคน (HepG2) ด้วยวิธีเอ็มทีที ทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดเห็ดแครงในการปกป้องการทำลายเซลล์ตับที่ถูกเหนี่ยวนาให้เกิดความเสียหายด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อเซลล์มะเร็งตับของคน ประเมินผลการปกป้องและลักษณะของเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเทคนิคการย้อมด้วย Hoechst 33342 ศึกษากลไกการปกป้องเซลล์ HepG2 ของสารสกัดเห็ดแครง ผลของการเกิดปฏิกิริยาลิพิดเปอร์ออกซิเดชันและระดับของกลูตาไธโอนที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นการศึกษากลไกในการปกป้องเซลล์ HepG2 ด้วยสารสกัดจากดอกเห็ดแครง สารสกัดทั้ง 5 ตัวอย่างแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ค่า IC50 อยู่ในช่วง 0.32- 1.00 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดอยู่ในช่วง 11.98-25.93 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัมสารสกัด และปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดอยู่ในช่วง 2.34-4.53 มิลลิกรัมสมมูลของเคอร์ซิตินต่อกรัมสารสกัด การทดสอบเซลล์มะเร็งตับด้วยสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์ก่อนถูกเหนี่ยวนำด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พบว่า ทำให้อัตราการรอดชีวิตเซลล์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน สารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์ยังยับยั้งปฏิกิริยาลิพิดเปอร์ออกซิเดชัน และเพิ่มระดับของกลูตาโธโอนต้านการถูกทำลายด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ผลงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแรก ที่ยังไม่เคยมีรายงานการวิจัยมาก่อน ในการพบว่าสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากดอกเห็ดแครง มีฤทธิ์ในการปกป้องเซลล์มะเร็งตับและอาจจะพัฒนาเป็นยารักษาที่ใช้ในการรักษาโรคตับ
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1992">
    <title>การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของการสกัดพอลิแซ็กคาไรด์และศักยภาพปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดจากเส้นใยเห็ดแครง</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1992</link>
    <description>Title: การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของการสกัดพอลิแซ็กคาไรด์และศักยภาพปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดจากเส้นใยเห็ดแครง
Authors: กิติยา รัศมี
Abstract: เห็ดแครง (Schizophyllum commune) พบได้ตามธรรมชาติทั่วไป สามารถเพาะเลี้ยงเชิงการค้าได้ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสารพอลิแซ็กคาไรด์จากเห็ดนี้ มีความสำคัญทางการแพทย์ด้านคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาศักยภาพของสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากเส้นใยเห็ดแครงต่อการปกป้องเซลล์ประสาท และศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารพอลิแซ็กคาไรด์จากเส้นใยเห็ดแครงด้วยวิธีพื้นผิวตอบสนอง (RSM) เห็ดแครงที่ใช้ศึกษานี้ เก็บรวบรวมจากอำเภอธารโต จังหวัดยะลา ทำการจำแนกชนิดโดยการวิเคราะห์ลักษณะสัณฐานของดอกเห็ดและจำแนกโดยเครื่องหมายโมเลกุลด้วยไพรเมอร์ ITS1 และ ITS4 ซึ่งแสดงความเหมือนที่ร้อยละ 99.68 กับ S. commune สกัดสารพอลิแซ็กคาไรด์จากเส้นใยเห็ดแครงที่เพาะเลี้ยง โดยใช้น้ำกลั่นและนึ่งในหม้อนึ่งความดันไอ ตกตะกอนด้วยเอทานอล จากนั้น ทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดในการปกป้องเซลล์ประสาท (SH-SY5Y) ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิด oxidative stress ด้วย Hydrogen peroxide 100 ไมโครโมลาร์ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสันฐานวิทยาของเซลล์ ที่ย้อมด้วย Hoechst 33342 ภายใต้กล้องฟลูออเรสเซนต์ พบว่าสารพอลิแซ็กคาไรด์ 250 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของนิวเคลียสในเซลล์เทียบกับเซลล์ที่ได้รับ Hydrogen peroxide ศึกษาการปกป้องการตายแบบ apoptosis โดยการย้อมเซลล์ด้วย Annexin-V กับ Propidium Iodide (PI) วิเคราะห์ผลด้วย Flow cytometer พบว่าสารพอลิแซ็กคาไรด์ 125-250 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถลดการตายแบบ apoptosis ลดปริมาณเซลล์ในระยะ Sub-G1 ในเซลล์ SH-SY5Y สภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารพอลิแซ็กคาไรด์โดยใช้เทคนิค RSM สภาวะในการสกัดสารพอลิแซ็กคาไรด์ที่ได้ คืออัตราส่วนในการสกัดระหว่างเส้นใยต่อน้ำเท่ากับ 1:18.41 ให้ความร้อนโดยหม้อนึ่งความดันไอเป็นเวลา 30 นาที และอัตราส่วนในการตกตะกอนของสารสกัดต่อเอทานอลคือ 1:1
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

