<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/70">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/70</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3038" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2750" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2563" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2447" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-01-13T19:28:37Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3038">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาความสามารถในการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากล : กรณีสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3038</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาความสามารถในการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากล : กรณีสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา
Authors: อภิระมณ อุไรรัตน์
Abstract: การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มุ่งศึกษาให้ทราบตามวัตถุประสงค์การวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาบริบทของสถานศึกษาในการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากล 2) เพื่อวิเคราะห์การดำเนินงานของสถานศึกษาตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากล และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการดาเนินงานของสถานศึกษาตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคกลาง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 400 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยด้วยสถิติพรรณาค่าจำนวน ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติอนุมานทดสอบความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลกับการบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากล และวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุเพื่อทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ 0.05&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 25 – 35 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 25,001 – 35,000 บาท มีตาแหน่งครูผู้สอน และมีระยะเวลาการทำงานระหว่าง 6 – 10 ปี โดยบริบทของสถานศึกษาที่มีระดับค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ บริบทด้านกิจกรรมการเรียน และการจัดโครงสร้างการทำงาน เป็นการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ ด้านรายได้ ด้านระยะเวลาการทำงาน ที่ต่างกันมีการบริหารจัดการตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากลต่างกัน และ บริบทด้านผู้เรียน ด้านหลักสูตรการเรียน ด้านกิจกรรมการเรียน ด้านผู้สอน และ ด้านสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับการบริหารจัดการตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากลที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรบูรณาการในทุกบริบทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากลให้เชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์ในรูปแบบเครือข่าย และบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ทางการบริหารให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างเหมาะสม ร่วมกับการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวปฏิบัติโรงเรียนมาตรฐานสากลให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งได้อย่างต่อเนื่อง</description>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2750">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2750</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1
Authors: ชัชชญา พีระธรณิศร์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหาร สถานศึกษา ในการพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู 311 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิง บรรยาย ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรวบรวมข้อมูลเชิง คุณภาพจากการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง จากผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้บริหารสถานศึกษา และครู จํานวน 8 คน และการประชุมกลุ่ม (Focus Group) ผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คนโดยทําการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและปัญหาในภาพรวม แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหาร สถานศึกษาพบว่า การนํา (การมีภาวะผู้นํา)อยู่ในระดับมากและมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และการพัฒนานักเรียน ด้านคุณธรรม จริยธรรมพบว่า ด้านกายภาพ อยู่ในระดับมาก และมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) แนวทางการพัฒนา บทบาทผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า 2.1 กระบวนการบริหารทั้ง 4 ด้านมีแนวทางพัฒนาคือ 1) การนํา (การ มีภาวะผู้นํา): การเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม 2) การจัดองค์การ: การ ปรับกระบวนทัศน์ในการบริหารสถานศึกษา การกําหนดบทบาทอํานาจหน้าที่ของบุคคลในการรับผิดชอบ งานด้านคุณธรรม จริยธรรม 3) การควบคุม: จัดระบบการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล การให้คําปรึกษา เกี่ยวกับงานด้านคุณธรรม จริยธรรม 4) การวางแผน: การทําความเข้าใจในนโยบาย การวางแผนการ ปฏิบัติงาน ด้านคุณธรรม จริยธรรมและการจัดการเรียนการสอนของครู 2.2 แนวทางการพัฒนานักเรียน ด้านคุณธรรม จริยธรรมทั้ง 6 ด้านคือ 1) ด้านกายภาพ: จัดสภาพโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2) ด้านการจัดหลักสูตร: ปรับปรุงและพัฒนาการจัดหลักสูตรท้องถิ่นเกี่ยวกับการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม 3) ด้านการเรียนการสอน: มุ่งปลูกฝังพื้นฐานทางสังคมและจิตวิทยา การคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณ ในการสอนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม 4) ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์: การมี ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้บริหารกับครู ครูกับนักเรียน โรงเรียนกับผู้ปกครอง โรงเรียนกับชุมชน 5) ด้านการ บริหารจัดการ: กําหนดทิศทางการปฏิบัติงานในการพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้เข้ากับ สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง 6) ด้านการประเมินผล: กําหนดรูปแบบการนิเทศภายใน การ จัดการเรียนการสอน โครงการ และกิจกรรมต่างๆ</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2563">
    <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2563</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
Authors: ชัชชญา พีระธรณิศร์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความคาดหวังที่พึงประสงค์ของการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรี 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรี 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารโรงเรียนและครู 118 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ จากผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้บริหารโรงเรียน และครู จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน โดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการหาดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNI modified) ผลการวิจัยมีดังนี้&#xD;
1. สภาพปัจจุบันและความคาดหวังที่พึงประสงค์ของการบริหารงานวิชาการ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากคือ การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากและมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูอยู่ในระดับมาก คือ ค่านิยมและวิสัยทัศน์ร่วม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากและมีค่าเฉลี่ยสูงสุด&#xD;
2. ความต้องการจำเป็นที่สุดของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนเทศบาลเมืองเพชรบุรีคือการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษามีค่าดัชนี (PNI modified = 0.16) และความต้องการจำเป็นที่สุดในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครู คือ โครงสร้างสนับสนุนชุมชน มีค่าดัชนี (PNI modified = 0.13)&#xD;
3. แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูคือ ควรส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำวิจัยในชั้นเรียน และการเชื่อมโยงการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูกับการบริหารงานวิชาการให้เป็นภาระงานและนำไปปฏิบัติในเชิงรุก</description>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2447">
    <title>Research Project Report assessment of English communication skills of Primary 6 and Secondary 3 students : a case study of Satit Bilingual School of Rangsit University</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2447</link>
    <description>Title: Research Project Report assessment of English communication skills of Primary 6 and Secondary 3 students : a case study of Satit Bilingual School of Rangsit University
Authors: Ruja Pholsward</description>
    <dc:date>2012-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

