<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/77">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/77</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3255" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3254" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3253" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3252" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-09T20:52:32Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3255">
    <title>การประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมจากการใช้งานแอปพลิเคชัน ด้านสุขภาพในประเทศไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3255</link>
    <description>Title: การประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมจากการใช้งานแอปพลิเคชัน ด้านสุขภาพในประเทศไทย
Authors: ประภาศรี ศิริ
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ดัชนีการประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost Savings Index: CSI) และผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของแอปพลิเคชันด้าน สุขภาพ โดยอ้างอิงจากข้อมูลการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจำนวน 24,366,980 ครั้ง งานวิจัยนี้ใช้ ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกพร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์ เนื้อหา นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามกลุ่มผู้ใช้แอปพลิเคชันด้านสุขภาพที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 900 คน โดยใช้เครื่องมือทางสถิติ ในการวิเคราะห์จาแนกกลุ่ม ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า แอปพลิเคชันด้านสุขภาพมีบทบาทสำคัญในหลายมิติ โดยในส่วน ของการจำแนกกลุ่มผู้ใช้งานแอปพลิเคชันตามระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีสุขภาพ พบว่าปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อการจำแนกกลุ่ม ได้แก่ ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพ และด้าน สังคม นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนด้านสาธารณสุข และ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยช่วยลดต้นทุนทางตรง และต้นทุนทางอ้อมโดยมีค่า CSI อยู่ ระหว่าง 61.3% - 73.9% สะท้อนถึงระดับการประหยัดค่าใช้จ่ายที่สูง การวิเคราะห์ SROI พบว่า ทุก ๆ 1 บาทที่ลงทุน สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมได้ 0.50 บาท โดยมูลค่าผลลัพธ์รวมถึง การลด ความแออัดในโรงพยาบาล การลดต้นทุนค่าเดินทาง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการลด อุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจได้ ประมาณ 21,108 ล้านบาทต่อปีแม้ว่า SROI ยังไม่เกินเกณฑ์ที่สะท้อนถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์โดยสมบูรณ์ (SROI &gt; 1) แต่ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแอปพลิเคชันด้านสุขภาพในการสร้างคุณค่า เชิงเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว การส่งเสริมการใช้งานอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาแอปพลิเค ชันให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสุขภาพดิจิทัลและ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3254">
    <title>การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของผู้สำเร็จการศึกษาจาก ระบบการศึกษานานาชาติในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3254</link>
    <description>Title: การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของผู้สำเร็จการศึกษาจาก ระบบการศึกษานานาชาติในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
Authors: ศรีสุดา นามรักษา
Abstract: การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของผู้สำเร็จการศึกษา นานาชาติในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความคาดหวังในอาชีพของผู้ที่กำลังศึกษา อยู่ในระบบการศึกษานานาชาติ และ3) ศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนในการศึกษาระบบการศึกษา นานาชาติ โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ ใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไปสำเร็จการศึกษาและกำลังศึกษาอยู่ระบบ นานาชาติและระบบอื่นจำนวน 1,230 คน โดยใช้สถิติการถดถอยพหุคูณและการถดถอยโลจิสติก ส่วนการวิเคราะห์หาความคุ้มค่าใช้ตัวชี้วัด 4 ตัว คือ 1) ผลตอบแทนมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 2) อัตรา ผลตอบแทนต่อทุน 3) อัตราผลตอบแทนภายในจากการลงทุน และ 4)การวิเคราะห์ระยะคืนทุน ส่วน การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติจำนวน 10 คน พบว่า 1) เพศ อายุ ระบบการศึกษา ระดับการศึกษา การใช้โซเชียลมีเดีย อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้งาน ค่าใช้จ่าย และการใช้งานอินเตอร์เน็ต ส่งผลต่อรายได้ของผู้สำเร็จการศึกษาระบบนานาชาติ 2) อายุ แหล่งรายได้ การใช้งานโซเชียลมีเดีย อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้งาน และการใช้งานอินเตอร์เน็ต ส่งผล ต่อความคาดหวังในอาชีพของผู้กำลังศึกษาอยู่ระบบการศึกษานานาชาติ 3) ความคุ้มค่าในการลงทุน ของผู้สำเร็จการศึกษาระบบการศึกษานานาชาติปริญญาตรีและปริญญาโทสายสังคมศาสตร์พบว่ามี ความคุ้มค่าต่อการลงทุน การศึกษาที่สูงขึ้นยิ่งทำให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายทางการศึกษาควรสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและการปรับตัวในภาษาที่หลากหลายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานของบัณฑิต รวมถึงส่งเสริมการลงทุนในระบบ การศึกษานานาชาติที่มีความคุ้มค่าในระยะยาว
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3253">
    <title>ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในประเทศไทย : กรณีศึกษาผู้ใช้บริการเขตนอกเมือง</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3253</link>
    <description>Title: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในประเทศไทย : กรณีศึกษาผู้ใช้บริการเขตนอกเมือง
Authors: ญาณภัทร แสงชาติ
Abstract: การศึกษาวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การศึกษาเปรียบเทียบสภาวะการแข่งขันก่อนและหลัง การควบรวมกิจการเปรียบเทียบของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ ส่งผลต่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากการใช้งานโครงข่ายดาวเทียมในประเทศไทย ในเขตพื้นที่นอกเมือง 3) เพื่อศึกษาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม และเศรษฐกิจและสังคม โดยรวม งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถาม เป็น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจำนวน 1,200 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การทดสอบสมมติฐานด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป โดยใช้โมเดลการวิเคราะห์ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความคิดเห็นด้านสังคมของอินเทอร์เน็ตดาวเทียมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เพศชาย อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเวลานาน การใช้เพื่อการศึกษาและทำงาน การใช้เฟซบุ๊ก และการไม่รู้จักอินเทอร์เน็ตดาวเทียมมาก่อน ปัจจัยที่มีผลต่อ ความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจของอินเทอร์เน็ตดาวเทียมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เพศชาย อายุ ระดับ การศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเวลานาน การใช้เฟซบุ๊ก การไม่ใช้ทวิตเตอร์ การใช้ติ๊กต๊อก การไม่ใช้ยูทูบ และการใช้เพื่อการศึกษาและทำงาน ปัจจัยที่มีผล ต่อความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของอินเทอร์เน็ตดาวเทียมมีความสอดคล้องกับด้าน สังคมและด้านเศรษฐกิจ ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันแสดงให้เห็นว่าผู้คนมองอินเทอร์เน็ตดาวเทียมใน ฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ในการออกแบบนโยบาย และแผนงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอินเทอร์เน็ตดาวเทียม รวมไปถึงการสร้างแอพพลิเคชั่นและ เนื้อหาดิจิทัลที่สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตของผู้ใช้งาน เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร บริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน โดยคำ นึงถึงประโยชน์และผลกระทบในวงกว้าง ทั้งใน เชิงเศรษฐกิจและสังคม อย่างรอบด้านและสมดุล
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3252">
    <title>The power of generative AI : Chatgpt and Gemini as opportunities or disruptions to job efficiency in Thailand</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3252</link>
    <description>Title: The power of generative AI : Chatgpt and Gemini as opportunities or disruptions to job efficiency in Thailand
Authors: Pongsakorn Limna
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับ ChatGPT และ Gemini สำรวจโอกาสและความท้าทาย รวมถึงประเมินผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาอาชีพ ในยุคดิจิทัล งานวิจัยนี้ใช้วิธีการแบบผสมผสาน โดยรวมวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในส่วน ของการวิจัยเชิงปริมาณ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,159 คน ผ่าน แบบสอบถามปลายปิด และใช้โปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติในการวิเคราะห์การถดถอยแบบทวิ ส่วน การวิจัยเชิงคุณภาพ ได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เข้าร่วมวิจัยที่คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 20 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้โปรแกรม NVivo ผลการวิจัยแสดงให้เห็น ว่า ผู้คนมีทัศนคติเชิงบวกต่อ ChatGPT และ Gemini โดยมองว่าเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าสำหรับการ พัฒนาวิชาชีพ ทั้งนี้ ความน่าจะเป็นในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงลักษณะ ทางประชากรศาสตร์ ระดับการรับรู้ และรูปแบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึง โอกาสสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการส่งเสริมนวัตกรรมในหลากหลายภาค ส่วน อย่างไรก็ตาม ยังมีการชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการ แทนที่งาน ปัญหาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และความเสี่ยงที่อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เหล่านี้มีหลาย แง่มุม ทำให้รูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิมต้องปรับเปลี่ยน และต้องมีการปรับโครงสร้างการพัฒนาอาชีพ งานวิจัยนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือระหว่างสาขาวิชา เพื่อ ใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมกับลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
Description: Dessertations (Ph.D. (Digital Economy)) -- Rangsit University, 2024</description>
    <dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

