<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/78">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/78</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3249" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3248" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3247" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3246" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-08-13T05:07:27Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3249">
    <title>การศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจของพระเครื่องไทยในยุคดิจิทัล</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3249</link>
    <description>Title: การศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจของพระเครื่องไทยในยุคดิจิทัล
Authors: ธาราทร ไชยแสง
Abstract: พระเครื่องไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยปี ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับศาสนาเพียง อย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจในฐานะสินค้าประเภทหนึ่ง ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการใช้และประชาชนไทยมีความตื่นรู้ในเทคโนโลยีดิจิทัล กันอย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม พระเครื่องไทยก็ยังคงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงและมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนอยู่ การวิจัยนี้มุ่งหมายเพื่อศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจของพระเครื่องไทยในยุคดิจิทัล โดย วิเคราะห์ปัจจัยกำหนดต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อมูลของพระเครื่อง โดยใช้การสำรวจแบบสอบถามจาก กลุ่มตัวอย่างผู้เช่าพระเครื่องจำนวน 426 คน และการสอบถามเชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คน ผลการวิจัยนี้ พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าพระเครื่องในทางบวก ได้แก่ พฤติกรรม การเช่าพระเครื่องเพื่อลงทุนหรือเกร็งกำไร มวลสารของพระเครื่องประเภทเนื้อดิน และการได้รับ การโปรโมทโดยอินฟลูเอนเซอร์หรือคนบุคคลที่มีชื่อเสียง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าพระเครื่อง ในทางลบ ได้แก่ พฤติกรรมการเช่าพระเครื่องเพื่อเป็นของขวัญของกำนัลให้ผู้อื่น มวลสารของพระ เครื่องประเภทเนื้อโลหะผสม และการระบุรุ่นของพระเครื่อง นอกจากนี้พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ให้ความเห็นไว้ว่าในยุคดิจิทัลพุทธคุณของพระเครื่องสามารถส่งผ่านไฟล์ภาพดิจิทัลได้เช่นกัน หากผู้ครอบครองมีความศรัทธา ในขณะที่ผู้ซื้อขายพระเครื่องส่วนใหญ่ไม่ให้มูลค่าพระเครื่องที่อยู่ ในรูปแบบไฟล์ภาพดิจิทัล
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3248">
    <title>ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ของประเทศไทยในยุคดิจิทัล</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3248</link>
    <description>Title: ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ของประเทศไทยในยุคดิจิทัล
Authors: วัชรพงษ์ ชฎารัตน์
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ของประเทศไทย สำหรับเครื่องมือที่ผู้วิจัยใช้ในการหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อความ เหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทยในยุคดิจิทัลทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งใช้ข้อมูลตัวแปรอิสระ ได้แก่ ข้อมูลผลิตภัณฑ์จังหวัด ข้อมูลหนี้สินต่อครัวเรือน ข้อมูลร้อยละของสัดส่วนคนจน ข้อมูลร้อยละ ของครัวเรือนที่มีโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลร้อยละของครัวเรือนที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ข้อมูลร้อยละ ของครัวเรือนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ข้อมูลปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ช่วงอายุ 15 - 39 ปี ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณต่อหัวประชากร ข้อมูลร้อยละของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้น ไป ข้อมูลร้อยละของ ผู้ว่างงาน และตัวแปรตาม คือ สัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคด้านรายได้ของ ครัวเรือนระดับจังหวัด (Gini coefficient) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางเศรษฐมิติ คือโปรแกรม SPSS เพื่อทำการประมาณค่าสัมประสัมประสิทธิ์หน้าตัวแปร โดยใช้แบบจำลองสมการถดถอยเชิง เส้นแบบพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำ ทางรายได้ของประเทศไทยในยุค ดิจิทัล ที่วัดด้วยสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคด้านรายได้ของครัวเรือนระดับจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ หนี้สินต่อครัวเรือน ร้อยละของครัวเรือนที่มีโทรศัพท์มือถือ, ร้อยละของครัวเรือนที่มีอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์, ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ช่วงอายุ 15 - 39 ปี, และ ร้อยละของจำนวน ประชากรผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ทั้งนี้หากผู้สนใจการศึกษาเพิ่มเติม ควรใช้ตัวแปรการศึกษาหรือ สถานภาพทางสังคม เพื่อสามารถศึกษาได้ว่าตัวแปรดังกล่าวส่งผลความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของ ประเทศไทยได้ ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายเพื่อลดความ เหลื่อมล้ำในระดับจังหวัดอย่างมีเป้าหมาย
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3247">
    <title>พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง กรณีศึกษาสกินแคร์และเครื่องสำอาง</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3247</link>
    <description>Title: พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง กรณีศึกษาสกินแคร์และเครื่องสำอาง
Authors: เขียนฝัน กังวานเจริญกุล
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง กรณีศึกษา สกินแคร์และเครื่องสำอาง 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดที่ส่งผลต่อการการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านการไลฟ์ สตรีมมิ่ง กรณีศึกษา สกินแคร์และเครื่องสำอางการวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษา ข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการขายสินค้าผ่านทางการไลฟ์ สตรีมมิ่งกรณีศึกษาสกินแคร์และเครื่องสำอาง ที่ทำไลฟ์ บริษัท B (นามสมมติ) โดยใช้ข้อมูลการขายสินค้าที่แสดงบนแดชบอร์ด ในปี พ.ศ. 2567 จำนวนข้อมูลปฐมภูมิจำนวน 511 แดชบอร์ด โดยแบ่งประเภทข้อมูลเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) สกินแคร์และเครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่น 2) สกินแคร์และเครื่องสำอางจาก ประเทศเกาหลีใต้ 3) สกินแคร์และเครื่องสำอางจากประเทศไทย 4) สกินแคร์และเครื่องสำอางจาก ประเทศแถบยุโรป วิธีการดำเนินวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณา โดยใช้ข้อมูล ปฐมภูมิ สร้างการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบหลายตัวแปร ผลจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยการ นำตัวแปรทั้ง 12 ตัวแปร มาหาค่าเฉลี่ยของยอดขายยืนยันแล้วเพื่อนำมาสรุปผลตามหลักสถิติเชิง พรรณาตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ได้ผลดังนี้ ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ตามสมมติฐานที่ส่งผลต่อการ ตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ได้แก่ จำนวนวิวที่ชมไลฟ์ สด (VIEW), อัตราการคลิกตระกร้า (CTR), ประเทศผู้ผลิตสินค้า (CTY), จำนวนผู้ซื้อสินค้าต่อไลฟ์ (BUYER) เป็นต้น ตัวแปรที่ไม่มี ความสัมพันธ์ตามสมมติฐานที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ได้แก่ ระดับนักไลฟ์ (MC) ผลการวิจัย พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์ได้นัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ต่างกัน ด้วยเหตุนี้ค่า สัมประสิทธิ์ที่ได้จึงมีทั้งค่าที่ส่งผลต่อกลยุทธ์ทางการตลาดและไม่ส่งผลต่อกลยุทธ์ทางการตลาด
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3246">
    <title>ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตังของคนไทย</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3246</link>
    <description>Title: ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตังของคนไทย
Authors: ชานนท์ สวัสดิ์เฉลิม
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และศึกษาผลกระทบจากสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตังต่อพฤติกรรมการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็ นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างคือคนไทยทั่วประเทศ ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป จำนวน 460 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ สลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จำนวน 9 ปัจจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการซื้อ จำนวน 6 ปัจจัย ได้แก่ 1) จำนวนใบที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบกระดาษ ช่วงก่อนมีสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 2) จำนวนเงินที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลช่องทางออนไลน์ อื่น ๆ ช่วงหลังมีสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 3) ราคา 80 บาท 4) ผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันตก 5) ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท 6) ผู้ที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลนานๆ ครั้ง และปัจจัยที่ส่งผล ต่อการไม่ซื้อ จำนวน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) จำนวนใบที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบกระดาษ ช่วงหลัง มีสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 2) จำนวนเงินที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบกระดาษ ช่วงก่อน มีสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 3) ผู้ที่ไม่ชื่นชอบรูปแบบการซื้อสลากดิจิทัลบนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ข้อเสนอจากการศึกษามีดังนี้ 1) รัฐบาลควรจัดอบรมให้ผู้บริโภคสามารถบริหารค่าใช้จ่าย ในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สอดคล้องกับรายได้ 2) รัฐบาลควรหาทางดูแลผู้ค้าสลากกินแบ่ง รัฐบาลแบบกระดาษที่มีรายได้ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาซื้อสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐกิจดิจิทัล)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

