<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/83">
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/83</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3478" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3477" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3348" />
        <rdf:li rdf:resource="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3340" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-09-21T08:12:39Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3478">
    <title>บทบาทของกลไกการกำกับดูแลกิจการในการกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการกำไรกับผลการดำเนินงานด้าน ESG</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3478</link>
    <description>Title: บทบาทของกลไกการกำกับดูแลกิจการในการกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการกำไรกับผลการดำเนินงานด้าน ESG
Authors: เยาวรักษ์ สุขวิบูลย์; จิรารัช พิพัฒน์นราพงศ์; วัฒนี รัมมะพ้อ</description>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3477">
    <title>รายงานวิจัยผลกระทบทางสังคมของโครงการย่อยภายใต้แผนงานร่วมทุนสนับสนุนการพัฒนา สุขภาวะจังหวัดปทุมธานี</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3477</link>
    <description>Title: รายงานวิจัยผลกระทบทางสังคมของโครงการย่อยภายใต้แผนงานร่วมทุนสนับสนุนการพัฒนา สุขภาวะจังหวัดปทุมธานี
Authors: นิ่มนวล วิเศษสรรพ์; กานดา ว่องไวลิขิต; เพียงจันทร์ โกญจนาท; วรรณี ศุขสาตร; วัฒนี รัมมะพ้อ; วรชาติ เฉิดชมจันทร์; สมศักดิ์ เอื้ออัชฌาสัย
Abstract: การศึกษานี้มุ่งสรุปและสังเคราะห์ผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการย่อยภายใต้แผนงานร่วมทุนสนับสนุนการพัฒนาสุขภาวะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิต และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์พัฒนาหลักหก โดยประเมินผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงเพื่ออธิบายทั้งระดับผลกระทบที่รับรู้และกลไกที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านการสร้างอาชีพและรายได้ ด้านการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ของเยาวชน และด้านการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยรวบรวมมุมมองจากผู้มีส่วนได้เสีย 4 กลุ่ม ได้แก่ ทีมงานโครงการย่อย แกนนำชุมชน กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง และประชาชนโดยรอบพื้นที่เป้าหมาย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสมผสาน (Mixed research method) โดยใช้เชิงคุณภาพนำ รวบรวมข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้มีส่วนได้เสีย (n = 244) ครอบคลุม 3 บทบาท ได้แก่ (1) ทีมงานโครงการย่อย (2) แกนนำหลักในชุมชน และ (3) ผู้เข้าร่วม/ผู้ได้รับประโยชน์ และมีการสำรวจเสริมด้วยแบบสอบถามในกลุ่มประชาชนโดยรอบพื้นที่เป้าหมาย (n = 74) เพื่อประเมินระดับผลลัพธ์ที่รับรู้และผลกระทบระดับชุมชนด้วยค่าเฉลี่ยและสถิติเชิงพรรณนา ข้อมูลสัมภาษณ์วิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงธีม (thematic analysis) เพื่ออธิบาย “อย่างไร” และ “เพราะเหตุใด” จึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ตามกระบวนการเข้ารหัสและพัฒนาแบบจำลองเชิงแนวคิด 6 ขั้นตอน ผลการวิจัยชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสุขภาพ ได้แก่ การตระหนักรู้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น พฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น และสุขภาวะทางจิตสังคมเข้มแข็งขึ้น โดยข้อมูลสุขภาพที่เป็นรูปธรรม (เช่น ผลคัดกรองสุขภาพ) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้เกิดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลือกบริโภคอาหารเหมาะสม และลดพฤติกรรมเสี่ยง กิจกรรมกลุ่มยังช่วยลดความโดดเดี่ยวและเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมในชุมชน ด้านอาชีพและรายได้ โครงการย่อยช่วยพัฒนาทักษะและความมั่นใจในการนำความรู้ไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ระดับครัวเรือนหรืออาชีพเสริม แม้ผลด้านรายได้ยังอยู่ระยะเริ่มต้น แต่ได้วางฐานการเรียนรู้ การมองเห็นโอกาส และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ด้านทักษะศตวรรษที่ 21 ของเยาวชน พบการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ และภาวะผู้นำ โดยการมีส่วนร่วมของเยาวชนช่วยเพิ่มความมั่นใจและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม โครงการย่อยช่วยเพิ่มการตระหนักรู้และพฤติกรรมการดูแลทรัพยากรในระดับครัวเรือนและชุมชน ผ่านกิจกรรมการใช้ทรัพยากรซ้ำ การปรับปรุงพื้นที่ และกลไกการระดมการมีส่วนร่วม ผลเชิงปริมาณพบว่า มิติที่มีผลกระทบรับรู้สูงที่สุด คือ ทักษะศตวรรษที่ 21 ของเยาวชน (x̄ = 3.58) ขณะที่ต่ำที่สุด คือ อาชีพและรายได้ (x̄ = 3.39) ส่วนสุขภาพ (x̄ = 3.46) และสิ่งแวดล้อม (x̄ = 3.45) อยู่ในระดับสูงเช่นกัน โดยผลเด่นเกิดกับ “ความรู้” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ในระดับชุมชน โดยสรุป โครงการย่อยเป็นแนวทางพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการที่เชื่อมโยงสุขภาพ เศรษฐกิจ เยาวชน และสิ่งแวดล้อม ข้อค้นพบสำคัญเสนอให้ขยับจากโครงการระยะสั้นสู่การวางแผนระยะยาวแบบบูรณาการข้ามภาคส่วน เสริมความเข้มแข็งของแกนนำชุมชนและเครือข่ายท้องถิ่นเพื่อความต่อเนื่อง และจัดทำระบบติดตามระยะยาวและการประเมินผลกระทบทางสังคม ในเชิงปฏิบัติ ควรออกแบบกิจกรรมให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เสริมการสนับสนุนด้านการตลาด เทคโนโลยี และการบริหารจัดการสำหรับงานอาชีพและรายได้ และคงพื้นที่การเรียนรู้/กิจกรรมกลุ่มเพื่อรักษาการมีส่วนร่วมและความสัมพันธ์ทางสังคม ทั้งนี้ การสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต้องเชื่อม “ความรู้สู่การปฏิบัติ” “การปฏิบัติสู่การลงมือทำร่วมกัน” และ “การลงมือทำร่วมกันสู่ระบบท้องถิ่นที่เป็นสถาบัน” ให้คงอยู่ได้หลังสิ้นสุดรอบโครงการ</description>
    <dc:date>2569-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3348">
    <title>การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3348</link>
    <description>Title: การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: เกศรา สุพยนต์
Abstract: การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่องงบกระแสเงินสด เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้เรื่องงบกระแสเงินสดตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการใช้สื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้งบกระแสเงินสดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการบัญชีการเงินในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 30 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินคุณภาพสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ และแบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว (One-Group Pretest-Posttest Design) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าการแจกแจงแบบที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า สื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี (𝑥̅ = 4.11) และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากเรียนด้วยสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด โดยคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสื่อประเภทเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง งบกระแสเงินสด ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 92.33/96.67 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90</description>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3340">
    <title>การพัฒนาหนังสือ อัจฉริยะในยุค Next normal เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีในการตัดสินใจ</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3340</link>
    <description>Title: การพัฒนาหนังสือ อัจฉริยะในยุค Next normal เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีในการตัดสินใจ
Authors: วันฤดี สุขสงวน; ภัทรณัชชา โชติคุณากิตติ; พิมลวรรณ ตรีพัฒนสิทธิ์
Abstract: บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาหนังสืออัจฉริยะในยุค Next normal สําหรับการ เรียนรู้แบบผสมผสาน รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่องการใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ 2) เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนนระหว่างเรียน และหลังเรียนของผู้เรียนด้วยตนเอง จากหนังสืออัจฉริยะ กับผู้เรียนที่เรียนแบบดั้งเดิม 3) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของหนังสืออัจฉริยะ รายวิชาการบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ 4) เพื่อประเมินความพึง พอใจของผู้เรียนที่มีต่อหนัง หนังสืออัจฉริยะ เพื่อการเรียนรู้แบบผสมผสาน รายวิชา การบัญชีเพื่อการจัดการ เรื่อง การใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ หนังสืออัจฉริยะ หนังสือแบบ ดังเดิม แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent samples ผลการวิจัยพบว่า 1) ได้หนังสือ อัจฉริยะที่ใช้งานได้จริง 2) อัตราการเปลี่ยนแปลงระหว่างเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนด้วยหนังสือ อัจฉริยะ กับหนังสือแบบดั้งเดิมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสําคัญทางสถิติ 3) หนังสืออัจฉริยะมี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ 4) ค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจของผู้เรียนอยู่ในระดับมากถึงมาก ที่สุด โดยให้ข้อเสนอแนะว่า ใช้สื่อการสอนดีมาก การ์ตูนสนุก เข้าใจง่าย น่าเรียนมาก ๆ และขอบคุณ สําหรับความรู้ที่เพิ่มขึ้นทั้งทางโลก และทางธรรม</description>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

