<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2047</link>
    <description />
    <pubDate>Thu, 06 Aug 2026 18:34:15 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-08-06T18:34:15Z</dc:date>
    <item>
      <title>แนวทางการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการผ่านสื่อออนไลน์ในทศวรรษหน้า (พ.ศ.2564  2573)</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3215</link>
      <description>Title: แนวทางการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการผ่านสื่อออนไลน์ในทศวรรษหน้า (พ.ศ.2564  2573)
Authors: บรรจบ แข็งขัน
Abstract: ในปัจจุบันสื่อและเครื่องมือที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจ ส่วนใหญ่ใช้เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ (Social Network) และในอนาคตเครือข่ายทางสังคม ออนไลน์จะมีอิทธิพลต่อการดา รงชีวิตของประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ การพัฒนาบุคลากร เครื่องมือ ในการประชาสัมพันธ์ให้ทันกับเทคโนโลยีในอนาคต จึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมการตั้งแต่เนิ่น ผู้วิจัย จึงสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด เพื่อให้ส่วนราชการเตรียมพร้อมรับมือใน อนาคต งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยอนาคตใช้เทคนิคการวิจัยแบบ Ethnographic Delphi Future Research ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถาม มีกลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มที่ 1 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการการประชาสัมพันธ์ จำนวน 6 คน กลุ่มที่ 2 คือ นักประชาสัมพันธ์ของ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล เอกชนและรัฐวิสาหกิจที่มีประสบการณ์มากพอที่จะเป็นตัวแทน ประชากรทั้งหมดที่ทำนายอนาคตได้ จำนวน 4 คน ใช้การรวบรวมข้อมูล 3 รอบ ผลการวิจัยที่ได้ จากการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถาม ทำให้ทราบแนวโน้มของเทคโนโลยีอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมีผลทำให้การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์เปลี่ยนแปลงไป และการประชาสัมพันธ์ของ ส่วนราชการก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3215</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การใช้หลักการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาสำหรับเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2803</link>
      <description>Title: การใช้หลักการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาสำหรับเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิ
Authors: นิจภร เลิศล้ำ
Abstract: วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการศึกษาวิธีการและหลักการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา(เอสอีโอ) สำหรับเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิ โดยการประยุกต์ใช้เทคนิคออนเพจเอสอีโอ และออฟเพจเอสอีโอ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์และพัฒนาอันดับของเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิในหน้าผลลัพธ์การค้นหาของกูเกิ้ล แล้วจึงทำการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์โดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเก็บข้อมูลสถิติการเข้าใช้งานเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือกูเกิ้ลแอนาไลทิคส์ และประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานจำนวน 313 คนในการใช้งานเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิผลสรุปพบว่า เทคนิคออฟเพจเอสอีโอบางเทคนิค เช่น ไดเรกทอรีซับมิสชั่น และ โซเชียลบุ๊กมาร์ก ไม่ส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหา อีกทั้งผู้ใช้งานในปัจจุบันไม่นิยมค้นหาเว็บไซต์จากฐานข้อมูลแบบไดเรกทอรีและโซเชียลบุ๊กมาร์กแล้ว โดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาสำหรับเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคออนเพจเอสอีโอทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการทำออฟเพจเอสอีโอเช่น การแชร์เนื้อหาของเว็บไซต์ในแพลตฟอร์มออนไลน์หรือฟอรั่มที่มีผู้ใช้งานจากทั่วโลก เช่นเรดดิท และการสร้างแบ๊คลิงก์อย่างต่อเนื่องจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยกูเกิ้ลแอนาไลทิคส์พบว่าจำนวนยอดผู้เข้าชมส่วนใหญ่มาจากช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ที่ได้แทรกลิงก์ของเว็บไซต์เอาไว้ ซึ่งมีมากกว่าช่องทางการค้นหาด้วยวิธีธรรมชาติโดยตรง ดังนั้นจึงควรทำการวิเคราะห์คำสำคัญในเชิงลึกให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นจุดสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสุวรรณภูมิได้
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2803</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>Investigation and analysis of information remaining on used hard disk drives in Thailand</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2802</link>
      <description>Title: Investigation and analysis of information remaining on used hard disk drives in Thailand
Authors: Manasawee Funge-Smith
Description: Thesis (M.S. (Computer and Information Management)) -- Rangsit University, 2023</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2024 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2802</guid>
      <dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รูปแบบการพัฒนาค่ายสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา : มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2031</link>
      <description>Title: รูปแบบการพัฒนาค่ายสุขภาพออนไลน์ กรณีศึกษา : มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
Authors: แก้วเกื้อกูล กล้าจน
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ ของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยมีการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและบริบทค่ายสุขภาพออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 30 คน และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการจัดสนทนากลุ่ม 13 คน ซึ่งประกอบไปด้วย นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ จากการคัดเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 2 การสนทนากลุ่มร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม จำนวน 9 คน เพื่อพัฒนารูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์และนำไปทดลองใช้กับกลุ่มทดลองที่เลือกแบบเจาะจง จำนวน 92 คน ระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ จากผู้ทรงคุณวุฒิ 17 คน เครื่องที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์เนื้อหา ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล&#xD;
ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบค่ายสุขภาพออนไลน์ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย มี 5&#xD;
องค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินการใช้แนวทางวงจรบริหารงาน&#xD;
คุณภาพ (PDCA) เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสารและการประเมินผล ผลการ&#xD;
ทดสอบ พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจต่อค่ายสุขภาพออนไลน์โดยรวมอยู่ระดับมากที่สุด&#xD;
(x̅ = 4.67) การเปรียบเทียบประสิทธิภาพค่ายสุขภาพออนไลน์ด้านสุขภาพร่างกายและด้านจิตใจ&#xD;
พบว่า หลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการประเมิน&#xD;
พบว่า ด้านความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̅  =4.48) และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติอยู่ใน&#xD;
ระดับมากที่สุด ( x̅  =4.47)
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2031</guid>
      <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

