<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/211</link>
    <description />
    <pubDate>Sun, 18 Jan 2026 14:31:31 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-01-18T14:31:31Z</dc:date>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การออกแบบตลาดต้นแบบเพื่อการระบายอากาศธรรมชาติที่ดีกว่ากรณีศึกษา : ตลาดสินค้าชายแดน อำเภออรัญประเทศ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2472</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การออกแบบตลาดต้นแบบเพื่อการระบายอากาศธรรมชาติที่ดีกว่ากรณีศึกษา : ตลาดสินค้าชายแดน อำเภออรัญประเทศ
Authors: ทรงพล อัตถากร
Abstract: รายงานการวิจัยเรื่อง “การออกแบบตลาดต้นแบบเพื่อการระบายอากาศธรรมชาติที่ดีกว่า กรณีศึกษา : ตลาดสินค้าชายแดน อำเภออรัญประเทศ” เป็นงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่มุ่งศึกษาให้ทราบถึงปัญหาความร้อนภายในอาคารสูงและสภาวะอับลมของอาคารตลาดสินค้าชายแดน และเพื่อเสนอรูปแบบ“ตลาดต้นแบบ (Market Prototype)” ซึ่งได้พัฒนาและออกแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพการระบายอากาศธรรมชาติที่ดีกว่าอาคารตลาดเดิม โดยใช้เครื่องมือการทดสอบประสิทธิภาพอาคารจากการจำลองการไหลของอากาศด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการทดสอบอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลม ในสถานที่จริงการศึกษานี้อธิบายถึงขั้นตอนการออกแบบอาคารโดยการวิเคราะห์กระแสลมธรรมชาติที่มีผลต่อรูปแบบองค์ประกอบต่างๆ ของอาคาร และวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของตลาดต้นแบบที่สร้างขึ้นใหม่การวิจัยได้เก็บรวบข้อมูลจากกลุ่มอาคารตลาดสินค้าชายแดนกรณีศึกษาจำนวน 4 โครงการในย่านตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ และกลุ่มอาคารต้นแบบที่ออกแบบใหม่ 1 โครงการ โดยทดสอบทั้งในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งมีตัวแปรควบคุมที่เสถียรและทดสอบในอาคารจริงในช่วงเวลาเดียวกันในรอบปีผลของการวิจัยสรุปได้ว่าอาคารตลาดต้นแบบมีประสิทธิภาพการระบายอากาศธรรมชาติและลดความร้อนภายในอาคารดีที่สุดเมื่อเทียบกับอาคารตลาดกรณีศึกษา จึงเป็นนวัตกรรมอาคารที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคนิคการออกแบบรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดสภาวะน่าสบายแก่ผู้ใช้อาคารยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเป็นการกระตุ้นให้เกิดการศึกษาสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืนแล้ว การพัฒนาคุณภาพตลาดสินค้าชายแดนยังเป็นการยกระดับมาตรฐานสถาปัตยกรรมเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกด้วย</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2561 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2472</guid>
      <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษารูปแบบศูนย์การค้ากึ่งเปิดโล่งเพื่อความยั่งยืนในกรุงเทพมหานคร</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2471</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษารูปแบบศูนย์การค้ากึ่งเปิดโล่งเพื่อความยั่งยืนในกรุงเทพมหานคร
Authors: ทรงพล อัตถากร
Abstract: “ศูนย์การค้ากิ่งเปิดโล่ง” เป็นรูปแบบอาคารพึ่งพาธรรมชาติที่ท้าทายต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่ง เป็นที่นิยมในรูปแบบแนวคิดร่วมสมัย “กรีนไลฟ์สไตล์มอลล์” รูปแบบโถงสูงกึ่งเปิดโล่งในศูนย์การค้าที่ไม่มี เครื่องปรับอากาศนี้ถูกปกคลุมด้วยหลังคาโปร่งแสงช่วยลดความร้อนและรับแสงธรรมชาติ ถูกโอบล้อมด้วย ร้านค้าสลับกับช่องเปิดขนาดใหญ่เพื่อรับลมธรรมชาติ และมีสวนหย่อมผสมผสานกับพื้นที่สาธารณะในโถง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาคุณภาพสภาวะแวดล้อมเชิงธรรมชาติและคุณภาพการระบายอากาศ ธรรมชาติเพื่อให้เกิดสภาวะน่าสบาย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนารูปแบบศูนย์การค้ากึ่งเปิดโล่งในอนาคต การวิจัยศูนย์การค้ากิ่งเปิดโล่งในกรุงเทพมหานคร มีประชากรจํานวน 50 โครงการ โดยได้ทําการ ทดลองกับกรณีศึกษาจํานวน 8 โครงการที่มีขนาดและสัดส่วนที่แตกต่างกัน ในกรอบการวิจัย 4 ด้าน คือ ด้านความร้อน ด้านการระบายอากาศ ด้านแสงสว่างธรรมชาติ และด้านพื้นที่สีเขียวภายใน การทดลองมี ทั้งการทดสอบภาคสนามในช่วงฤดูร้อนและการจําลองโดยคอมพิวเตอร์ในห้องปฏิบัติการ โดยมีการ วิเคราะห์ผลเป็นคุณภาพตามดัชนีชี้วัดต่าง ๆ อภิปรายตามทฤษฎี และสรุปพร้อมคําแนะนําในการออกแบบสรุปผลค่าเฉลี่ยดัชนีสภาวะแวดล้อมเชิงธรรมชาติต่าง ๆ ในกรณีศึกษาทั้งหมดมีค่าดังนี้ ผลต่าง อุณหภูมิภายใน-ภายนอก = 1.15 °C การแผ่รังสีความร้อน = 32.45 °C ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิที่รู้สึกได้ = 32.54 °C ประสิทธิภาพการระบายอากาศ = 0.41 เท่า ประสิทธิภาพแสงธรรมชาติ = 0.20 เท่า และสัดส่วนพื้นที่ สีเขียว = 0.14 เท่า โดยพบว่ามีกรณีศึกษา 3 ใน 8 โครงการที่อยู่ในขอบเขตสภาวะน่าสบายที่ยอมรับได้ ตามมาตรฐาน ASHRAE Standard 55-2017 และพบว่าความร้อนจากการแผ่รังสีความร้อนจากหลังคา และคุณภาพการระบายอากาศเป็นตัวแปรสําคัญที่ส่งผลต่อสภาวะน่าสบายภายในโถงกิ่งเปิดโล่ง ดังนั้นการ มุ่งเน้นถึงคุณภาพการระบายอากาศจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่จําเป็นยิ่ง โดยควรคํานึงถึงวางทิศทางโถงให้สัมพันธ์ กับลมธรรมชาติ ควรมีช่องเปิดหลักด้านเหนือลมควบคู่กับการมีช่องเปิดด้านอื่นทั้งในระดับผนังและหลังคา และควรมีทดสอบโดยการจําลองการไหลของอากาศในคอมพิวเตอร์เพื่อหาทางเลือกการระบายอากาศที่ดี</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2471</guid>
      <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การศึกษาการทำงานของโลกเสมือนสามมิติ Second Life และการประยุกต์ใช้งานด้านการศึกษา</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2470</link>
      <description>Title: การศึกษาการทำงานของโลกเสมือนสามมิติ Second Life และการประยุกต์ใช้งานด้านการศึกษา
Authors: กรพงศ์ กรรณสูต; วลัยภรณ์ นาคพันธุ์
Abstract: งานวิจัยเพื่อศึกษาการทำงานของโลกเสมือนสามมิติ Second Life และการประยุกต์ใช้ด้านการศึกษา โดยเฉพาะเพื่อการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยนี้ ซึ่งโดยปกติเมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยโดยทั่วไป ถือว่าเป็นงานวิจัยพื้นฐาน ด้วยเหตุที่ว่าเป็นการรวบรวมนำเอาข้อมูลและงานของผู้วิจัยท่านอื่นๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้งาน Second Life มาวิเคราะห์หาข้อดีข้อเสียอีกทอดหนึ่ง แล้วจึงสรุปแนวทางและเสนอข้อแนะนำที่เหมาะสมสำหรับการนำ Second Life ไปประยุกต์ใช้กับงานการเรียนการสอนในประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันในโลกตะวันตกอย่างเช่นในอเมริกาและยุโรปได้มีการพัฒนาและทดลองใช้ Second Life สำหรับเป็นเครื่องมือช่วยในเรื่องการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยมากันอย่างกว้างขวางและมานานพอสมควร เริ่มตั้งแต่ตั้งแต่ปี 2003 เมื่อ Second Life เปิดให้สาธารณะชนทั่วไปได้ใช้งานอย่างเป็นทางการ การใช้งานของ Second Life มีระดับอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานทั่วไปที่สูงและต่อเนื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษาซึ่งจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าโปรแกรมโลกเสมือนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ปัจจุบันทาง Linden Lab ก็ได้ปล่อยให้โปรแกรม Second Life ในส่วนของการจัดการข้อมูลเครือข่ายและโปรแกรมในส่วนแสดงผลของผู้ใช้งาน (client program) ให้เป็นโปรแกรมแบบเปิดรหัส หรือ open source เพื่อให้ทุกคนที่สนใจสามารถนำไปแก้ไขปรับปรุงและสร้างโปรแกรมโลกเสมือนของตัวเองได้ และในอนาคตอีกไม่ไกลข้างหน้าเราคงจะได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโปรแกรมโลกเสมือนที่ทุกๆ คนสามารถเป็นเจ้าของได้และยังสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อีกด้วย&#xD;
งานวิจัยนี้จะประกอบไปด้วย การศึกษาผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Second Life เพื่อการศึกษา รายงานจากการใช้งานอย่างไม่เป็นทางการ และความคิดเห็นของผู้มีประสบการณ์จากการใช้งานโปรแกรม Second Life สำหรับการเรียนการสอน ซึ่งงานวิจัยนี้จะตรวจสอบเฉพาะการทำงานของ Second Life ในแวดวงการศึกษาเท่านั้น โดยผลการศึกษาแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่&#xD;
1.	ข้อควรพิจารณาประกอบในนำเอา Second Life มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา&#xD;
2.	แนวทางในการออกแบบบทเรียนและสถานที่เรียน&#xD;
3.	ข้อเสนอแนะและรูปแบบสำหรับการใช้งาน Second Life ในระดับมหาวิทยาลัย&#xD;
งานวิจัยนี้ได้นำและผูกโยงข้อคิดเห็นความรู้จากแง่มุมต่างๆ จากรายงานและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาสนับสนุนข้อสรุปผลของงานวิจัยนี้ อันได้แก่ ภาพรวมของลักษณะการทำงานของ โลกเสมือนสามมิติ MUVEs ในปัจจุบัน รูปแบบลักษณะของกิจกรรมทางการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นใน Second Life ในด้านของทฤษฎีจะมีเรื่องของข้อถกเถียงเกี่ยวกับทฤษฎีจิตวิทยาทางการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำ Second Life ไปช่วยในการเรียนการสอน ข้อพิจารณาของการออกแบบกิจกรรมที่ใช้ประกอบกับการเรียนการสอน และการค้นหาเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการควบคุมการออกแบบพัฒนาวัตถุที่จะเป็นทรัพยากรที่จะใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ รวมทั้งกรณีศึกษาของโครงการทดลองการใช้ Second Life ของสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จและยังดำเนินการอยู่ในขณะที่ทำการวิจัย&#xD;
การประยุกต์ใช้งาน Second Life เพื่อการเรียนการสอน&#xD;
Second Life ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาหลายๆ แห่งทั่วโลกว่ามีศักยภาพมากพอที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้ ทำให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้พยายามคิดค้นหาวิธีการประยุกต์ใช้โดยการริเริ่มโครงการทดลองต่างๆ เพื่อนำ Second Life ไปใช้ช่วยในการเรียนการสอน ตัวอย่างเช่น ทางด้านดาราศาสตร์ การแพทย์ การดนตรี การประพันธ์ ศึกษาชีววิทยา ศึกษาประวัติศาสตร์ การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ (forensic science) การศึกษาด้านนิเวศวิทยา และด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น&#xD;
ด้วยความสามารถทางด้านกราฟฟิคของโปรแกรม Second Life ที่รองรับให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสภาพแวดล้อมวัตถุต่างๆ ได้เองในโลกเสมือน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพื่อเข้าเป็นสมาชิกในโลกเสมือน Second Life ที่ต่ำมาก มีความเต็มอิ่มจากประสบการณ์แบบร่วมในเหตุการณ์ (immersive experiences) และยังสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบเกมได้ สิ่งเหล่านี้เป็นแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจในการใช้งานทั้งจากอาจารย์ผู้สอนและนักเรียนผู้เรียนรู้&#xD;
แม้ว่า Second Life จะสามารถใช้สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยในการเรียนการสอน แต่คงจะนำมาทดแทนวิธีการสอนอื่นๆ ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นการใช้ Second Life จึงควรเป็นเพียงเครื่องมือเสริมช่วยสอนร่วมกับวิธีการสอนแบบเห็นหน้ากัน (face-to-face) และการสอนออนไลน์แบบอื่นๆ ด้วยเหตุนี้การสร้างบทเรียนการเรียนการสอนใน Second Life จึงต้องคำนึงถึงข้อปฎิบัติที่ดีและความเหมาะสมโดยรวมโดยต้องมีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องสนับสนุนรองรับ &#xD;
การเรียนรู้แบบ Situated หรือการเรียนแบบด้วยตนเอง ควรต้องเน้นใช้กิจกรรมการสอนที่ให้ความหมายและสมจริงสมจัง โดยสิ่งที่จะเรียนรู้ต้องมีประโยชน์นำไปใช้งานได้ภายนอกโลกเสมือนได้ ต้องให้เวลาในการถกเถียงซักถามเนื้อหาของการเรียนอย่างพอเพียง ซึ่งคล้ายกับการเรียนออนไลน์ที่ได้ผลจะขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ในการถกเถียงซักถาม&#xD;
อาจารย์ผู้สอนควรจะตระเตรียมวางแผนในเรื่องการจัดสรรเวลาและกิจกรรมต่างๆ เพื่อทำให้นักเรียนพร้อมที่จะเรียนวิชาต่างๆ ใน Second Life ดังนั้นการฝึกฝนนักเรียนให้ใช้โปรแกรม Second Life ได้อย่างคล่องแคล่วก็จะช่วยให้การเรียนรู้บทเรียนต่างๆ ได้ผลอย่างเต็มที่ ทั้งนักเรียนและอาจารย์ควรจะได้รับการอบรมและฝึกการใช้งานโปรแกรม Second Life อย่างคล่องแคล่วครบถ้วนก่อนที่จะเข้าไปเรียนหรือทำกิจกรรมจริงๆ ในโลกเสมือน Second Life จากข้อแนะนำของ Second Life Core Skills Competency Framework Salt 2008 ได้กำหนดไว้ว่านักเรียนต้องผ่านการทดสอบการใช้งานในระดับ 1 และ 2 (ดูรายละเอียดภาคผนวกที่ 5 )&#xD;
นอกจากนี้ผู้ออกแบบบทเรียนควรจะคำนึงถึงสไตล์การเรียนรู้ บุคลิกและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งมีผลต่อการสนองตอบต่อกิจกรรมการเรียนการสอนที่กำหนดให้ ตัวอย่างเช่นนักเรียนบางคนอาจจะไม่คุ้นกับความคิดของการใช้ Second Life เนื่องจากเคยถูกสอนมาก่อนว่าการทำงานไม่ควรปะปนกับเรื่องบันเทิง (เรียนส่วนเรียน เล่นส่วนเล่น)&#xD;
วิธีการออกแบบบทเรียนการสอนออนไลน์ที่มีในปัจจุบันสามารถนำมาปรับใช้ได้กับการออกแบบบทเรียนใน Second Life แต่ในขั้นตอนการออกแบบบทเรียนที่จะใช้ในโลกเสมือนในแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีคำถามและการหาคำตอบ &#xD;
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อแนะแนวทางที่เป็นมาตรฐานซึ่งมีระบบและการประสานต่อเนื่องที่ใช้สำหรับการออกแบบ การจัดการ และการสร้างบทเรียนเนื้อหาและกิจกรรมสำหรับใช้ใน Second Life โดยเฉพาะ วิธีการพัฒนาออกแบบบทเรียนและกิจกรรมที่จะใช้ได้ควรต้องมีการสร้างเป็นบรรทัดฐานเพื่อใช้สำหรับการประสานระหว่างผู้พัฒนาบทเรียนต่างๆและผู้ใช้งาน (นักเรียน ครู) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้พัฒนาบทเรียนที่ต้องยอมรับและตอบสนองกับคำติของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว การนำเอา Second Life มาประยุกต์เสริมใช้กับการเรียนการสอนนั้นไม่เพียงแต่นำมาใช้กับนักเรียนได้เท่านั้น การฝึกหัดบุคคลากรขององค์การหรือสถาบันก็สามารถนำไปใช้งานเป็นเลือกอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน&#xD;
สรุป&#xD;
โดยภาพรวมจากการวิจัยนี้ได้พบว่า Second Life มีศักยภาพเพียงพอที่จะนำไปประยุกต์ใช้เสริมการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญของความสำเร็จนั้นต้องขึ้นอยู่กับการสนับสนุนและนโยบายของผู้บริหาร รวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีวิสัยทัศน์และความกระตือรือร้นในการมองไปข้างหน้า และยอมรับภาระในการผลักดันเทคโนโลยีใหม่นี้หรือไม่ เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศที่ได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2553 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2470</guid>
      <dc:date>2553-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยการวางผังพัฒนาชุมชน กรณีศึกษา ชุมชนหนองโสน จังหวัดนครราชสีมา</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2469</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยการวางผังพัฒนาชุมชน กรณีศึกษา ชุมชนหนองโสน จังหวัดนครราชสีมา
Authors: ปุณณรัตน์ จรุงคนธ์
Abstract: ลาวเบิ้งหรือที่เรียกกันว่าไทยโคราช แห่งบ้านหนองโสน เป็นชุมชนเล็กๆที่มีความผูกพันธ์กัน อย่างแน่นแฟ้น แบบเครือญาติ รวมตัวกันตั้งถิ่นฐานทางด้านเหนือของอําเภอโชคชัย ชาวบ้านได้สร้าง ความเป็นชุมชนที่แข็งแกร่งขึ้นมาโดยการผลิตผลงานหินทรายหล่อที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีความหมายมากกว่าของประดับตกแต่ง จนในวันนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานที่ทรงคุณค่าถือว่า เป็นทําเนียมประเพณี และเป็นส่วนหนึ่งกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ผ่านมา กระแสการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาไปสู่การเป็น ประเทศอุตสาหกรรม ทําให้อัตลักษณ์ชุมชนที่หลากหลายได้ถูกพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกันและถูก ครอบงําโดยทฤษฎีการพัฒนาแบบตะวันตก ส่งผลให้ค่านิยมของคนในสังคมชนบทเปลี่ยนแปลง คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่นถูกแทนที่ด้วยค่านิยมใหม่ ที่มุ่งเน้นวัตถุนิยม ชุมชนมีอัตราการสูญเสียป่า มีการทําลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เกิดภาวะมลพิษทางน้ำและอากาศ รวมถึงชุมชนไม่สามารถรับมือกับ แรงกดดันของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จึงนําไปสู่การพัฒนาชนบทที่ล้มเหลวเป้าหมายของการวิจัย คือเปิดศักยภาพที่จะยอมรับความแตกต่างของอัตลักษณ์ ความดีงาม ความมีศักดิ์ศรีและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสําคัญของชุมชนชนบท โดยคํานึงถึงหลักสิทธิชุมชน เป็นการกระจายอํานาจสู่ประชาชน ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและ ลดทอนอํานาจจากศูนย์กลางการพัฒนา นําเสนอแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ การอนุรักษ์ การฟื้นฟู การสืบทอด รวมถึงการพัฒนาเชิงระบบ และการพัฒนาแบบองค์รวมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตได้นําเอาหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในการพัฒนา ชุมชนท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิด ในกระบวนการออกแบบและวางผังชุมชน สร้างโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่น ได้แก้ปัญหา และกําหนดทิศทางของชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความนอบน้อมต่อสิ่งแวดล้อม สร้างกลไกการเรียนรู้เพื่อการวางผังชุมชนอย่างยั่งยืน</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2553 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2469</guid>
      <dc:date>2553-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

