<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/230</link>
    <description />
    <pubDate>Fri, 01 May 2026 07:51:50 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-05-01T07:51:50Z</dc:date>
    <item>
      <title>การคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมเชื้อ Ralstonia Solanacearum Smith ที่เป็นสาเหตุของโรคเหี่ยวดาหลา</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3158</link>
      <description>Title: การคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมเชื้อ Ralstonia Solanacearum Smith ที่เป็นสาเหตุของโรคเหี่ยวดาหลา
Authors: อาซียัณ ดือราแม
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกและจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์สำหรับควบคุมโรค เหี่ยวของดาหลาที่มีสาเหตุจากเชื้อ Ralstonia solanacearum Smith ทำการแยกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ จากดินในแปลงปลูกดาหลาได้ทั้งหมด 97 ไอโซเลท จากนั้นทำการคัดเลือกไอโซเลทที่สามารถ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ R. solanacearum Smith ในห้องปฏิบัติการได้จำนวน 5 ไอโซเลท ซึ่งเมื่อนำมาจำแนกชนิดโดยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณยีน 16S rRNA พบว่าไอโซเลท TTYL-14, TTYL– 18 และ BTYL-5 มีความคล้ายคลึงกับ Bacillus subtilis สำหรับไอโซเลท BTYL- 4 และMGYL-1 มีความคล้ายคลึงกบั Bacillus amyloliquefaciens และ Bacillus altitudinis ตามลำดับ ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่าเชื้อปฏิปักษ์ทุกไอโซเลทมีประสิทธิภาพในการควบคุม การเกิดโรคเหี่ยวของมะเขือเทศ จากนั้นนำมาทดสอบการควบคุมโรคเหี่ยวของดาหลาในสภาพ โรงเรือนทดลอง พบว่าหลังปลูกเชื้อสาเหตุโรค 3 สัปดาห์ ต้นดาหลาเริ่มการแสดงอาการของโรค เหี่ยว เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ทั้ง 5 ไอโซเลทมีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเหี่ยวได้ ไม่แตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีดัชนีความรุนแรงของโรคตั้งแต่ 40 – 46.67 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ กรรมวิธีควบคุมที่ไม่ได้ใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ มีดัชนีความรุนแรงของโรค 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น พบว่าแบคทีเรียปฏิปักษ์นี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides, Corynespora cassiicola และ Fusarium oxysporu ที่เป็นสาเหตุของโรคแอนแทรค โนส โรคใบจุกก้างปลา และโรคเหี่ยวเหลือง ตามลำดับ ในระดับห้องปฏิบัติการได้ ทั้งนี้ ควรทำการ ทดสอบเพื่อยืนยัน ประสิทธิภาพการควบคุมโรคเหี่ยวของเชื้อปฏิปักษ์นี้ในระดับไร่นาต่อไป
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3158</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การประเมินเครื่องหมายโมเลกุล SNP ที่เกี่ยวกับยีน THCAS และ CBDAS สำหรับปรับปรุงพันธุ์ Cannabis sativa L.</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3157</link>
      <description>Title: การประเมินเครื่องหมายโมเลกุล SNP ที่เกี่ยวกับยีน THCAS และ CBDAS สำหรับปรับปรุงพันธุ์ Cannabis sativa L.
Authors: ธนัสสร ถวิลเชื้อ
Abstract: Cannabis sativa L. มีสาร Cannabinoids ที่สำคัญหลายชนิดหนึ่งในนั้นคือ Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางจิตและสารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ Cannabidiol (CBD) ซึ่งเป็นสารประกอบที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีศักยภาพในการใช้ ทางการแพทย์ สารประกอบเหล่านี้ถูกควบคุมโดยเมแทบอลิซึมโดยยีนสองตัวได้แก่ยีน Tetrahydrocannabinolic acid synthase (THCAS) และ Cannabidiolic acid synthase (CBDAS) เครื่องหมายโมเลกุล Single nucleotide polymorphism (SNP) คือการเปลี่ยนแปลง ที่ตำแหน่งเดียวในลาดับดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต มีการใช้ SNP เป็นเครื่องหมายโมเลกุลใน การศึกษา Genotype ของสิ่งมีชีวิต และสามารถใช้เป็นเครื่องหมายช่วยคัดเลือกในการปรับปรุง พันธ์ุพืช (Marker-Aided Selection, MAS) (Jehan &amp; Lakhanpaul, 2006) การศึกษานี้เปรียบเทียบการแปรผันของนิวคลีโอไทด์ของยีน THCAS ระหว่างพืชกัญชา ที่มี THC สูง (Type I) และ CBD สูง (Type III) ผลการวิจัยพบว่า SNP 12 จาก 63 ตำแหน่งถูกเลือกและมีศักยภาพในการแยกความแตกต่างระหว่างกัญชาสองประเภทนี้ การตรวจสอบความ ถูกต้องของ SNPs 12 ตำแหน่งได้ทำการทดสอบในรุ่นลูก F1 ที่ได้มาจากการผสมข้ามระหว่าง พืช Type III (DNM) และ Type I (CHP) โดยใช้เทคนิค Pyrosequencing และในการวิเคราะห์ In silico ผลการวิจัยพบว่าตำแหน่ง SNP 869 (T/C) และ 881 (T/G) สามารถใช้เป็นเครื่องหมาย ที่มีประสิทธิภาพในการทำนายชนิด Cannabinoid ของพืชกัญชาได้อย่างถูกต้องแต่ไม่สามารถ ใช้ทำนายปริมาณสารได้ ท้ายที่สุด Tetra-primer ARMS-PCR ได้รับการออกแบบเพื่อใช้เป็น Marker-Aided Selection ในโครงการปรับปรุงพันธ์ุกัญชา
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3157</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย วิจัยและพัฒนาโรงเรือนเพาะเลี้ยงขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายและควบคุมสภาพอากาศจากระยะไกล เพื่อใช้ประกอบการเรียนภาคปฏิบัติ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3066</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย วิจัยและพัฒนาโรงเรือนเพาะเลี้ยงขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายและควบคุมสภาพอากาศจากระยะไกล เพื่อใช้ประกอบการเรียนภาคปฏิบัติ
Authors: สุทัศน์ สุรวาณิช
Abstract: ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศส่งผลต่อการผลิตพืช ทำให้เราจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีในการปรับสภาพอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมักมีราคาสูง คณะผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกที่มีต้นทุนตํ่า ผลการวิจัยนำไปสู่การสร้างโรงเรือนต้นแบบ Mobile Mini Green Room ซึ่งสามารถตรวจติดตามสภาพภูมิอากาศภายในโรงเรือน พร้อมทั้งควบคุมและสั่งการอุปกรณ์จากระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในราคาประหยัด โดยค่าอุปกรณ์อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 40,000 บาท จากการทดลองเบื้องต้นในการปลูกต้นดาวเรือง พบว่าโรงเรือนนี้สามารถช่วยให้การผลิตได้ผลดี อีกทั้งยังสามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักศึกษาและบุคคลทั่วไปสามารถนำระบบนี้ไปประยุกต์ใช้กับโรงเรือนขนาดใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเกษตรเป็นอย่างดี เข้าใจลักษณะของพืช และปัจจัยทางภูมิอากาศ (Climatic Requirements) ที่พืชต้องการ เพื่อให้สามารถกำหนดค่า ระดับ อัตรา ระยะเวลา และปริมาณการทำงานของอุปกรณ์ให้เหมาะสมได้</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3066</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การทำบริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติของแบคเทอริโอซินที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ผลิตจากRB01- และการนำไประยุกต์ใช้ในลาบหมูดิบ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2754</link>
      <description>Title: การทำบริสุทธิ์และการศึกษาคุณสมบัติของแบคเทอริโอซินที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ผลิตจากRB01- และการนำไประยุกต์ใช้ในลาบหมูดิบ
Authors: กิตติยา โชว์พานิช
Abstract: แบคทีเรียกรดแลคติกไอโซเลท RB01-SO ซึ่งคัดแยกได้จากต้นหอมดองสามารถสร้างสารยับยั้งเชื้อ Streptococcus suis อันเป็นสาเหตุก่อให้โรคที่สำคัญต่อหมูและผู้บริโภค เมื่อจำแนกสายพันธุ์ของไอโซเลท RB01-SO ด้วยเทคนิค MALDI-TOF MS พบว่า เป็นแบคทีเรียชนิด Lactiplantibacillus plantarum โดยสามารถผลิตแบคเทอริโอซินที่มีค่ากิจกรรมการยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 ได้สูงสุดเท่ากับ400 AU/mL เมื่อเลี้ยงในอาหารเหลว MRS ที่เติม NaCl ที่ความเข้มข้นร้อยละ 1 โดยมวลต่อปริมาตร(pH 7) บ่มที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส นาน 12 ชั่วโมง จากนั้นนำแบคเทอริโอซินมาทำบริสุทธิ์ผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตกตะกอนด้วย Ammonium Sulfate ความเข้มข้นร้อยละ 20 และ 75 โดยมวลต่อปริมาตร การทำบริสุทธิ์ด้วยวิธี Cation-Exchange Chromatography และ RP-HPLC จาการทดลองพบว่า มีแบคเทอริโอซินจำนวน 2 เปปไทด์ ได้แก่ RB01-SOA และ RB01-SOB ซึ่งมีความเหมือนกับPlantaricin Wα และ Plantaricin Wβ (มวลโมเลกุลเท่ากับ 3,222 และ 3,098 ดาลตัน ตามลำดับ) แบคเทอริโอซินทั้งสองชนิดนี้ถูกทำลายด้วยเอนไซม์ย่อยโปรตีน แต่มีความเสถียรต่อตัวทำละลายอินทรีย์และสารลดแรงตึงผิว สามารถคงทนได้ที่ค่า pH 2-12 และอุณหภูมิ 80, 100, 121 องศาเซลเซียส แบคเทอริโอซิน RB01-SOA และ RB01-SOB สามารถยับยั้งได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ และมีการออกฤทธิ์แบบเสริมฤทธิ์กัน โดยมีกลไกการยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 แบบ Bactericidal เมื่อทดลองโดยเติมผงแบคเทอริโอซินหยาบความเข้มข้น 372,192 AU/ลาบหมูดิบ 300 กรัม สามารถลดปริมาณเชื้อ S. suis P1/7 ในลาบหมูลงเหลือ 2.0 log CFU/g ภายในเวลา 120 นาที ในขณะที่การเติมผงแบคเทอริโอซินที่ผ่านการทำบริสุทธิ์เบื้องต้นความเข้มข้น 1,188,642 AU/ลาบหมูดิบ 300 กรัมสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. suis P1/7 ในเลือดหมู เนื้อหมู และลาบหมูดิบจนต่า กว่าขีดจำกัดของการวิเคราะห์ภายในระยะเวลา 40, 60 และ 60 นาที ตามลำดับ
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2566 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2754</guid>
      <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

