<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/257</link>
    <description />
    <pubDate>Wed, 14 Jan 2026 04:03:15 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-01-14T04:03:15Z</dc:date>
    <item>
      <title>Preliminary clinical study, efficacy and safety evaluation of herbal preparations added with cannabis in the treatment of psoriasis patients</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2799</link>
      <description>Title: Preliminary clinical study, efficacy and safety evaluation of herbal preparations added with cannabis in the treatment of psoriasis patients
Authors: Kamolrak Lomwong; กมลรักษ์ ล้อมวงษ์
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากน้ำมันรูปแบบดั้งเดิมแบบหยดใต้ลิ้น “GPOCE THC:CBD 1:1” ที่ใช้น้ำมัน “GPOCE THC:CBD 1:1”5% เพียงอย่างเดียวในครีมเบส เปรียบเทียบกับสูตรปรับปรุงของครีมยาทา “Thai Bio®” ผสมตำรับ“GPOCE THC:CBD 1:1” 5 % (“Thai Bio®” 95%:“GPO THC:CBD 1:1” 5 %) และเพื่อพัฒนารูปแบบยาใช้ภายนอกที่มีส่วนผสมของกัญชาสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ในอาสาสมัครเป็ นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจำนวน 20 ราย โดยอาสาสมัครได้รับผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 สูตรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์โดยผลการศึกษาทำการเปรียบเทียบความความรุนแรงของโรคดว้ ย PASI score และคุณภาพชีวิตของอาสาสมัครด้วยแบบสอบถาม Psoriasis Disability Index (PDI), Dermatology Life Quality Index(DLQI) และ ตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือด ก่อนและหลังการรักษาจากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าหลังจากใช้ครีมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ คะแนน PASI ลดลงอย่างมากในกลุ่มที่ใช้ครีมทาสูตร “GPOCE THC:CBD 1:1” อีกทั้งยังพบว่าครีมยาทา “Thai Bio®”ผสมตำรับ “GPOCE THC:CBD 1:1” สามารถเสริมประสิทธิภาพของครีม ทำให้ลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น โดยผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของครีมทาทั้ง 2 สูตร ซึ่งสำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงิน ครีมยาทาสูตรผสม “Thai Bio®” และ “GPOCE THC:CBD 1:1นี้มีศักยภาพที่ดีกว่าครีมทาสูตร “GPOCE THC:CBD 1:1” เพียงอย่างเดียว
Description: Thesis (M.Sc. (Biomedical Sciences)) -- Rangsit University, 2023</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2023 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2799</guid>
      <dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>Effect of tea seed oil on serum lipid profile and blood glucose, and organ protective activity in rats fed with high fat and high carbohydrate diet</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1891</link>
      <description>Title: Effect of tea seed oil on serum lipid profile and blood glucose, and organ protective activity in rats fed with high fat and high carbohydrate diet
Authors: Warinna Pinthong, วริณณา ปิ่นทอง
Abstract: มีงานวิจัยพบว่าน้ำมันเมล็ดชาสามารถลดระดับไขมันในเลือดในภาวะปกติและปกป้องตับ&#xD;
และหัวใจในภาวะเครียดต่างได้ แต่ยังไม่มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ของน้ำมันเมล็ดชาต่อระดับน้ำตาล&#xD;
และไขมันในเลือด รวมทั้งการปกป้องอวัยวะสำคัญในภาวะที่ได้รับอาหารไขมันและคาร์โปไฮเดรต&#xD;
สูง การศึกษาวิจัยครั้งนี้จะศึกษาผลของน้ำมันเมล็ดชาต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดและการ&#xD;
ปกป้องตับ ไต และหัวใจ ในหนูที่ได้รับอาหารไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง การทดลองใช้หนูพันธุ์&#xD;
Wistar เพศผู้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ กลุ่มที่ได้รับอาหารและน้ำ ปกติ กลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันสูง&#xD;
ร่วมกับน้ำดื่มที่ผสมฟรุกโตส และกลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันสูงร่วมกับน้ำดื่มที่ผสมฟรุกโตสและ&#xD;
ได้รับน้ำมันเมล็ดชาทางปาก (5.69 กรัม /กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน) นาน 3 เดือน&#xD;
ผลการทดลองพบว่าหนูที่ได้รับอาหารไขมันสูงร่วมกับน้ำดื่มที่ผสมฟรุกโตสจะมีระดับ&#xD;
น้ำตาลในเลือดและ HOMAR-IR สูงกว่าหนูปกติเล็กน้อยอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่อินซูลิน&#xD;
ในซีรั่มไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนพื้นที่ใต้กราฟของกลูโคสจากการทดสอบความทนทานต่อกลูโคส&#xD;
(AUC) สูงกว่าหนูปกติ น้า มันเมล็ดชามีแนวโน้มลดน้ำตาลในเลือดได้เล็กน้อย แต่อินซูลินในซีรั่ม&#xD;
และ HOMAR-IR รวมทั้ง AUC ลดลง น้ำมันเมล็ดชาสามารถลดไขมันที่สูงในซีรั่ม และลดความ&#xD;
เสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดแข็งตัว รวมทั้งลดไขมันในตับ และเพิ่มการขับทิ้งไขมันในอุจจาระ&#xD;
และช่วยลดระดับ AST ALT CK-MB LDH creatinine และ BUN ที่สูงในซีรั่มได้ รวมทั้งยังช่วย&#xD;
ลดปริมาณ MDA ที่สูงและเพิ่มการทำงานของ SOD ในตับ น้ำมันเมล็ดชาช่วยลดปริมาณ MDA ที่&#xD;
สูงและเพิ่มการทำงานของ GPx, SOD และ CAT ในหัวใจ และช่วยลดปริมาณ MDA ที่สูงและเพิ่ม&#xD;
การทำงานของ GPx และ SOD ในเนื้อเยื่อไต&#xD;
ผลการทดลองสรุปได้ว่า น้ำมันเมล็ดชาสามารถลดระดับน้ำตาลที่สูงได้โดยกลไกเกิดจาก&#xD;
ลดการดื้อต่ออินซูลิน และช่วยลดระดับไขมันในเลือดและการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว โดยกลไก&#xD;
มาจากลดการสะสมไขมันในตับและเพิ่มการขับทิ้งไขมันทางอุจจาระ รวมทั้งยังช่วยปกป้องการ&#xD;
ทำงานของ ตับ หัวใจ และไต โดยลดการเกิดลิปิดเพอออกซิเดชั่นและเพิ่มการทำงานของสารต้าน&#xD;
อนุมูลอิสระในอวัยวะทั้งสาม
Description: Thesis (M. Sc. (Biomedical Sciences)) -- Rangsit University, 2014</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2014 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1891</guid>
      <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>Evaluation of the Solana Flu A and B assay for rapid identification and differentiation of Influenza A Virus and Influenza B virus</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1519</link>
      <description>Title: Evaluation of the Solana Flu A and B assay for rapid identification and differentiation of Influenza A Virus and Influenza B virus
Authors: Rujikorn Kanlayanadonkit, รุจิกรณ์ กัลยาณดลกิตติ์
Abstract: โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่สำคัญ ปัจจุบันการทดสอบหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ในห้องปฏิบัติการสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเลี้ยงเซลล์ การตรวจทางภูมิคุ้มกัน การทดสอบหาแอนติเจน การทดสอบด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส การทดสอบด้านอิมมูโนฟลูออเรสเซนส์ และการทดสอบด้านชีวโมเลกุล ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction, RT-PCR) เป็นวิธีอ้างอิงสำหรับการตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza A Virus และ Influenza Virus) ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำแต่ใช้เวลานานอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และมีราคาสูง Solana Influenza A+B ซึ่งใช้หลักการของ Isothermal Reverse Transcriptase-Helicase Dependent Amplification (RT-HDA) เป็นแนวทางการตรวจวิฉัยเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบใหม่ที่ใช้เวลาตรวจสั้น จุดมุ่งหมายของการศึกษานี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของชุดตรวจ Solana Influenza A+B ในการตรวจหาและแยกความแตกต่างของชื้อไข้หวัดใหญ่ Influenza A Virus และ Influenza B Virus และเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน RT-PCR โดยทดสอบกับตัวอย่าง nasal swab และ Nasopharyngeal Swab ทั้งจากผู้ป่วยที่สงสัยติดเชื้อ Influenza A Virus และ Influenza B Virus จานวน 260 ตัวอย่าง&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า ความไว ความจาเพาะ ความน่าจะเป็นที่ผู้ป่วยเป็นโรค และความน่าจะเป็นที่ผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรค และความถูกต้องของเทคนิคนี้เท่ากับ 100% ทุกพารามิเตอร์ที่ทดสอบ นอกจากนี้วิธีของ Solana Influenza A+B Isothermal Amplification สามารถตรวจพบไวรัส Influenza A และ Influenza B ได้ที่เชื้อต่าสุด คือ 1,080 cp/ml และ 115 cp/ml ตามลาดับ นอกจากนี้พบว่าเมื่อใช้วิธี Solana Influenza A+B Isothermal Amplification ในการตรวจ ไวรัส Influenza A และ Influenza B ในตัวอย่างที่ติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น Human Rhinoviruses, Respiratory Syncytial Viruses A, Respiratory Syncytial Viruses B, Coronaviruses และ Metapneumoviruses ผลปรากฏว่าไม่พบปฏิกิริยาข้ามของเชื้อก่อโรคสายพันธุ์อื่นๆ&#xD;
ผลการวิจัยนี้ สรุปได้ว่า การตรวจวินิฉัยโรคไข้หวัดใหญ่ด้วย Solana Influenza A+B มีความไวและความจำเพาะสูง ลดระยะเวลาในการตรวจหาเชื้อได้เร็วขึ้น ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ ทันท่วงที
Description: Thesis (M.Sc. (Biomedical Sciences)) -- Rangsit University, 2021</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2021 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1519</guid>
      <dc:date>2021-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>Aantibacterial activity of Coronarin D and its synergistic effect with antibiotics on staphylococcus aureus</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1518</link>
      <description>Title: Aantibacterial activity of Coronarin D and its synergistic effect with antibiotics on staphylococcus aureus
Authors: Panita Khlaychan, ปณิตา คล้ายจันทร์
Abstract: S. aureus เป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อทั้งโรคติดเชื้อที่ได้รับจากชุมชนและที่ได้รับจากโรงพยายาบาล ยาปฏิชีวนะหลายชนิดถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อนี้ ขณะที่เชื้อก่อโรคมีการพัฒนาการดื้อยาเพิ่มขึ้น นักวิจัยจึงพยายามค้นหาสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อเพิ่มขึ้น งานวิจัยนี้สนใจศึกษาสารที่ได้จากธรรมชาติคือ Coronarin D ซึ่งเป็นสารประกอบหลักที่พบในพืช Hedichium coronarium มีรายงานว่าสารนี้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งและมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ในงานวิจัยนี้ศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพของ Coronarin D ต่อ Methicillin susceptible Staphylococcus aureus (MSSA) Methicillin resistant Staphylococcus aureus (MRSA) ที่แยกได้จากผู้ป่วย ด้วยวิธี Broth dilution ทดสอบประสิทธิภาพการเสริมฤทธิ์ของ Coronarin D กับยาปฏิชีวนะ 4 ชนิด โดยวิธี Checkerboard และทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียด้วย Time kill assay&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า Coronarin D มีฤทธิ์ยับยั้ง MRSA และ MSSA โดยค่าความเข้มข้นที่ต่าสุดของ Coronarin D ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อและฆ่าเชื้อทดสอบมีค่า 15.6 -50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ 50 -100 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ และพบการเสริมฤทธิ์ของ Coronarin D กับยาปฏิชีวนะ โดย Coronarin D สามารถเสริมฤทธิ์กับยา Penicillin G ได้ดีที่สุดในการต้าน MSSA ซึ่งมีค่าดัชนีชี้วัดรวมอยู่ที่ 0.25 และออกฤทธิ์ร่วมกับยา Polymyxin B ได้ดีที่สุด ในการต้านเชื้อ MRSA ซึ่งมีค่าดัชนีชี้วัดรวมอยู่ที่ 0.25 และพบว่าการใช้ Coronarin D ร่วมกับ Polymyxin B สามารถฆ่าเชื้อ MRSA ได้ภายใน 4 ชั่วโมง ขณะที่หากใช้ สาร Coronarin D หรือยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ และพบว่าการใช้ Coronarin D ร่วมกับ Polymyxin B สามารถฆ่าเชื้อ MSSA ได้รวดเร็วกว่าเมื่อใช้ สาร Coronarin D หรือยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว สรุปได้ว่า Coronarin D มีฤทธิ์ในการฆ่าแบคทีเรีย และมีการเสริมฤทธิ์กับยาปฏิชีวนะ ซึ่งฤทธิ์ในการฆ่าแบคทีเรียของ Coronarin D ร่วมกับยาปฏิชีวนะดีกว่าการใช้ Coronarin D หรือยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว
Description: Thesis (M.Sc. (Biomedical Sciences)) -- Rangsit University, 2021</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2021 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1518</guid>
      <dc:date>2021-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

