<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2827</link>
    <description />
    <pubDate>Mon, 17 Aug 2026 06:10:32 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-08-17T06:10:32Z</dc:date>
    <item>
      <title>แบบจำลองการนำเทคโนโลยีที่นอนมาใช้ในการดูแลสุขภาพ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3148</link>
      <description>Title: แบบจำลองการนำเทคโนโลยีที่นอนมาใช้ในการดูแลสุขภาพ
Authors: สุชนา คุณุรัตน์
Abstract: ที่นอนสุขภาพถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพการนอนของผู้ใช้ ในปัจจุบัน ตลาดที่นอนสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ แม้ว่าจะ มีที่นอนสุขภาพหลากหลายประเภท แต่ยังคงขาดข้อมูลที่จะสามารถกำหนดเงื่อนไขทางการตลาด ของผลิตภัณฑ์กลุำมนี้ รวมทั้งข้อมูลที่สร้างความมั่นใจว่าผู้ผลิตสามารถเข้าใจความต้องการของ ผู้บริโภคได้ดีเพียงพอ โดยเฉพาะข้อมูลในมิติต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการนอน ซึ่งเป็นข้อสำคัญหลักของกระบวนการยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ที่นอนสุขภาพ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงศึกษาปัจจัยที่ มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้ที่นอนสุขภาพ โดยใช้โครงสร้างของโมเดลการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model : TAM) ซึ่งพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น คุณสมบัติของที่นอน ข้อมูล สุขภาพ คุณภาพการนอน ราคา ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ประโยชน์ และได้เพิ่มปัจจัยด้านความ น่าเชื่อถือหรือความไว้วางใจ เพื่ออธิบายความสำคัญของความเชื่อมั่นที่ผู ้ใช้มีต่อเทคโนโลยีใหม่ จากนั้นวิเคราะห์การสร้างแบบจ าลองสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยเหล่านี้ที่นำไปสู่การยอมรับเทคโนโลยีที่นอนสุขภาพ โดยมีขนาดตัวอย่าง จำนวน 400 ตัวอย่าง ที่ผ่านการคัดกรองและเป็นกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย ผลการวิจัยแสดงให้ เห็นว่าตัวแปรทั้งหมดมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อความตั้งใจในการใช้ที่นอนสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ผลิตและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในการสร้างโอกาสการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่นอนสุขภาพให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ผู้บริโภคยังสามารถใช้ ข้อมูลนี่ในการตัดสินใจเลือกที่นอนสุขภาพที่เหมาะสมกับความต้องการด้านสุขภาพของตนเองได้อีกด้วย
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (วศ.ด. (วิศวกรรมชีวการแพทย์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3148</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>Synthetic data for deep learning medical applications : generation, evaluation, and utilization</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2833</link>
      <description>Title: Synthetic data for deep learning medical applications : generation, evaluation, and utilization
Authors: Asadi, Fawad
Description: Dissertation (D.Eng. (Biomedical Engineering)) -- Rangsit University, 2023</description>
      <pubDate>Mon, 01 Jan 2024 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2833</guid>
      <dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การยอมรับเทคโนโลยีอุปกรณ์แบบสวมใส่สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพ</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2832</link>
      <description>Title: การยอมรับเทคโนโลยีอุปกรณ์แบบสวมใส่สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพ
Authors: นันทพล จันคง
Abstract: ปัจจุบันเทคโนโลยีอุปกรณ์แบบสวมใส่ ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch)&#xD;
ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การดูเวลาเหมือนในอดีตไปจนถึงการรับรู้ข้อมูลจากการตรวจติดตามผู้ใช้งาน คุณสมบัติของนาฬิกาอัจฉริยะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและอาจนำไปสู่การพัฒนาหรือปรับปรุงสุขภาพในอนาคต ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจยั ที่อิทธิพลต่อการนำนาฬิกาอัจฉริยะมาใช้งานสำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพและทดสอบสมมติฐานแบบจำลองแนวความคิดบนพื้นฐานของแบบจำลองการยอมรับทางเทคโนโลยี(TAM) และประยุกต์ใช้ร่วมกับแบบจำลองความเชื่อทางด้านสุขภาพ (HBM) โดยการตรวจสอบปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ การติดตามกิจกรรม การติดตามการนอนหลับความแม่นยำของข้อมูลสุขภาพคุณค่าของราคา ความเชื่อทางด้านสุขภาพและการรับรู้ความสามารถของตนเอง เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านี้ ผู้วิจัย จึงได้ทำการวิเคราะห์ทางสถิติและการสร้างแบบจำลองสมการโครงสร้างกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 ตัวอย่าง ที่ผ่านการคัดกรองคุณลักษณะและเป็นกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการติดตามการนอนหลับมีอิทธิพลมากที่สุดต่อพฤติกรรมความตั้งใจในการใช้งานนาฬิกาอัจฉริยะสำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพ ความแม่นยำของข้อมูลสุขภาพ การติดตามกิจกรรม ความเชื่อทางด้านสุขภาพและการรับรู้ความสามารถของตนเอง มีผลกระทบต่อพฤติกรรมความตั้งใจในการใช้งานนาฬิกาอัจฉริยะสำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพ ยกเว้นคุณค่าของราคา นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังนำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคในการใช้นาฬิกาอัจฉริยะ สามารถนำผลจากการวิเคราะห์ไปต่อยอดกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และประโยชน์ในการติดตามข้อมูลสุขภาพเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงสุขภาพส่วนบุคคลต่อไป
Description: ดุษฎีนิพนธ์ (วศ.ด. (วิศวกรรมชีวการแพทย์ )) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2566</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2832</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

