<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/319</link>
    <description />
    <pubDate>Wed, 14 Jan 2026 04:04:00 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-01-14T04:04:00Z</dc:date>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย พฤติกรรมการออกกาลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2579</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย พฤติกรรมการออกกาลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี
Authors: พีระ ศรีประพันธ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี และตัวแปรที่มีอำนาจในการทานายพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 420 คน อายุระหว่าง 18-60 ปี ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ค่าความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ กับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยสถิติไคสแควร์ และวิธีการของเพียร์สัน โปรดัก โมเมนต์ การวิเคราะห์หาปัจจัยที่เป็นตัวพยากรณ์ในการทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณด้วยวิธีวิเคราะห์แบบขั้นตอน กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
พฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใน1.ระดับปานกลาง (คะแนน 53.20-57.88)&#xD;
ด้านปัจจัยลักษณะบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ 2.หลัก รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ด้านปัจจัยนำ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามีความสัมพันธ์ 3.ทางบวกกับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.319) ส่วนทัศนคติเกี่ยวกับการออกกาลังกายและการเล่นกีฬา&#xD;
กับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ด้านปัจจัยเอื้อ ได้แก่ นโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์ทางลบกับ 4.พฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (r = -0.117) ทรัพยากรบุคคลสนับสนุนการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา สถานที่และอุปกรณ์ในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬากับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ด้านปัจจัยเสริม ได้แก่ การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมและครอบครัวมีความสัมพันธ์ 5.ทางบวกกับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.206) ส่วนการได้รับข้อมูลข่าวสารการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาจากสื่อกับพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05&#xD;
ตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของ 6.ประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา และการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมและครอบครัว ตัวแปรทั้ง 2 ตัว สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร้อยละ 13.20</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2565 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2579</guid>
      <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สําหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2500</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย การศึกษาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สําหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: อสมาพัณณ์ บุญเกิด; พีระ ศรีประพันธ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและสร้างเกณฑ์ปกติ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ปีการศึกษา 2563 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้ง นี้เป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาพลศึกษาและนันทนาการ ประจําปีการศึกษา 2563 จํานวน 350 คน ประกอบด้วยนักศึกษาชาย จํานวน 175 คน นักศึกษาหญิง จํานวน 175 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่าง ง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพ Physical Best ที่สร้างขึ้นโดย AAHPERD สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา นันทนาการและการ เต้นรําแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Alliance for Health Physical Education Recreation &amp; Dance) ซึ่งประกอบด้วยแบบทดสอบ 3 รายการ คือ วิ่ง / เดิน 1 ไมล์ (one mile walk - run) นั่งงอตัวไปข้างหน้า (sit and reach) ดัชนีมวลกาย BMI (Body Mass Index)และแบบทดสอบสมรรถภาพทาง กายเพื่อสุขภาพของ KASETSART Youth Fitness Test อีก 2 รายการ คือ ลุก นั่ง 60 วินาที (sit – ups 60 sec) ดันพื้น 30 วินาที (push – ups 30 sec) การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยทําการวิเคราะห์โดยการหา ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสร้างเกณฑ์สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ โดยใช้ คะแนนมาตรฐาน Z (Z-Score)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) ของนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต เพศ ชายและเพศหญิงอยู่ในภาวะเกณฑ์ปกติ รายการดันพื้น 30 วินาที พบว่านักศึกษาเพศชายและนักศึกษา เพศหญิง อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง รายการนั่งงอตัวไปข้างหน้า พบว่านักศึกษาเพศชาย อยู่ในเกณฑ์ปาน กลาง และนักศึกษาเพศหญิงอยู่ในเกณฑ์ต่ํา รายการลุกนั่ง 60 วินาที พบว่านักศึกษาเพศชาย อยู่ใน เกณฑ์ปานกลางและนักศึกษาเพศหญิงอยู่ในเกณฑ์ต่ํา รายการวิ่งเดิน 1 ไมล์ พบว่านักศึกษาเพศชาย และนักศึกษาเพศหญิง อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน&#xD;
จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้เกณฑ์สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัย รังสิต นักศึกษาเพศชายอยู่ในเกณฑ์ปานกลางและนักศึกษาเพศหญิงอยู่ในเกณฑ์ต่ํา นักศึกษาเพศชาย มีความสามารถทางกายที่ดีกว่านักศึกษาเพศหญิงทุกรายการ นักศึกษาชายที่มีอายุแตกต่างกัน อายุ 18 ถึง 21 ปี) ในรายการองค์ประกอบสัดส่วนร่างกาย ดันพื้น 30 วินาที และวิ่งเดิน 1 ไมล์ มีความแตก ต่างกันอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ 0.5 ส่วนนักศึกษาเพศหญิง มีพียงรายการเดียว องค์ประกอบสัดส่วน ร่างกาย ที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ 0.5</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2500</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโดมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2414</link>
      <description>Title: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโดมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: ชาญชัย สุขสุวรรณ์
Abstract: การวิจัยสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิตนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และประเมินสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อการพัฒนาสมรรถภาพทาง กายของนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิตสู่ความเป็นเลิศและเทียบเท่าระดับชาติ โดยทําการวิจัย สมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิต เพศชายจํานวน 11 คนและเพศหญิงจํานวน 10คน โดยใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโดทีมชาติไทยของการกีฬาแห่งประเทศไทยและสร้างเกณฑ์ปกติ (norms) ในการทดสอบสมรรถภาพของนักกีฬายูโด 5 รายการ ได้แก่ ความแข็งแรง ความอ่อนตัว ปฏิกิริยาตอบสนอง สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนและ สมรรถภาพแบบไม่ใช้ออกซิเจน&#xD;
ผลการวิจัย พบว่า แบบทดสอบสมรรถภาพนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิตที่ใช้มีความ เที่ยงตรงเชิงพินิจ (face validity) โดยผู้เชี่ยวชาญจํานวน 3 ท่าน และผลการประเมินสมรรถภาพทาง กายนักกีฬายูโด พบว่า สมรรถภาพทางกายของนักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิต โดยรวม ทั้งนักกีฬา ยูโตชายและหญิง มีสมรรถภาพทางกายด้านความอ่อนตัว ความแข็งแรงและสมรรถภาพการใช้ ออกซิเจน (Aerobic Capacity) ต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยนักกีฬายูโดชาย มีสมรรถภาพทางกาย ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องและมือต่ํากว่าเกณฑ์ ส่วนนักกีฬายูโดหญิง มีสมรรถภาพทาง กายด้านแอโรบิคและความแข็งแรงของมือ ขา และปฏิกิริยาตอบสนองยังต่ําอยู่ นักกีฬายูโด มหาวิทยาลัยรังสิตต้องได้รับการพัฒนาสมรรถภาพนักกีฬาให้มีความพร้อมก่อนเข้าแข่งขัน โดยเฉพาะทางด้านความแข็งแรง ความอดทนของกล้ามเนื้อ</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2555 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2414</guid>
      <dc:date>2555-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ความคิดเห็นของอาจารย์และนักศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนในมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2413</link>
      <description>Title: ความคิดเห็นของอาจารย์และนักศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนในมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: สุจิตรา บุญเกิด; จันทบุรี หิมเวช
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของอาจารย์ และระดับความคิดเห็นของนักศึกษา และเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาเกี่ยวกับการ วัดและประเมินผลการเรียนในมหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์และนักศึกษา ภาคปกติ ในปีการศึกษา 2544 ในมหาวิทยาลัยรังสิต อาจารย์ 248 คน นักศึกษา 375 คน ได้มาจากการสุ่ม ตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นสําหรับอาจารย์ตอบและนักศึกษาตอบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การหาค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ย โดยใช้ t-test&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
1. อาจารย์มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนอยู่ในระดับมาก&#xD;
แต่นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง&#xD;
2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาเกี่ยวกับการวัด และประเมินผลการเรียนในมหาวิทยาลัยรังสิต พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ .05</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2545 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2413</guid>
      <dc:date>2545-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

