<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/412</link>
    <description />
    <pubDate>Sun, 16 Aug 2026 15:30:40 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-08-16T15:30:40Z</dc:date>
    <item>
      <title>ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3426</link>
      <description>Title: ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย
Authors: ชนนนาถ เทพลิบ, พล.อ.ท
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมและสถานการณ์การสอบของนักศึกษา การบินว่ามีความสําเร็จและความล้มเหลวในการผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินใน ประเทศไทย ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์ตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย และวิเคราะห์แบบจําลองความสัมพันธ์ระหว่างค่าของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินของนักศึกษาการบินใน ประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างเป็น นักศึกษาการบินที่เข้าเรียนตามหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี ปีการศึกษา 2563 จํานวน 250 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จ ในการผ่านเกณฑ์ตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินและแบบสัมภาษณ์ความสําเร็จและความล้มเหลว ในการผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบิน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและสว ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า ด้านสภาพแวดล้อมและสถานการณ์การสอบของนักศึกษาการบินบรรยากาศในชั้นเรียนส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์ คือชั้นเรียนที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วย ความอบอุ่น ความเห็นอกเห็นใจ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน จะเป็นแรงจูงใจที่กระตุ้นให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการผ่านเกณฑ์ตรวจวัดทางเวชศาสตร์ การบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย ปัจจัยที่สําคัญที่สุดในแต่ละด้าน ได้แก่ ปัจจัยด้าน ร่างกายของนักศึกษาการบินคือ การสามารถพัฒนาความสามารถของการเป็นนักศึกษาการบินได้ดี ขึ้นได้ (x̅ = 4.22, SD = 0.831) ด้านจิตใจของนักศึกษาการบิน คือ การจัดกิจกรรมผ่อนคลายระหว่าง การเรียนรู้ในโรงเรียนการบิน (x̅ = 4.20, SD = 0.881) ด้านการจูงใจของครูการบิน คือ ครูการบิน ของท่านมีศักยภาพในการบินหลายเครื่องยนต์ (x̅ = 4.53, SD = 0.634) ด้านพฤติกรรมการปรับตัว ของนักศึกษาการบิน คือ ความใส่ใจการเข้าฝึกบินกับเครื่องบินจําลอง (x̅ = 4.24, SD = 0.831) และ ด้านสถาบันการบิน คือ สถาบันมีหลักสูตรตามที่นักศึกษาต้องการเรียน (x̅ = 4.28, SD = 0.753) นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์แบบจําลองความสัมพันธ์ระหว่างค่าของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จใน การผ่านเกณฑ์การตรวจวัดทางเวชศาสตร์การบินของนักศึกษาการบินในประเทศไทย พบว่า ตัวแปรอายุ ชั้นปี และรายได้ร่วมกันอธิบายความผันแปรของปัจจัยต่อความสําเร็จใน การผ่านเกณฑ์ได้ร้อยละ 14.8 โดยปัจจัยที่มีอํานาจในการทํานายความสําเร็จในการสอบได้ดีที่สุดคือ อายุ ชั้นปี และรายได้ตามลําดับ</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3426</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การศึกษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3353</link>
      <description>Title: การศึกษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท; คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พล.อ.อ.
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพร้อมของท่าอากาศยานนครราชสีมาในการรองรับการฝึกบินของนักบินฝึกหัดตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรนักบินพาณิชย์ของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมุ่งประเมินด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่และศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกบินระดับภูมิภาค การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตภาคสนามจากผู้เกี่ยวข้อง 25 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสนามบิน ครูการบิน และนักบินฝึกหัด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงธีมและการวิเคราะห์เนื้อหา  ผลการวิจัยพบว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานนครราชสีมามีความพร้อมในระดับสูง โดยรันเวย์ ลานจอด อาคาร และระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO อีกทั้งไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ประจำ ทำให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการฝึกบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในเรื่องระบบสื่อสารภาคพื้นที่ยังไม่เชื่อมโยงแบบดิจิทัล และขาดแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่เป็นระบบ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมขังและเศษวัสดุบนรันเวย์  ด้านความปลอดภัย พบว่าการควบคุมจราจรทางอากาศมีมาตรฐานสูงและเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งาน แต่อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาความถี่และความสมจริงของการฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติม รวมทั้งเพิ่มกำลังคนด้านกู้ภัยและความปลอดภัย  ด้านการบริหารจัดการพื้นที่และปัจจัยสิ่งแวดล้อม พบว่าสนามบินมีภูมิประเทศและสภาพอากาศเหมาะสมต่อการฝึกบินตลอดปี ยกเว้นบางช่วงฤดูฝน ทั้งยังมีระบบประสานงานที่ดีระหว่างสนามบิน โรงเรียนการบิน และหน่วยงานควบคุมการบิน  ผลการวิเคราะห์ศักยภาพชี้ว่าสนามบินมีความสามารถในการพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกบินในอนาคต หากมีการพัฒนาระบบสื่อสารเป็นดิจิทัล จัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพิ่มกำลังบุคลากรด้านกู้ภัย และปรับโครงสร้างค่าเช่าพื้นที่ให้เหมาะสมกับภารกิจด้านการศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพการฝึกบินให้สอดคล้องกับหลักสูตรนักบินพาณิชย์และมาตรฐานสากล</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3353</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2266</link>
      <description>Title: ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน
Authors: พูนลาภ เอี่ยมเจริญ, พลอากาศโท; ศุภกฤต อริยะปรีช, พลอากาศโท; พินิจ ชาติไทย, พลอากาศโท
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้เครื่องฝึกบินจำลองของนักศึกษาสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต ในการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองก่อนเป็นนักบินฝึกหัดของนักศึกษาสถาบันการบิน นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางการฝึกบินและประเมินผลการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองของสถาบันการบินต่อไป &#xD;
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ ชั้นปีที่ 2 ของสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต จำนวน 80 คน นักศึกษาจะได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้และความสามารถในการบินกับเครื่องฝึกบินจำลอง เมื่อจบภาคการศึกษาจะมีการตรวจสอบฝีมือบินตามแบบฟอร์มที่กำหนด โดยตั้งสมมติฐานว่านักศึกษาที่มีชั่วโมงการฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองมาก สามารถทำคะแนนการประเมินได้ดีกว่านักศึกษาที่มีชั่วโมงฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลองน้อย
Description: ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2552 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2266</guid>
      <dc:date>2552-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของนักศึกษาสถาบันการบิน สำหรับโรงเรียนการบิน</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2258</link>
      <description>Title: บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของนักศึกษาสถาบันการบิน สำหรับโรงเรียนการบิน
Authors: ศุภกฤต อริยะปรีชา, พลอากาศโท; คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา, พลอากาศเอก
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของ&#xD;
นักศึกษาสถาบันการบินสำหรับโรงเรียนการบิน ข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลิกภาพของ&#xD;
นักศึกษาแต่ละคนให้ได้ตามเกณฑ์ของแพทย์เวชศาสตร์การบินและการตรวจความถนัดในการบินเพื่อการ&#xD;
ประกอบอาชีพเป็นนักบินพาณิชย์ กลุ่มประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักศึกษา&#xD;
จำนวน 104 คน เป็นชาย 94 คน และหญิง 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในชั้นปี ที่ 1 และชั้นปี ที่ 2 ใน&#xD;
ระดับปริญญาตรีสาขาวิชานักบินพาณิชย์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ&#xD;
NEO ของ Paul T. Costa and Robert R. McCrae (1992)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบบุคลิกภาพ 10 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านการเข้ากับผู้อื่น ด้าน&#xD;
การมองโลกในแง่ดี ด้านจินตนาการ ด้านความกระตือรือร้น ด้านอารมณ์ความรู้สึก ด้านความวิตก&#xD;
กังวล ด้านความตื่นเต้น ด้านความรับผิดชอบ ด้านความมั่นคงทางอารมณ์ และด้านโลกทัศน์แคบ ซึ่ง&#xD;
ผลการวิจัยในครั้งนี้คล้อยตามทฤษฎีบุคลิกภาพของ McCrae และ Costa ที่นักศึกษาสถาบันการบินมี&#xD;
องค์ประกอบทางบุคลิกภาพหลายองค์ประกอบ เนื่องจากนักศึกษาที่เลือกประกอบอาชีพนักบินพาณิชย์&#xD;
ควรต้องมีบุคลิกภาพที่ดีในหลายองค์ประกอบ ซึ่งนักศึกษาสถาบันการบินทุกคนก่อนทำการฝึกบินใน&#xD;
ชั้นปีที่ 3 ต้องได้รับใบรับรองแพทย์จากเวชศาสตร์การบิน</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2554 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2258</guid>
      <dc:date>2554-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

