<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/563</link>
    <description />
    <pubDate>Mon, 19 Jan 2026 12:59:53 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-01-19T12:59:53Z</dc:date>
    <item>
      <title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ในยุคดิจิทัล</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1561</link>
      <description>Title: ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ในยุคดิจิทัล
Authors: นัสรีน สาเมาะ
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการเดินทาง ความสามารถในการใช้สื่อออนไลน์ แรงจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ และศึกษาแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเอง และเก็บข้อมูลแบบออนไลน์ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่สนใจการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 413 คน&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง มีอายุ 20–30 ปี สถานภาพโสด มีการศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 15,000 บาท และมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ความสามารถในการใช้สื่อออนไลน์ คือ มีการสืบค้นข้อมูลโดยใช้อินเตอร์เน็ต และ social media เป็นประจำ และใช้แอพพลิเคชั่นการเดินทางของประเทศเกาหลีใต้บ้างเป็นครั้งคราว และมีการชำระเงินโดยใช้ Mobile Banking และ e-Payment หรือ e-Wallet เป็นประจำ พฤติกรรมการเดินทาง ประกอบด้วย วัตถุประสงค์หลักในการเดินทาง 3 อันดับแรกคือ ชอบเดินทางท่องเที่ยว การช้อปปิ้ง และพักผ่อน แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 3 อันดับแรกคือ อินเทอร์เน็ต เพื่อน และงานมหกรรมการท่องเที่ยว และอุปสรรคที่สำคัญที่สุด คือภาษา&#xD;
ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์ Logistic Regression พบว่า ปัจจัยด้านอายุ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน การใช้แอพพลิเคชั่นการเดินทางของประเทศเกาหลีใต้ในการสืบค้นข้อมูล และความคิดเห็นต่อส่วนประสมทางการตลาด ด้านสถานที่ท่องเที่ยวโดยรวม ด้านช่องทางการจัดำาหน่ายโดยรวม และด้านนโยบายการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้โดยรวม มีผลต่อการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้โดยมีนัยสาคัญทางสถิติ
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2564</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1561</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลบาทต่อดอลลาร์ ยูโร และเยน</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1560</link>
      <description>Title: ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลบาทต่อดอลลาร์ ยูโร และเยน
Authors: จินดาทิพย์ สุพพัตกุล
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัย มีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลบาทต่อดอลลาร์ บาทต่อยูโร และบาทต่อเยนโดยใช้แบบจำลอง ARDL (AutoRegressive Distributed Lag) ซึ่งข้อมูลเป็นแบบรายเดือนในช่วงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 รวมระยะเวลา 60 เดือน เพื่อทดสอบว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย ปริมาณเงิน ปริมาณพันธบัตรรัฐบาล ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม อัตราเงินเฟ้อ ทุนสำรองระหว่างประเทศ และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร จากการประมาณความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว สาหรับ สกุลเงินบาทต่อยูโร (EUR) พบว่า อัตราดอกเบี้ย ปริมาณเงิน ทุนสำรองระหว่างประเทศ และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่ออัตราแลกเปลี่ยน ในส่วนของสกุลเงินบาทต่อเยน (JPY) มีเพียงดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เท่านั้นที่มีนัยสำคัญ ส่วนตัวแปรอื่นๆไม่มีนัยสาคัญ และสำหรับเงินสกุลบาทต่อดอลลาร์ (USD) พบว่า ปริมาณเงิน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่ออัตราแลกเปลี่ยน&#xD;
ในส่วนของการปรับตัวในระยะสั้นเพื่อเข้าสู่ดุลยภาพในระยะยาว พบว่า อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทต่อยูโรจะปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพระยะยาวในอัตรา 43.4% ของผลกระทบจาก Shock ได้ในงวดถัดไป อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทต่อเยนจะปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพระยะยาวในอัตรา 20% ของขนาดของผลกระทบจากการ Shock ได้ในงวดถัดไป และอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทต่อดอลลาร์จะปรับตัวกลับเข้าสู่ดุลยภาพระยะยาวได้ในอัตรา 26 % ของขนาดของผลกระทบจาก Shock ได้ในงวดถัดไป
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2564</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1560</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐในจังหวัดปทุมธานี</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1108</link>
      <description>Title: ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐในจังหวัดปทุมธานี
Authors: วิมลรัตน์ ดาวกลาง
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อได้ทราบลักษณะด้านที่อยู่อาศัยของผู้ขอสินเชื่อในจังหวัด&#xD;
ปทุมธานี และปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐในจังหวัด&#xD;
ปทุมธานีเพื่อให้ธนาคารของรัฐได้ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการแก่ประชาชนให้ดี&#xD;
ยิ่งขึ้น โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ คนที่ทำงานในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้คือ สถิติเชิง&#xD;
พรรณนา และ การถดถอยโลจิสติกส์&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะด้านที่อยู่อาศัยของผู้ขอสินเชื่อในจังหวัดปทุมธานีส่วนใหญ่เป็น&#xD;
ทาวน์เฮาส์ทาวน์โฮม ร้อยละ 58.25 รองลงมาคือ ห้องชุดคอนโดร้อยละ 20 อาคารพาณิชย์ ร้อยละ&#xD;
10.5 บ้านแฝด ร้อยละ 8.25 และ บ้านเดี่ยว ร้อยละ 3 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการ&#xD;
สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐในจังหวัดปทุมธานี 1) ด้านปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ รายได้&#xD;
15,001-30,000 บ/ด.รายได้ 30,001-45,0000 บ/ด. มีผลในเชิงลบต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่&#xD;
อาศัยกับธนาคารของรัฐ ส่วนช่วงอายุ 20-29 ปี การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มีผลในเชิงบวกต่อการ&#xD;
เลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐ 2) ปัจจัยด้านลักษณะที่อยู่อาศัยของผู้ขอสินเชื่อ&#xD;
ได้แก่ ประเภทที่อยู่อาศัย: ทาวน์เฮาส์ทาวน์โฮม มีผลในเชิงบวกต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่&#xD;
อาศัยกับธนาคารของรัฐ วัตถุประสงค์การถือครองที่อยู่อาศัยมีผลในเชิงลบต่อการเลือกใช้บริการ&#xD;
สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐ 3) ด้านการประเมินการให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร&#xD;
ของรัฐ ได้แก่วงเงินสินเชื่อสูงสุด อัตราดอกเบี้ยระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียมพนักงาน ให้บริการดีมีผลในเชิงบวกต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของรัฐ ความรวดเร็ว&#xD;
ไม่บังคับทำประกันสนับสนุนวงเงินสินเชื่ออื่นๆความสะดวกในการติดต่อคุณสมบัติผู้กู้ตรงตาม&#xD;
กำหนด ทัศนคติที่ดีต่อธนาคารสื่อประชาสัมพันธ์ มีผลในเชิงลบต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อที่อยู่&#xD;
อาศัยกับธนาคารของรัฐ
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2558</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1108</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1104</link>
      <description>Title: ธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล
Authors: พัชรวัฒน์ ภาคินสิทธินันท์
Abstract: การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล แต่ไม่ใช่เฉพาะแค่ด้านสว่างเท่านั้นที่พัฒนาขึ้น ยังรวมไปถึงเศรษฐกิจใต้ดินอีกด้วย ทาให้มีโอกาสที่เยาวชนไทยจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดินในยุคดิจิตอล ดังนั้น เพื่อศึกษารูปแบบ ประเภท และปัจจัยที่ทาให้เยาวชนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล รวมไปถึงมูลค่าเชิงเศรษฐกิจใต้ดินและต้นทุนค่าเสียโอกาสของเยาวชนไทย จึงได้ทางานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมา จากสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะลึกจานวน 10 คน พบว่า สามารถแบ่งธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มการพนัน พบว่า มีการโฆษณาเว็บไซด์พนันผ่านป๊อปอัพโฆษณาออนไลน์ และสามารถเข้าไปเปิดบัญชีเพื่อเล่นพนันได้อย่างรวดเร็ว กลุ่มสิ่งผิดกฎหมาย พบว่า มีการค้าขายสิ่งผิดกฎหมายในสื่อออนไลน์อย่างแพร่หลาย และมีการส่งสินค้าผิดกฎหมายผ่านไปรษณีย์ และ กลุ่มสื่อลามกอนาจาร พบว่า มีสื่อลามกแพร่หลายในอินเตอร์เน็ต ทั้งแบบรับชมฟรีและแบบต้องจ่ายค่าตอบแทนเพื่อรับชม&#xD;
จากการเก็บตัวอย่างจากแบบสอบถาม จานวน 2,763 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์โดยใช้สถิติ Logistic Regression Analysis ประเภท Binary Logistic พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วมธุรกิจใต้ดินของเยาวชนไทย คือ อายุ(X1) ระดับการศึกษา(X2) รายได้(X3) การพักอาศัย(X4) สถานที่เล่นอินเตอร์เน็ต(X5) อุปกรณ์ที่ใช้เล่น(X6) และรูปแบบการใช้งาน(X7) สามารถสร้างเป็นโมเดลได้ว่า P = 1/(1+e-z) เมื่อ P คือ ความน่าจะเป็นที่เยาวชนไทยจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล และ Z = -10.630 + 0.021(X1) + 0.124(X2) + 0.106(X3) + 0.130(X4) + 0.469(X5) + 0.363(X6) + 0.712(X7) นั้นคือ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติระหว่างเยาวชนไทยกับธุรกิจใต้ดินในเศรษฐกิจดิจิตอล และจากการคานวณหามูลค่าเชิงเศรษฐกิจใต้ดิน พบว่า มีมูลค่าถึง 127,873,506,453.81 บาทต่อปี และมีต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการที่เยาวชนไทยเข้าเกี่ยวข้องธุรกิจใต้ดินอยู่ที่ 3,051.80 บาทต่อเดือนต่อคน สาหรับข้อเสนอแนะนั้น ผู้วิจัยเห็นว่า หอพักควรเพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องผู้พักอาศัยไม่ให้มีการเล่นพนันในหอพักเกิดขึ้น เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสิ่งของที่ส่งผ่านไปรษณีย์ สนันสนุนให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และผู้ปกครองควรมีการควบคุมการทาธุรกรรมการเงินของบุตรหลาน ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนไทยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจใต้ดินได้โดยง่าย
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.(เศรษฐศาสตร์ประยุกต์)) -- มหาวิทยาลัย, 2558</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1104</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

