<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/73</link>
    <description />
    <pubDate>Thu, 16 Apr 2026 01:12:44 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-16T01:12:44Z</dc:date>
    <item>
      <title>แบบจำลองเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของข้าราชการทหาร : กรณีศึกษา กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3075</link>
      <description>Title: แบบจำลองเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของข้าราชการทหาร : กรณีศึกษา กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย
Authors: พีรพร ทรงเดช
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบจำลองเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการ&#xD;
เป็นสมาชิกที่ดีของข้าราชการทหาร : กรณีศึกษา กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&#xD;
กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 901 คน โดยเก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 300 คน ตามหลักความน่าจะเป็นและแบบตามสะดวก การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ 2 ส่วน คือ สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ แบบจำลองสมการโครงสร้าง &#xD;
ผลการวิจัยพบว่าแบบจาลองสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิง&#xD;
ประจักษ์ โดยมีค่า Chi-square เท่ากับ 145.430 และ p-value เท่ากับ 0.000 ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 ค่า Chi-square ต่อ df ค่าเท่ากับ 1.795 ค่า GFI เท่ากับ 0.943 AGFI ค่าเท่ากับ 0.915 ค่า CFI เท่ากับ0.980 ค่า RMR เท่ากับ 0.01 และค่า RMSEA เท่ากับ 0.053 โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของข้าราชการทหาร: กรณีศึกษา กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย ได้แก่ การรับรู้ความยุติธรรม มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.109 และความผูกพันต่อองค์กร มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.940 และปัจจัยที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของข้าราชการทหาร: กรณีศึกษา กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้แก่ การรับรู้วัฒนธรรมในองค์กร มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ&#xD;
0.009 และการรับรู้ความยุติธรรม มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.701
Description: วิทยานิพนธ์ (บธ.ม. (บริหารธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3075</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>บุพปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในภาวะวียูซีเอ ผ่านความผูกผันองค์กร ของพนักงานกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย ของบริษัททิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3074</link>
      <description>Title: บุพปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในภาวะวียูซีเอ ผ่านความผูกผันองค์กร ของพนักงานกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย ของบริษัททิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
Authors: ธีรภัทร ปราสาด
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบุพปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการทางานที่มีประสิทธิภาพในภาวะวียูซีเอ ผ่านความผูกผันองค์กรของบุคลากรกลุ่มเจนเนอเรชั่นวายบริษัททิปโก้ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยนี้คือ บุคลากรเจนเนอเรชั่นวายของบริษัททิปโก้ฟูดส์จำกัด (มหาชน) จำนวน 552 คน โดยเก็บแบบสอบถามจากการเลือกตัวอย่างจำนวน 370 คน ตามหลักความน่าจะเป็นและแบบตามสะดวก การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ 2 ส่วน คือ สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่แบบจา ลองสมการโครงสร้าง&#xD;
ผลการวิจัยพบว่าแบบจาำลองสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยมีค่า Chi-square เท่ากับ 148.807 และค่า p-value เท่ากับ 0.057 ค่า Normed Chi-square เท่ากับ1.210 ค่า RMR เท่ากับ 0.010 ค่า RMSEA มีค่าเท่ากับ 0.024 ค่า GFI เท่ากับ 0.958 ค่า AGFI เท่ากับ0.942 ค่า NFI เท่ากับ 0.962 และค่า CFI เท่ากับ 0.993 โดยพฤติกรรมการทำงาน มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อการทางานที่มีประสิทธิภาพ มีค่าอิทธิพลเท่ากับ 0.90 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.001 และพฤติกรรมการทำงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน มีอิทธิพลทางอ้อม ผ่านความผูกพันองค์กร ที่มีผลต่อการทางานที่มีประสิทธิภาพ มีค่าอิทธิพลเท่ากับ 0.09 และ 0.92 ตามลำดับ และมีอำนาจในการพยากรณ์ร้อยละ 83
Description: วิทยานิพนธ์ (บธ.ม. (บริหารธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3074</guid>
      <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของนักศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3073</link>
      <description>Title: ผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของนักศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
Authors: จณิสา เหล็กกล้า
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผล&#xD;
ต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2565 แตกต่างกัน ประชากรที่ใช้ในครั้งนี้คือ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ปีการศึกษา 2563-2565 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One-Way ANOVA&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ&#xD;
พ.ศ. 2565 ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านจริยธรรมมาเป็นลำดับแรกรองลงมาคือ ด้านลักษณะบุคคล 2) ผลการเปรียบเทียบ อายุ ชั้นปี สาขา และเกรดเฉลี่ยที่แตกต่างกันมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติแตกต่างกัน 3) ผลการเปรียบเทียบ อายุ ชั้นปี สาขา และเกรดเฉลี่ยที่แตกต่างกันมีผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ด้านด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านจริยธรรม และด้านลักษณะบุคคลต่างกัน 4) เพศไม่มีผลต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติและผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2565 ด้านด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านจริยธรรม และด้านลักษณะบุคคล
Description: วิทยานิพนธ์ (บธ.ม. (บริหารธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3073</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>อิทธิพลตัวแปรคั่นกลางของทัศนคติของผู้บริโภคที่ถ่ายทอดอิทธิพลของคุณลักษณะของ micro influencer ต่อความตั้งใจซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย</title>
      <link>https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3072</link>
      <description>Title: อิทธิพลตัวแปรคั่นกลางของทัศนคติของผู้บริโภคที่ถ่ายทอดอิทธิพลของคุณลักษณะของ micro influencer ต่อความตั้งใจซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
Authors: นลินรัตน์ รภัสศักย์
Abstract: การวิจัยเรื่อง อิทธิพลตัวแปรคั่นกลางของทัศนคติของผู้บริโภคที่ถ่ายทอดอิทธิพลของ&#xD;
คุณลักษณะของ Micro Influencer ต่อความตั้งใจซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย&#xD;
มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาอิทธิพลด้านคุณลักษณะของ Micro Influencer ที่ส่งผลทางตรงต่อทัศนคติของผู้บริโภค (2) เพื่อศึกษาอิทธิพลด้านคุณลักษณะของ Micro Influencer ที่ส่งผลทางตรงต่อความตั้งใจซื้อ (3) เพื่อศึกษาอิทธิพลด้านทัศนคติของผู้บริโภค ที่ส่งผลทางตรงต่อความตั้งใจซื้อ(4) เพื่อศึกษาอิทธิพลด้านทัศนคติของผู้บริโภค เป็นตัวแปรคั่นกลางที่เชื่อมโยงอิทธิพลของปัจจัยด้านคุณลักษณะของ Micro Influencer สู่ความตั้งใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยนี้ คือ ผู้ที่เคยรับชมวิดีโอคอนเทนต์หรือติดตาม Micro Influencer ด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทุกเพศมีอายุระหว่าง 22 - 34 ปี จำนวน 408 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และโมเดลสมการโครงสร้างใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุเพื่อหาเส้นทางอิทธิพลเชิงสาเหตุของตัวแปร&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะ Micro Influencer ด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย&#xD;
ประกอบไปด้วยด้านความน่าเชื่อของแหล่งที่มา ด้านความน่าดึงดูดใจของแหล่งที่มา ด้านความ&#xD;
สอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์ และด้านการสื่อสาร มีอิทธิพลทางตรงต่อทัศนคติของผู้บริโภค&#xD;
นอกจากนี้ยังพบว่า ทัศนคติของผู้บริโภคเป็นปัจจัยคั่นกลางที่เชื่อมโยงคุณลักษณะของ Micro&#xD;
Influencer ประกอบไปด้วยด้านความน่าเชื่อของแหล่งที่มา ด้านความน่าดึงดูดใจของแหล่งที่มา ด้านความสอดคล้องระหว่างผลิตภัณฑ์ และด้านการสื่อสาร กับความตั้งใจซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
Description: วิทยานิพนธ์ (บธ.ม. (บริหารธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2567</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3072</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

