Please use this identifier to cite or link to this item:
https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1904
Title: | การเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจและระยะเวลาการใส่เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยวิกฤติที่ได้รับการดูแลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ |
Other Titles: | Unplanned extubation and duration of mechanical ventilation in critically patients receiving evidence-based care |
Authors: | บังอร นาคฤทธิ์ |
metadata.dc.contributor.advisor: | อำภาพร นามวงศ์พรหม, น้ำอ้อย ภักดีวงศ์ |
Keywords: | เครื่องช่วยหายใจ -- ผู้ป่วย -- วิจัย;ท่อช่วยหายใจ -- การพยาบาล -- วิจัย |
Issue Date: | 2557 |
Publisher: | มหาวิทยาลัยรังสิต |
Abstract: | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Comparative study) ชนิด Retrospective and Prospective before and after Intervention Study เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวปฏิบัติจากหลักฐานเชิงประจักษ์ต่อการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจและระยะเวลาการใส่เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 114 ราย เลือกแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มก่อนใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลจำนวน 57 ราย ที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติเดิมของโรงพยาบาล และกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติการพยาบาลที่สร้างจากหลักฐานเชิงประจักษ์ จำนวน 57 ราย ประกอบด้วย แนวปฏิบัติการประเมินระดับความรู้สึกตัว แนวปฏิบัติการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล แนวปฏิบัติการประเมินภาวะกระสับกระส่าย แนวปฏิบัติการผูกมัดผู้ป่วย แนวปฏิบัติการผูกยึดท่อช่วยหายใจ เก็บรวบรวมข้อมูลโดย แบบบันทึกข้อมูลพื้นฐาน แบบบันทึกข้อมูลการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ เปรียบเทียบการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจระหว่างกลุ่มก่อนและกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติโดยใช้สถิติ Chi-square ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติการพยาบาลที่สร้างจากหลักฐานเชิงประจักษ์มีการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ ตํ่ากว่ากลุ่มก่อนใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .001) และระยะเวลาการใส่เครื่องช่วยหายใจในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติการพยาบาลที่สร้างจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตํ่ากว่ากลุ่มก่อนใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .000) |
metadata.dc.description.other-abstract: | The purpose of this Retrospective and Prospective before and after intervention study aimed to examine the effectiveness of evidence-based nursing protocol on unplanned extubation and duration of mechanical ventilation in critically ill patients. A purposive sample of 114 patients 57 in retrospective and 57 prospective group was selected for this study. The retrospective group received a usual care. The prospective group received the evidence-based nursing protocol comprising: Level of consciousness assessment guideline. Giving essential information regarding treatment; Agitation assessment guideline; Restrain assessment guideline; and Guideline for securing the endotracheal tube. Data were collected by using the biographic and unplanned extubation recording forms. Chi-square test was used to compare unplanned extubation rates of the 2 groups. The results of this study show that the rates of unplanned extubation of the prospective group were significantly lower than those of the retrospective group (p = .001). Duration of mechanical ventilation of the prospective group was significantly lower than that of the retrospective group (p = .000). |
Description: | วิทยานิพนธ์ (พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2557 |
metadata.dc.description.degree-name: | พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต |
metadata.dc.description.degree-level: | ปริญญาโท |
metadata.dc.contributor.degree-discipline: | การพยาบาลผู้ใหญ่ |
URI: | https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1904 |
metadata.dc.type: | Thesis |
Appears in Collections: | Nur-Adult-M-Thesis |
Files in This Item:
File | Description | Size | Format | |
---|---|---|---|---|
BANGAORN NAKRIT.pdf | 4.15 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.