Please use this identifier to cite or link to this item: https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2028
Title: การศึกษาเจตคติต่อกลไกปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้แอปพลิเคชันการให้บริการทางการเงินและการชาระเงินผ่านอุปกรณ์ เคลื่อนที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช 2562 ISO/IEC 29100 และ ISO/IEC 27701
Other Titles: A study of the attitude on personal data protection mechanisms of mobile financial service application users according to the personal data protection act B.E. 2562 (2019), ISO/IEC 29100, AND ISO/IEC 27701
Authors: มนัสนิตย์ เศรษฐาวงศ์
metadata.dc.contributor.advisor: วศิณ ชูประยูร
Keywords: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล;ข้อมูลส่วนบุคคล -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ -- ไทย;การเงินส่วนบุคคล -- ข่ายงานคอมพิวเตอร์
Issue Date: 2565
Publisher: มหาวิทยาลัยรังสิต
Abstract: วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เจตคติต่อกลไกปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้แอปพลิเคชันการให้บริการทางการเงินและการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะของผู้ใช้ต่อเจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล 3) อิทธิพลของเจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลต่อความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของแอปพลิเคชัน 4) อิทธิพลของความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ 5) อิทธิพลของเจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ และ 6) พัฒนาแบบจำลองอิทธิพลตามข้อค้นพบของวัตถุประสงค์ข้อ 2-5 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช 2562 ISO/IEC 29100 และ ISO/IEC 27701 เป็นทฤษฎีหลักเพื่อออกแบบการวิจัย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใช้แอปพลิเคชันจำนวน 384 คน ได้รับแบบสอบถามกลับคืนร้อยละ 100 สถิติที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา (ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และ การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้มากกว่าร้อยละ 80 มีความเห็นว่าแอปพลิเคชันที่ตนเองใช้มีกลไกปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช 2562 ISO/IEC 29100 และ ISO/IEC 27701 ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า คุณลักษณะของผู้ใช้มีอิทธิพลต่อเจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่ขนาดอิทธิพล (R2) ระหว่าง .049 - .171 ทำให้ได้สมการอิทธิพล จานวน 33 สมการ เจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลมีอิทธิพลต่อความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของแอปพลิเคชันที่ขนาดอิทธิพล (R2) ระหว่าง .076 - .310 ทาให้ได้สมการอิทธิพล จำนวน 8 สมการ ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันมีอิทธิพลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ที่ขนาดอิทธิพล (R2) ระหว่าง .170 - .358 ทำให้ได้สมการอิทธิพล จำนวน 8 สมการ เจตคติต่อกลไกการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลมีอิทธิพลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ที่ขนาดอิทธิพล (R2) ระหว่าง .247 - .288 ทาให้ได้สมการอิทธิพล จำนวน 4 สมการ
metadata.dc.description.other-abstract: The aims of this thesis were to: 1) ascertain the attitudes of mobile financial service application users toward personal data protection procedures in accordance with the Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019), ISO/IEC 29100, and ISO/IEC 27701, 2) investigate the association between user characteristics and attitudes concerning the privacy protection techniques used by mobile financial service applications, 3) examine the relationship between user attitudes toward personal data protection mechanisms in mobile financial service applications and applicable privacy and information security standards; 4) determine the relationship between information security and app privacy and user trust; and 5) explore the relationship between user attitudes toward personal data protection mechanisms in mobile financial service applications and user trust in the applications, and (6) develop a model relating personal data protection measures in mobile financial service apps to user characteristics, information security, application privacy, and user trust. The study approach was quantitative, with Thailand's Data Protection Act B.E. 2562 (2019), ISO/IEC 29100, and ISO/IEC 27701 serving as the guiding theories. Questionnaires served as a research tool for data collection from 384 application users. The response rate was 100%. The descriptive statistics (percentage, mean, and standard deviation) and multiple linear regression analysis were employed to analyze the data. In terms of the hypothesis test, it was discovered that user characteristics had an effect on users' perceptions regarding the personal data security procedures used by mobile financial service apps (R2 were .049 - .310). It resulted in the formulation of the 33 influence equations. User attitudes regarding personal data protection systems had an effect on user attitudes toward application information security and privacy (R2 values ranged from .076 to .310), resulting in the eight impact equations. User attitudes concerning application data security and privacy affected user trust (R2 values ranged from .170 to .358), resulting in the eight influence equations. User attitudes about the personal data protection procedures used by mobile financial service apps affected user trust (R2 values ranged from .247 to .288), resulting in the four influence equations.
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ)) -- มหาวิทยาลัยรังสิต, 2565
metadata.dc.description.degree-name: วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
metadata.dc.description.degree-level: ปริญญาโท
metadata.dc.contributor.degree-discipline: การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
URI: https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/2028
metadata.dc.type: Thesis
Appears in Collections:ICT-ITM-M-Thesis

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
MANASNIT SETTHAWONG.pdf3.15 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.