
Please use this identifier to cite or link to this item:
https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3479| Title: | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัย แนวทางการออกแบบและกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับพื้นที่มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต : กรณีศึกษาคานเรือศรีเจริญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| Other Titles: | Design guidelines and learning activities for living cultural heritage spaces : a case study of Kan Ruea Si Charoen, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Thailand |
| Authors: | ปาริษา มูสิกะคามะ ศศิกาญจน์ ศรีโสภณ อามาล ภักดีธรรม ฉิมวิไลทรัพย์ |
| Keywords: | มรดกวัฒนธรรม;มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต;กิจกรรมการเรียนรู้ -- การออกแบบ;การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ |
| Issue Date: | 2566 |
| Publisher: | มหาวิทยาลัยรังสิต. สำนักหอสมุด |
| Abstract: | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางการพัฒนาพื้นที่และการออกแบบสถาปัตยกรรมในพื้นที่คานเรือศรีเจริญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ภายใต้กรอบแนวคิดมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต เมืองแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งทำความเข้าใจบทบาทของพื้นที่และกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ในการธำรงอยู่และการถ่ายทอดภูมิปัญญาการต่อเรือไม้แบบดั้งเดิมในบริบทเมืองร่วมสมัย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยใช้การออกแบบเป็นฐาน (Participatory Action Research และ Research by Design) ประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรม การสำรวจภาคสนาม การสังเกต การสัมภาษณ์เชิงลึก และการทดลองกิจกรรมการเรียนรู้เชิงศิลปะและเชิงประสบการณ์ในพื้นที่จริง ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจองค์ประกอบของภูมิปัญญาการต่อเรือไม้ในฐานะทรัพยากรการเรียนรู้ บทบาทของกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และศักยภาพของพื้นที่และสถาปัตยกรรมในการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผลการศึกษาพบว่า ภูมิปัญญาการต่อเรือไม้ของคานเรือศรีเจริญมีลักษณะเป็นองค์ความรู้เชิงกระบวนการและเชิงนามธรรม ซึ่งฝังตัวอยู่ในกิจกรรมการทำงาน วัสดุ เครื่องมือ แรงงาน และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้เรียนสามารถเข้าถึงประสบการณ์จริงผ่านการสังเกตและการมีส่วนร่วมโดยตรง งานวิจัยจึงเสนอให้ยกระดับบทบาทพื้นที่คานเรือศรีเจริญเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้” ที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ โดยไม่แยกพื้นที่เรียนรู้ออกจากพื้นที่ทำงานดั้งเดิม นอกจากนี้ ผลการทดลองกิจกรรมการเรียนรู้เชิงศิลปะแสดงให้เห็นว่า พื้นที่และกิจกรรมสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกการผลิตองค์ความรู้และการสร้างความหมายร่วมเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิตได้ ทั้งในมิติของการรับรู้ ความผูกพันเชิงอารมณ์ และจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อมรดกวัฒนธรรมในกลุ่มผู้เข้าร่วมที่หลากหลาย ในเชิงทฤษฎี งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยขยายกรอบการศึกษามรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต โดยเน้นบทบาทของพื้นที่และสถาปัตยกรรมในฐานะองค์ประกอบเชิงรุกของกระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอดองค์ความรู้ ขณะเดียวกัน ในเชิงปฏิบัติ งานวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่มรดกที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และการใช้งานจริง มากกว่าการจัดแสดงหรือการพัฒนาเชิงการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ผลการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิตในบริบทเมืองแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่นต่อไป |
| metadata.dc.description.other-abstract: | This research examines the role of spatial and architectural design as a learning infrastructure for sustaining living cultural heritage in contemporary urban contexts. Using the Sricharoen wooden shipyard in Phra Nakhon Si Ayutthaya, Thailand, as a case study, the research explores how traditional wooden boatbuilding knowledge characterized by tacit, process-based, and experiential forms of knowing can be transmitted and sustained through everyday spatial practices rather than through object-centered conservation or institutionalized interpretation alone. The study employs a qualitative approach grounded in participatory action research and research by design, integrating literature review, field observations, in-depth interviews, and art-based experiential learning activities conducted within the shipyard’s active working environment. The findings reveal that boatbuilding heritage is deeply embedded in spatial configurations, bodily movements, materials, tools, and rhythms of labor, and that learning occurs most effectively through direct observation and participation in ongoing practices. Based on these findings, the study conceptualizes the shipyard as a “learning infrastructure,” where working spaces function simultaneously as sites of production and informal learning. The research contributes to living heritage discourse by integrating ง experiential learning and spatial agency, and proposes design-oriented strategies that prioritize use, participation, and learning as key mechanisms for sustaining living heritage within learning cities and sustainable urban frameworks |
| URI: | https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/3479 |
| metadata.dc.type: | Other |
| Appears in Collections: | ARC-Research |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| PARISA MUSIGAKAMA.pdf | 6.54 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.